สกลนครพนม 1120X280
สกลนครพนม

“อนุชา” แจงไทม์ไลน์ชัด “บิ๊กตู่” รักษาการรัฐบาล ฉะก้าวไกล พูดเกินเหตุ เก็บข้าวของพ้นทำเนียบฯ

กดติดตาม TOP NEWS

"อนุชา" แจงไทม์ไลน์ชัด "บิ๊กตู่" รักษาการรัฐบาล ฉะก้าวไกล พูดเกินเหตุ เก็บข้าวของพ้นทำเนียบฯ

วันที่ 1 มิ.ย.66.-นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากกรณีที่มีข่าวหลายคน ออกมาพูด ไม่ว่าจะเป็นทางโฆษกพรรคก้าวไกล พูดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตั้งแต่หลังการเลือกตั้งเป็นต้นมายังไม่พูดแสดงความยินดีกับผู้ได้รับการเลือกตั้ง ต่างๆ หรืออะไรต่างๆ จึงขอชี้แจงว่านายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความยินดีกับพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจกับพี่น้องประชาชนไปตั้งแต่สัปดาห์แรกหลังการเลือกตั้งแล้ว โดยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกวันอังคารหลังการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความยินดีไปแล้ว

ซึ่งตรงนี้อยากให้เข้าใจตรงกันและส่วนที่มีการพูดถึงว่า ณ วันนี้เรื่องของสปิริตในการที่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลชุดปัจจุบันทำไมถึงไม่ดำเนินการในลักษณะที่จะให้ความร่วมมือในการที่จะมีการเปลี่ยนผ่านหลังเลือกตั้งมาแล้ว และทราบว่าพรรคการเมืองที่กำลังจัดตั้งรัฐบาลกันอยู่ ซึ่งได้เคยชี้แจงไปหลายรอบแล้ว ในเรื่องไทม์ไลน์ ว่า หลังจากการเลือกตั้งจะมีกำหนดระยะเวลาอย่างไรบ้าง ทั้งเรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง จะมีการรับรองภายใน 60 วันหลังการเลือกตั้ง และหลังจากที่มีการรับรองแล้ว จะมีการเปิดสมัยประชุมสภาฯเพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และเมื่อประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็จะมีการเลือกนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้เมื่อนายกรัฐมนตรีมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีและถวายสัตย์ ปฏิญาณแล้ว รัฐบาลชุดนี้ก็จะหยุดปฏิบัติหน้าที่และพร้อมให้ทางรัฐบาลใหม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ต่อ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นประมาณต้นเดือนสิงหาคม ตรงนี้อยากชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่าไทม์ไลน์ ต่างๆ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง หากพรรคการเมืองที่กำลังรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล ไม่ได้ห้ามหากจะเดินสายไปพบกับหน่วยงานภาคเอกชนต่างๆ ซึ่งเราก็เห็นอยู่ ทั้งสภาอุตสาหกรรมสภาหอการค้าไทยต่างๆ

อย่างไรก็ตามในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคราชการ ข้าราชการเองก็มีเสียงสะท้อน กลับมาทางรัฐบาลเหมือนกันว่าในลักษณะเช่นนี้อาจจะเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร เพราะปัจจุบันรัฐบาลที่กำลังดำเนินงาน ยังคงทำหน้าที่อย่างเต็มที่อยู่แล้ว โดยมีการประชุมกับหน่วยงานราชการ และคณะรัฐมนตรีต่างๆ จึงอยากให้ประชาชนและพรรคการเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคการเมืองที่กำลังฟอร์มจัดตั้งรัฐบาลอยู่ ได้เข้าใจบทบาทหน้าที่ของรัฐบาลในปัจจุบันและบทบาทหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในปัจจุบันด้วย ว่ายังคงทำหน้าที่อยู่

นายอนุชา ย้ำว่า สิ่งแรกรอคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศเรื่องการรับรองผู้สมัคร ส.ส. ตามไทม์ไลน์ที่พูดถึงจะมีการเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้เมื่อมีการรับรอง ส.ส. ได้ครบ 95% หรือประมาณ 475 คนซึ่งถือเป็นครรลองที่รัฐบาลชุดนี้ได้ประกาศมาตลอดระยะเวลา จึงอยากให้พรรคการเมืองที่กำลังจัดตั้งรัฐบาลอยู่ได้เข้าใจรวมถึงพี่น้องประชาชนเพื่อเข้าใจตรงกันในเรื่องของ ไทม์ไลน์และการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลในชุดปัจจุบันด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าสมมุติยังจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ไทม์ไลน์จะเลยเดือนสิงหาคมก็มีความเป็นไปได้ใช่หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่าการรับรองส.ส.ต้องอยู่ภายใน 60 วัน ตรงนั้นชัดเจน หลังจากนั้นจะมีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกำหนดไว้หลังจากมีการเรียกประชุมแล้ว เมื่อมีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร การที่จะเลือกนายกรัฐมนตรี ไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้

ดังนั้นวันนี้รัฐบาลยังทำหน้าที่ต่อไป แม้ว่านโยบายอนาคตอาจจะเกิดอะไรขึ้นมาก็ตาม เราคงดำเนินการในลักษณะที่กกต.กำหนดไว้อยู่แล้วว่า จะไม่ใช้ในส่วนของงบประมาณที่ยังไม่ได้อนุมัติจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง รวมทั้งการจะดำเนินนโยบายอะไรต่างๆคงต้องรอรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา ซึ่งที่ผ่านมาตลอดระยะเวลาเกือบ 3-4 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ดำเนินการอย่างเคร่งครัดในเรื่องนี้ เช่นเรื่องการลดค่าไฟ เราได้มีการดำเนินการส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเรื่องการโยกย้ายบุคลากรต่างๆก็ได้ส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่ออนุมัติกลับมา

ทั้งนี้แสดงว่าการที่พรรคก้าวไกลออกมาพูดว่า ทำไมนายกรัฐมนตรีไม่เก็บข้าวเก็บของตรงนี้ถือว่าเกินเลยไปหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า การที่ออกมาพูดว่ารัฐบาลไม่โชว์สปิริตและไม่มีการมอบหมายหรือไม่มีการดำเนินการในลักษณะเหมือนเตรียมเก็บของเพื่อที่จะออกจากทำเนียบรัฐบาลอะไรต่างๆ คิดว่าเป็นการพูดที่เกินกว่าเหตุ ตอนนี้ในส่วนของการจัดตั้งรัฐบาลทุกคนก็กำลังให้กำลังใจอยู่อยากให้พรรคการเมืองที่ได้มีการรวบรวมเสียงของผู้ที่ประชาชนให้การเลือกตั้งมา เราอยากให้ดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อยและเป็นไปด้วยความเรียบร้อยนายกรัฐมนตรีกล่าวอยู่เสมอว่า จะไม่ไปก้าวล่วงและจะให้พรรคการเมืองที่ได้รับ เสียงจากพี่น้องประชาชนได้เดินหน้าอย่างเต็มที่เพียงแต่ให้ระมัดระวังเรื่องของระเบียบต่างๆเท่านั้นเอง ซึ่งนายกฯได้ให้ข้อสังเกต เช่น การเรียกข้าราชการหรืออะไรต่างๆเท่านั้น

สื่อถามย้ำว่าแสดงว่า ยังไม่มีการเก็บของจนกว่าจะได้รัฐบาลใหม่ใช่หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ยังไงจะทำหน้าที่จนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ และอยากให้เข้าใจ ไทม์ไลน์ ตรงกันไม่ใช่ วันที่มีการเลือกนายกรัฐมนตรีแล้วตรงนั้นก็ถือว่ายังไม่เสร็จสิ้นต้องให้มีการฟอร์มคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อน นั่นถึงจะเรียกว่าเป็นการยุติของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ฉะนั้น ไม่มีเหตุผล อะไร ที่เราจะต้องเก็บเข้าเก็บของโชว์สปิริตในการที่จะไม่มาทำงาน เวลานี้เราต้องเข้ามาทำหน้าที่ แม้กระทั่งตามกระทรวงต่างๆรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรียังต้องเข้ามาทำงานทำเนียบรัฐบาลตามปกติ

ส่วนกรณีที่ไม่มีไทม์ไลน์เรื่องการเลือกนายกรัฐมนตรีเขาจะว่าเราไม่ได้ เพราะเลือกกันไม่ได้เองใช่หรือไม่ ตรงนี้จะทำความเข้าใจอย่างไร นายอนุชา กล่าวว่า ในเรื่องการที่มีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร เลือกรองประธานสภาฯ คนที่ 1 คนที่ 2 แล้ว หลังจากนั้นจะเป็นหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะรวบรวมเสียงหรือมีการพูดคุยกันอาจจะผ่านพรรคร่วมที่แสดงเจตจำนงจัดตั้งรัฐบาลเพื่อที่จะเสนอชื่อ ซึ่งหากตรงนั้นไม่สามารถดำเนินการได้รัฐบาลชุดนี้ก็ยังทำหน้าที่ต่อไป โดยไม่มีกำหนดเวลาว่าจะต้องเสร็จสิ้นภายในเวลาเมื่อไหร่ หากยังหาไม่ได้รัฐบาลชุดนี้ก็คงต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปเรื่อยๆ อันนี้เป็นเรื่องของระเบียบกฎหมายที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น