“พีระพันธุ์” ซัดเขมรไว้ใจไม่ได้ ชี้หยุดยิง 27 ธ.ค.ปัญหายังไม่จบ เตือนระวังไทยเสียเปรียบ “กัมพูชา” จ้องแบ่งเขตแดนทางทะเล เขมือบขุมทรัพย์พลังงานมูลค่ามหาศาล

เดี๋ยวเจอ! "พีระพันธุ์" ไม่เคยไว้ใจเขมร ซัด ตำรวจโลกขอ"ไทย"ใช้สันติวิธี แต่บุกจับ ผู้นำประทศอื่น

“พีระพันธุ์” ซัดเขมรไว้ใจไม่ได้ ชี้หยุดยิง 27 ธ.ค.ปัญหายังไม่จบ เตือนระวังไทยเสียเปรียบ “กัมพูชา” จ้องแบ่งเขตแดนทางทะเล เขมือบขุมทรัพย์พลังงานมูลค่ามหาศาล – Top News รายงาน

 

 

สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ถูกตั้งคำถามหนัก เมื่อฝ่ายกัมพูชาแสดงท่าทีไม่ยอมรับข้อตกลงบางส่วน สะท้อนความเปราะบางของสันติภาพและความเสี่ยงต่ออธิปไตยไทยในระยะยาว

ล่าสุดวันนี้ (5 ม.ค. 69) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แสดงความเห็นผ่านรายการ “เรื่องนี้ต้องเคลียร์” ทางสถานีข่าว ท็อป นิวส์ โดยวิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน ระบุชัดว่า ที่ผ่านมาไทยผิดพลาด เพราะไม่รู้จักจำสิ่งที่กัมพูชาทำกับประเทศไทย พร้อมย้ำว่า กัมพูชาไม่เคยมีความจริงใจ และไทยไม่ควรเชื่อใจอีกต่อไป

 

 

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

นายพีระพันธุ์ ชี้ว่า จุดเสี่ยงสูงสุดไม่ใช่พื้นที่ปะทะบนบก แต่คือ เขตแดนทางทะเล โดยเฉพาะหลักเขต 73 ซึ่งเกี่ยวพันกับทรัพยากรพลังงานใต้ทะเลมูลค่ามหาศาล ซึ่งหากปล่อยให้มีการถมทะเลหรือขยับแนวเขต ไทยอาจสูญเสียผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์อย่างถาวร

“วันนี้ผมห่วงทะเลมากกว่าบนบก เพราะถ้าเส้นเขตแดนทะเลเปลี่ยน พลังงานที่เป็นของไทยอาจไม่ใช่ของเราอีกต่อไป”

 

พีระพันธุ์

นอจากนี้ นายพีระพันธุ์ ยังระบุว่า การหยุดยิงในขณะที่ไทยไม่ได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ คือการเสียโอกาสต่อรอง พร้อมย้ำหลักการว่า “ได้เปรียบต้องเอาให้จบ แล้วค่อยเจรจา” ไม่ใช่หยุดกลางคันจนอีกฝ่ายตั้งหลักได้

สำหรับประเด็นร้อนอีกจุดคือ MOU 43 และ MOU 44 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปักปันเขตแดนและการแบ่งทรัพยากรทางทะเล พีระพันธุ์ตั้งคำถามตรงไปตรงมาว่า “ประเทศไทยได้อะไรจาก MOU เหล่านี้” พร้อมเสนอให้ไทย ยกเลิกข้อตกลงที่เสียเปรียบ และจัดทำกรอบข้อตกลงใหม่ที่ชัดเจนและเป็นธรรมกว่า โดยย้ำว่าอธิปไตยและทรัพยากรของชาติไม่ควรถูกนำไป “แบ่ง” บนโต๊ะเจรจา

 

นอกจากนี้ นายพีระพันธุ์ ได้ประกาศสนับสนุนกองทัพอย่างเต็มที่ในการปกป้องอธิปไตย พร้อมเตือนรัฐบาลว่า อย่าให้การเมืองหรือแรงกดดันนานาชาติมาฉุดรั้งการตัดสินใจเชิงความมั่นคง “รัฐบาลควรใช้เวทีระหว่างประเทศสื่อสารความจริงต่อประชาคมโลก ตอบโต้ข้อมูลบิดเบือน พร้อมทวงถามความรับผิดชอบต่อชีวิตประชาชนไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะ รวมถึงไทยไม่ใช่ฝ่ายรุกราน แต่เป็นฝ่ายถูกกระทำ และจะไม่ยอมสูญเสียอธิปไตยหรือทรัพยากรของชาติภายใต้ข้ออ้าง “สันติวิธี” อีกต่อไป

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ด่วน! ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ทท่าเรือฉลอง ภูเก็ต เสียงระเบิดสนั่น ลุกลามหลายลำ
พัทยาเดือด! พ่อค้ารถเข็นยกพวกตะลุมบอนต่อหน้าตำรวจ ซอยข้างโรงพัก ไม่เกรงกลัวกฎหมาย
ถึงไทยแล้ว!! สหรัฐ ส่งมอบโบราณวัตถุประติมากรรมสำริดกลุ่มประโคนชัย อายุกว่า 1,200 ปี เปิดให้ประชาชนชมความงดงามที่พิพิธภัณฑ์พระนคร 7 มกรานี้
"สุดารัตน์" นำทีมผู้สมัคร "ไทยสร้างไทย" ลุยตลาดรัชดาฯ ประกาศนโยบาย“กองทุนตั้งตัว” ให้พ่อค้าแม่ขาย คนรุ่นใหม่ เข้าถึง SMEs กู้ทำทุน ดอกเบี้ยต่ำสุดๆ
"น็อต วรฤทธิ์" เปิดใจไม่ถอย โดนทัวร์ถล่มหยาบคาย รับเคยเสียโอกาสรับงาน แต่ไม่เคยเสียใจ เชื่อมั่นสิ่งที่ทำ ยืนหยัดปกป้อง 3 สถาบันหลักชาติ
ตร.เมืองคอนล้อมจับ 2 หนุ่ม คาด่าน

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น​