นักข่าวภาคสนามติดโควิด เคลื่อนไหวล่าสุด หลังเพจแฉ สั่ง ฮ.ให้มารับ ขี้เบ่งอยากได้สิทธิพิเศษเหนือคนอื่น

จากกรณี ในเพจ ซีทรู โพสต์ข้อความระบุว่า ต้องบอกว่ามีกันแทบจะทุกวงการก็ว่าได้สำหรับอาการที่เรียกกันว่า “หลงหัวโขน”โดยเฉพาะบรรดาคนที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชน บางคนได้เจอแหล่งข่าวเป็นคนใหญ่คนโต ได้ใกล้ชิดได้สัมภาษณ์คนเด่นคนดัง ก็พลันรู้สึกว่าตัวเองยิ่งใหญ่ ตัวเองต้องเป็น Somebody ที่ใครๆ จะต้องมาเอาอกเอาใจขึ้นมาซะอย่างนั้น

หนึ่งในตัวอย่างก็เห็นจะเป็นนักข่าวภาคสนามสังกัดค่ายใหญ่ค่ายหนึ่งอันที่จริงนักข่าวคนนี้ก็เพิ่งจะมีโอกาสได้โผล่หน้าผ่านจอทีวีกับเค้าไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง แต่กลับทำตัวขี้อวด ขี้เบ่ง แถมยังพยายามสร้างเรื่องให้ตัวเองเป็นข่าวอยู่ตลอดเวลา จนเพื่อนๆ สายข่าวเดียวกันยังออกอาการเอือม
ล่าสุดจะเรียกว่าซวยหรือโอกาสมาเยือนก็ไม่ทราบได้ เมื่อนักข่าวขี้เบ่งเกิดติดเชื้อโควิด-19 ขึ้นมางานนี้แทนที่จะติดต่อเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาตามขั้นตอนเหมือนกับคนทั่วไปทำกันซึ่งก็ไม่ได้วุ่นวายอะไรมากมายนัก แต่เจ้าตัวกลับต่อสายไปยังคนในวงการสีกากีที่รู้จักเพื่อขอให้ส่งเฮลิคอปเตอร์มารับเท่านั้นยังไม่พอ เมื่อไปถึงโรงพยาบาลนักข่าวคนนี้ยังโชว์กร่างเรียกร้องจะนอนห้องพิเศษเข้าให้อีก ซึ่งพอเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่มีห้องว่าง เจ้าตัวก็แสดงความหงุดหงิด โมโห รีบต่อสายไปหาคนใหญ่คนโตของ กทม. เพื่อขอให้ช่วยดูว่ายังมีโรงพยาบาลในสังกัดอื่นๆ ที่ยังมีห้องพิเศษเหลืออยู่มั้ยครั้นพอได้โรงพยาบาล ได้ห้อง(พิเศษ) แทนที่เจ้าตัวจะพอใจก็กลับไปมีเรื่องมีราวกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้นักข่าวจอมเบ่งสั่งของจากเซเว่นมาส่ง ทำเอาเจ้าตัวโวยวาย ไลฟ์สดต่อว่าหมอพยาบาลว่าทำไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้

สุดท้ายทางโรงพยาบาลก็เลยต้องต่อสายไปยังหัวหน้าข่าวของเจ้าตัวเพื่อรายงานถึงพฤติกรรมต่างๆ นั่นแหละนักข่าวขี้เบ่งถึงได้ยอมสงบเสงี่ยมเจียมตัวขึ้นแต่เชื่อเถอะ สำหรับคนนิสัยแบบนี้แล้วคงอยู่เงียบๆ ได้อีกไม่นานสักเท่าไหร่นักหรอก…

ล่าสุด ในรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ทางช่อง 3 โดยพิธีกร ดร.อริสรา กำธรเจริญ และ หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ได้นำคำสัมภาษณ์นักข่าวสังกัดค่ายดังมาเปิดเผยว่า “…ข่าวในโลกโซเชียลไม่เป็นความจริง พอรู้ว่าตัวเองติดโควิดก็รีบติดต่อรพ. โดยมีพี่ที่เคารพคนหนึ่งคอยช่วย สรุปได้รพ.มา 2 แห่งคือ รพ.ตากสิน กับ รพ.กลาง ก่อนจะสรุปว่าให้เจ้าหน้าที่เอราวัณมารับตัวไปอยู่ รพ.กลาง พอมาถึงก็ไม่ได้ห้องพิเศษ ตัวเองนอนรวมกับคุณลุงอีกท่านหนึ่ง ทุกวันนี้ตัวเองก็ยังพยาบาลช่วยดูแลคุณลุง ส่วนเรื่องการสั่งน้ำดื่มและอาหารจากร้านสะดวกซื้อ ก่อนหน้านี้มีพยาบาลแนะนำให้สั่งอาหารมาทานได้ โดยจะนำมาไว้ที่หน้าห้องพยาบาลก่อนจะมาส่งต่อให้ห้องคนไข้ ส่วนเรื่องน้ำดื่มที่เป็นประเด็นดราม่าก็ไม่ใช่เรื่องจริง เพราะตอนแรกที่มารักษาไม่มีน้ำดื่มเพียงพอที่จะแจกให้แก่ผู้ป่วย ตนก็ต้องไปซื้อน้ำมาดื่มเอง จนกระทั่งตอนนี้ รพ.มีน้ำดื่มให้แก่ผู้ป่วยทุกคน อยากขอความเห็นใจว่าตนไม่ได้มีพฤติกรรมตามที่สื่อโซเชียลกล่าวหา…”

นอกจากนี้ยังมีเสียงของ นักข่าวค่ายดังระบุว่า “…ผมเข้ามาอยู่ใน รพ. แล้วไม่ได้มีอภิสิทธิ์แต่อย่างใด ไม่เข้าใจว่าที่ผมได้ห้องพิเศษ พิเศษอย่างไร ในเมื่อต้องนอนรวมกับคนอื่น พี่พยาบาลก็ดีกับผมมาก ไม่เคยมีปัญหาแม้แต่ครั้งเดียว กรณีที่กล่าวหาว่าผมมีปัญหาเรื่องสั่งอาหารจาก เซเว่นอีเลฟเว่น ตอนแรกโรงพยาบาลมีนโยบายให้สั่งอาหารจากข้างนอกได้ ผมก็สั่งตามรอบที่เขาจัดหาให้ ส่วนเรื่องน้ำดื่มผมได้รับการแจ้งจากพยาบาลว่า รพ.ไม่มีน้ำดื่มให้ ผมก็ไม่มีปัญหาสั่งน้ำดื่มจากเซเว่นได้ แต่พอผู้บริหารไม่มีนโยบายให้สั่งของจากเซเว่นได้แล้ว ผมจึงถามไปว่าจะให้สั่งน้ำจากที่ไหน ภายหลังทาง รพ.ก็จัดหาน้ำดื่มให้ผู้ป่วยทุกคนแล้วในวันเดียวกับวันที่เป็นข่าวนั่นเอง”

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

สนับสนุน TOPNEWS ด้วยการซื้อสินค้าคุณภาพจาก Sbuyzone 

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก