“ศุภชัย” ฮึ่มร้องเพิ่ม “DSI-ป.ป.ช.” สอบเอาผิด “ประเสริฐ” พร้อมอดีตปลัด DE ปล่อยละเลยเอกชนสแกนม่านตา 1.2 ล้านคนไทย ทำ MOU ฉาวเอื้อธุรกิจพนันออนไลน์

“ศุภชัย” จ่อร้อง DSI-ป.ป.ช.เอาผิด “ประเสริฐ-ปลัดดีอี” ปล่อยบริษัทเครือข่ายเจ้าพ่อสแกมเมอร์ ดูดข้อมูลม่านตาคนไทยกว่า 1.2 ล้านราย เสี่ยงใช้ทำบัญชีม้า ชี้เข้าข่ายละเว้นหน้าที่ ซ้ำรอยคดีจำนำข้าว

“ศุภชัย” ฮึ่มร้องเพิ่ม “DSI-ป.ป.ช.” สอบเอาผิด “ประเสริฐ” พร้อมอดีตปลัด DE ปล่อยละเลยเอกชนสแกนม่านตา 1.2 ล้านคนไทย ทำ MOU ฉาวเอื้อธุรกิจพนันออนไลน์ – Top News รายงาน

 

ศุภชัย

วันที่ 6 มกราคม 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อและแกนนำพรรคภูมิใจไทย แถลงถึงกรณีพบความผิดปกติในการปฏิบัติหน้าที่ของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และปลัดกระทรวงฯ ในขณะนั้น เกี่ยวกับการปล่อยให้บริษัทเอกชนจัดเก็บข้อมูลชีวมิติ (Biometrics) ของประชาชนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

นายศุภชัย ระบุว่า เมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2567 พบการทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกระทรวงดีอี กับบริษัทจากสิงคโปร์ โดยกระบวนการเป็นไปอย่างรวดเร็วผิดปกติ มีการส่งเรื่องสอบถามความเห็นจากกฤษฎีกา อัยการสูงสุด และกระทรวงการต่างประเทศ ในวันที่ 25 มีนาคม 2567 และเพียงวันเดียวมีการลงนามทันที โดยมีนายประเสริฐร่วมเป็นสักขีพยาน

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

 

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า ต่อมาในช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ 2568 บริษัท ทีไอดีซี เวิลด์เวิร์ส (TIDC Metaverse) ได้พยายามขออนุญาตดำเนินโครงการ World ID เพื่อเก็บข้อมูลสแกนม่านตาแลกกับสินทรัพย์ดิจิทัลต่อหน่วยงานในกำกับของกระทรวงดีอี (ETDA และ PDPC) ซึ่งในขณะนั้นหน่วยงานไม่อนุญาต เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 11 มิถุนายน 2568 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตรวจพบว่ามีการ ใช้เทคโนโลยีสแกนม่านตาประชาชนเพื่อแลกกับสินทรัพย์ดิจิทัล และมีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ไปแล้วกว่า 1,200,000 ราย ซึ่งปลัดกระทรวงฯ ได้รายงานเรื่องนี้ให้รัฐมนตรีทราบตามลำดับชั้น แต่นายประเสริฐกลับเพิกเฉย ไม่สั่งระงับยับยั้งหรือตรวจสอบอย่างใกล้ชิด

 

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวทำให้ข้อมูลอ่อนไหวของคนไทยตกอยู่ในความเสี่ยง อาจถูกนำไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ เช่น การสร้างบัญชีม้าหรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และกฎหมาย ป.ป.ช.

“เรื่องนี้เคยมีบรรทัดฐานเดียวกับคดีจำนำข้าวที่ศาลเคยพิพากษาลงโทษอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน ผมจึงขอเรียกร้องให้มีการสอบสวน และจะนำเรื่องนี้ไปร้องต่อดีเสไอ และ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการกับนายประเสริฐ และปลัดกระทรวงดีอี ต่อไป” นายศุภชัย กล่าวทิ้งท้าย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

สงขลาส่งแข้งจิ๋วสู่เวทีโลก! แชมป์สงขลาคัพ U12 เตรียมลัดฟ้าลุยศึก "กัปตันสึบาสะ คัพ" ที่ประเทศญี่ปุ่น
"รมว.ซาบีดา" นำผู้บริหาร วธ. ถวายราชสักการะและลงนามถวายพระพร "เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ" เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ
ทะเลหนุนสูง เด็ก 9 เดือน จมน้ำเสียชีวิต
"เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ" เสด็จไปทรงเป็นองค์ประธานและทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ
"วัดไผ่ล้อมฯ" แจกจักรยานของเล่นกุมารสมบัติ สร้างรอยยิ้ม ร้านก๋วยเตี๋ยวนายเงี๊ยบ เปย์ขนม ส่งความสุขรับวันเด็กแห่งชาติ
กลุ่มเซ็นทรัล ส่งต่อความห่วงใย สร้างความอบอุ่นให้ชุมชนอย่างยั่งยืน

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น​