“ธนกร”สวน“บิ๊กแสนสิริ” รัฐบาลมีแผนฉีดวัคซีนปชช.ชัดเจน

“ธนกร”ป้อง”บิ๊กตู่”ทำงานเต็มที่เพื่อประชาชน แจง”บิ๊กแสนสิริ”รัฐบาลเร่งฉีดวัคซีนโดยมีไทม์ไลน์ชัดเจน เหน็บฝ่ายค้านอย่าติงทุกเรื่อง โวรัฐอนุมัติแจกเราชนะอีก 2.4 ล้านคน

 

 

นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนว่า ช่วงหลังนายเศรษฐาออกมาให้ความเห็นบ่อยๆ แต่ยังดีกว่าฝ่ายการเมือง เพราะเป็นข้อเสนอแนะที่สุภาพ ส่วนจะหวังผลทางการเมืองหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ แต่ขอยืนยันกับนายเศรษฐาว่า รัฐบาลเร่งฉีดวัคซีนเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ โดยมีแผนการฉีดวัคซีนที่ชัดเจน ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ได้ชี้แจงไปแล้ว ขณะนี้ไทยมีวัคซีนป้องกันโควิดเข้ามาจำนวน 2,117,000 โดส ซึ่งได้มีการเร่งฉีดแล้ว และในวันที่ 24 เม.ย. วัคซีนซิโนแวคจะเข้ามาอีก 5 แสนโดส และเดือนพ.ค.วัคซีนซิโนแวคเข้ามา 1 ล้านโดส ส่วนวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตในไทยจะเริ่มทยอยส่งเดือนมิ.ย. 4-6 ล้านโดส และเพิ่มจำนวนไปตั้งแต่ก.ค.ไปจนถึงสิ้นปี 64 จะครบ 61 ล้านโดส นอกจากนั้น ยังมีวัคซีนทางเลือกที่ให้ภาคเอกชนอีก 5-10 ล้านโดส ซึ่งน่าจะเพียงพอ ขอให้มั่นใจการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ทุ่มเททำงานหนักมากเพื่อช่วยเหลือประชาชนแก้ปัญหาโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ตนขอขอบคุณในความหวังดีและข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ ซึ่งไม่เหมือนกับฝ่ายค้านที่โจมตีเช้า กลางวัน เย็น โดยประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร

 

 

นายธนกร กล่าวอีกว่า หลายสิ่งหลายอย่างที่ฝ่ายค้านสงสัย ออกมาตำหนิ โจมตีรัฐบาล เชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์อธิบายอย่างชัดเจนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม แผนการจัดหาและเร่งฉีดวัคซีนให้กับพี่น้องประชาชน  การจัดหายาฟาริพิราเวียร์รัฐบาลก็เตรียมแผนสำรองในการจัดหาไว้แล้ว เดือนเม.ย.-พ.ค.จัดหาเพิ่ม 2 ล้านเม็ด พ.ค-มิ.ย.1 ล้านเม็ด  และมิ.ย.-ก.ค.อีก 5 แสนเม็ด โดยจะสั่งซื้อให้มีสำรองในสต็อก 3.5 ล้านเม็ดให้ได้เร็วที่สุด ทั้งนี้ อยากให้ฝ่ายค้านเพลาๆ การตำหนิติเตียนรัฐบาลลงบ้าง มาให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์จะดีกว่า เวลานี้ไม่ใช่เวลาของการเมือง แต่เป็นเวลาที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมแรงร่วมใจทำงานช่วยเหลือประชาชน นอกจากนั้น ครม.ยังได้อนุมัติโครงการเราชนะ โดยการขยายกลุ่มเป้าหมายและกรอบวงเงินของโครงการเพิ่มอีก2.4 ล้านคน จำนวน 3042 ล้านบาท รวมทั้งหมด 33.5 ล้านคนและขยายระยะเวลาใช้วงเงินสนับสนุนสำหรับผู้ได้รับสิทธิ์ตามโครงการ จากสามารถใช้จ่ายได้ไม่เกินวันที่ 31 พ.ค. เป็นใช้จ่ายได้ไม่เกิน 30 มิ.ย.64 เพราะฉนั้นขอให้เชื่อมั่นรัฐบาลว่าทำงานเป็นระบบ และขอให้เชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขของไทย

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

สนับสนุน TOPNEWS ด้วยการซื้อสินค้าคุณภาพจาก Sbuyzone 

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก