“หมอพรทิพย์”สงสัย เริ่มมีการให้ความช่วยเหลือคดี“ผู้กำกับโจ้”ลั่น ตาชั่งเอียงตั้งแต่เริ่มต้น

“หมอพรทิพย์”สงสัย เริ่มมีการให้ความช่วยเหลือคดี“ผู้กำกับโจ้”ลั่น ตาชั่งเอียงตั้งแต่เริ่มต้น

“หมอพรทิพย์”โพสต์ถาม คดี “ผู้กำกับโจ้”ทำไมผัต้องหาคนอื่นไม่ได้พูด แถมยังถูกใส่กุญแจมือ กังวลคดี เริ่มมีการให้ความช่วยเหลือ จี้ปฏิรูปตำรวจเร็วที่สุด เปรียบ “ตาชั่งเอียงตั้งแต่เริ่มต้น ยากที่ตาชั่งจะกลับมาอยู่ในดุลย์”

เมื่อวันที่ 28 ส.ค. แพทย์หญิง คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า “แถลงข่าวจบไม่มีคำชื่นชมใดๆเกิดขึ้น กลับมีแต่ความกังวลว่าคดีนี้เริ่มมีการได้รับการช่วยเหลือ ทำไมไม่ให้ผู้ต้องคนอื่นในคดีนี้ได้พูด ทำไมคนอื่นถูกใส่กุญแจมือ แต่ตัวหัวหน้าถูกผูกข้อมือด้วยวัสดุต่างกัน ฟังแต่ละคนที่ให้ข้อมูลก็ยิ่งดูเหมือนการอุ้ม รีด ซ้อม ทรมาน ยัดเยียดที่เป็นสิ่งที่มีมาคู่กับงานของตำรวจนานแล้วกลายเป็นสิ่งที่ธรรมดา ถูกต้อง ทำเพราะมีเจตนาดีเพื่อช่วยควบคุมปัญหายาเสพติด อ้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นพวกเฉยเลย คนเอาคลิปมาเปิดเผยกลายเป็นผู้ขัดแย้งหรือขัดผลประโยชน์กับผกก.ทันที แบบนี้ยิ่งต้องรีบปฏิรูปตำรวจด้านการอำนวยความยุติธรรมโดยเร็วที่สุด”

“ในชีวิตเคยตรวจสอบการตายที่ผู้ต้องหาทางใต้ หลังถูกจับไม่ถึงสองชั่วโมงก็ตายในห้องขังเบื้องต้นช่วยกันสรุปว่าขาดอากาศตาย แต่เมื่อญาติร้องขอความเป็นธรรมจึงพบว่าถูกซ้อมซี่โครงหักกดหัวใจแตก ถูกเผาไข่ตอนกำลังจะตายแต่ก็ช่วยกันสรุปเบื้องต้นว่าขาดอากาศตาย อีกคดีหดหู่คือคดีที่ผู้ต้องหาถูกอุ้มจากอ่างทองมาพบเป็นศพที่แจ้งวัฒนะกรุงเทพ แต่ทำคดีว่ามีการต่อสู้การจับกุมเลยถูกยิงตายที่แจ้งวัฒนะ ญาติร้องขอให้ผ่าศพครั้งที่สองจึงพบหลักฐานสำคัญค้างในศพคือเสื้อคนตายและหลักฐานที่บอกเวลาตาย ทำให้สภาทนายความในสมัยนั้นส่งทีมไปหาหลักฐานเพิ่มได้ที่อ่างทอง ว่าแท้ที่จริงถูกยิงเสียชีวิตที่อ่างทอง ทั้งสองคดีญาติต้องเป็นฝ่ายร้องขอความเป็นธรรมและต่อสู้เอง ใช้เวลาหลายปีจนจบคดีในขั้นตอนการไต่สวนวิสามัญด้วยเงินจำนวนหลายล้าน ผู้กระทำผิดยังคงอยู่ในระบบราชการเพราะให้ฝ่ายเดียวกันตรวจสอบและขั้นตอนกฎหมายปล่อยให้ข้อมูลและหลักฐานถูกตัดออกไปจากสำนวนด้วยข้อกฎหมายที่เอื้อช่องว่างและการใช้ดุลยพินิจ”

“ถ้าตำรวจยังคงเห็นว่าวิธีเดิม อุ้ม รีด ซ้อม ยัดเยียด ป้ายสี จนถึงฆ่าแล้วบอกว่าพลั้งมือเป็นสิ่งที่ไม่ผิด เห็นทีพ.ร.บ.ตำรวจที่อยู่ในชั้นการพิจารณาของกรรมาธิการและพ.ร.บ.ห้ามอุ้มหายและซ้อมทรมานก็ไม่ช่วยอะไร เนื้อหาในกฎหมายที่อยู่ในชั้นส.ส.มีแต่หลักการเตือน แต่ไม่มีวิธีตรวจสอบการซ้อม ตรวจสอบการตาย รวมทั้งไม่มีระบบการตรวจสอบศพนิรนามด้วยหน่วยงานกลาง เห็นทีความยุติธรรมคงไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริง ไม่เชื่อลองไปตามคดีเหล่านี้ดูว่าเอาตัวเจ้าหน้าที่ที่ลงมือมาลงโทษได้แค่ไหน ต้องทำให้ตำรวจมีจิตสำนึกเคารพในสิทธิของบุคคล ถ้าเลือกทำงานในกระบวนการยุติธรรมต้องมีศรัทธาในการทำสิ่งที่ถูกต้อง สิ่งที่เป็นธรรม ถ้ายังคงเลือกเพราะเป็นเส้นทางแห่งความมั่งคั่ง ความยุติธรรมจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ตาชั่งเอียงตั้งแต่เริ่มต้น ยากที่ตาชั่งจะกลับมาอยู่ในดุลย์”

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก