“ชูวิทย์” เชื่อคลิป “ผกก.โจ้” เกิดจากขัดแย้งผลประโยชน์บนโรงพัก!

“ชูวิทย์” เชื่อคลิป “ผกก.โจ้” เกิดจากขัดแย้งผลประโยชน์บนโรงพัก!

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ไลฟ์สดพูดถึงกรณี "ผกก.โจ้" เชื่อว่าเป็นเรื่องความขัดแย้งกันในสถานีตำรวจ โดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ต่างๆ

วันที่26 ส.ค. 2564 ที่ผ่านมา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองและนักธุรกิจกลางคืนชื่อดัง ไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊กของตน กล่าวถึงกรณี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจรวม 7 นาย ก่อเหตุทรมานผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนเสียชีวิต ว่า โดยส่วนตัวตนไม่เชื่อว่าคลิปวีดีโอวินาทีเกิดเหตุจะหลุดออกมา หาก พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ดูแลลูกน้องทั้งโรงพักได้ดีจนลูกน้องทุกคนรักใคร่ เรื่องนี้ไม่ใช่น้ำดีหรือน้ำไม่ดี แต่เป็นเรื่องความขัดแย้งกันในสถานีตำรวจ โดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ต่างๆ

 

เช่น ที่ จ.นครสวรรค์ ถือว่าเป็น “พื้นที่ทองคำ” อีกแห่งหนึ่ง แต่วันนี้ตำรวจขาดรายได้จากธุรกิจสีเทา อาทิ บ่อนการพนัน สถานบันเทิง เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ทำให้สถานที่เหล่านี้ถูกปิดหมด ส่วนประเด็นความขัดแย้ง อาจเป็นไปได้ที่ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ จะมีปัญหากับคนในพื้นที่เดิม อีกทั้งต้องยอมรับว่า โรงพักเองก็ต้องจัดสรรผลประโยชน์ไปดูแลผู้ใหญ่

 

“เอาถุงคลุม รัดแล้วก็รีด ถามว่าในยุคสมัยนี้มันยังทำอย่างนี้ได้เลย แล้วที่เกิดเหตุมันโรงพักใจกลางเมือง เหตุเกิดที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ นี่นครสวรรค์นะครับ ฉะนั้นถือว่าเป็นโรงพักใหญ่ แล้วการกระทำถ้าเกิดไม่มีใครเห็น ถ้าผมบอกไม่มีคลิปนี้ ก็ไม่ต้องเถียงกันแล้ว ไอ้นี่ตายเพราะมันเสพยา มันหัวใจวายตาย แต่เนื่องจากคลิปมันเป็นหลักฐาน เป็นประจักษ์พยานที่ชัดเจนที่สุด การกระทำของโจ้และพวกก็เข้าข่ายฆ่าคนตายโดยเจตนา คลุมเพื่อจะรีดยา แรกๆ รีดเงิน ตอนนี้กลายเป็นรีดยาแล้ว” นายชูวิทย์ กล่าว

 

นายชูวิทย์ กล่าวต่อไปว่า การจ่ายเงินของธุรกิจสีเทา ที่ยังไม่ใช่ธุรกิจสีดำ จะจ่ายตั้งแต่ตำรวจชั้นผู้น้อยไปถึงชั้นผู้ใหญ่ อีกทั้งยังมีการจ่ายเป็นกองกลางสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในโรงพัก แต่หากหัวหน้าสถานีตำรวจคนใดเปลี่ยนระบบเป็นให้ทุกคนมาจ่ายกับตนเองเพียงคนเดียวแล้วตนเองทำหน้าที่จัดสรรให้ลูกน้อง แบบนี้ลูกน้องก็ลำบาก ซึ่งการเป็นผู้นำนั้นสำคัญ ผู้นำต้องได้ใจลูกน้อง หากไม่ได้ใจก็อาจถูกแฉได้ และที่ผ่านมาก็มีนายตำรวจที่ขอไปทำงานอื่นแทนการเป็นผู้กำกับการโรงพัก เพราะไม่สามารถจัดสรรผลประโยชน์ได้

 

สำหรับคดียาเสพติดนั้น ตนขอถามว่ายาเสพติดมันหมดไปหรือไม่ และเมื่อไม่หมดไป ท้ายที่สุดก็มีตำรวจที่มองเห็นช่องทางหาเงิน แรกๆ ที่มาทำงานอาจมีอุดมการณ์ แต่ต่อมาก็ขอหาเงินด้วย ส่วนกรณีของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ตนมองว่าตำรวจนายนี้ถ้าไม่มีคดีเกิดขึ้นคงเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างรวดเร็ว เห็นได้จากมีหน้าตาและบุคลิกดี รู้จักดูแลผู้ใหญ่ หรือแม้กระทั่งรู้จักตามจีบหญิงสาวที่มีเครือญาติเป็นใหญ่เป็นโต แต่เพราะมีเรื่องปรากฏเป็นข่าวจึงโดนขุดคุ้ยประวัติต่างๆ นานาขึ้นมา ทั้งนี้ ต่อให้เป็นผู้กระทำผิดคดีใดๆ ก็ตาม ตำรวจก็ไม่สามารถใช้วิธีการแบบศาลเตี้ยได้ และเชื่อว่ากรณีแบบนี้ไม่ได้มีแค่ครั้งเดียว แต่อีกหลายครั้งไม่ถูกบันทึกภาพไว้ได้

 

ส่วนคนที่ออกมาบอกว่าผู้บังคับบัญชาสั่ง ตนขอถามกลับว่าถ้าสั่งให้ไปตายจะไปหรือไม่ และขอให้เลือกเอาระหว่างไม่ทำตามคำสั่งที่ผิดแล้วโดนกักเวรยาม กับทำตามคำสั่งที่ผิดแล้วถูกดำเนินคดี เรื่องนี้ไม่ได้อับอายเฉพาะวงการตำรวจ แต่เป็นประเทศไทยทั้งหมด เพราะเรื่องนี้ถูกเสนอข่าวไปทั่วโลก แต่ก็เชื่อว่าตำรวจที่ทำคงไม่มีเจตนาให้เสียชีวิตแต่แรกเพราะต้องการเพียงรีดข้อมูล

 

“ถ้าเกิดสั่งลูกน้องไปยิงคนนั้น ถามหน่อย! กลัวผู้กำกับเลยต้องไปทำ ให้ความเป็นธรรม ความเป็นธรรมได้อย่างไร? ถ้าเกิดไม่ทำตามในสิ่งที่ผิดกฎหมาย เขาจะทำอะไรได้ กักยามหรือ? ก็โอเค! ดีกว่าโดนข้อหาฆาตกรรม นี่ 288-289 (มาตรา) ใช่ไหม? ประหารนะ แล้วผมเชื่อว่าคดีแบบนี้ไม่ให้ประกัน ศาลไม่มีทางให้ประกัน ท้ายที่สุดสู้อย่างไรก็โดนตลอดชีวิต มันรับก็ตลอดชีวิต ลงประหารแต่ถ้ารับก็อาจสู้ เหลือตลอดชีวิต ถ้าตลอดชีวิตก็ต้องทิ้งไปเลย 15 ปี ต้องอยู่ 15 ปี” นายชูวิทย์ ระบุ

 

SS77qfrL 1

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก