ผบช.น. ยัน ไม่มีการทำร้ายผู้ชุมนุมก่อน

ผบช.น. ยัน ไม่มีการทำร้ายผู้ชุมนุมก่อน

พลตำรวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา เผยพร้อมรับมือม็อบ ตามประกาศของกลุ่มผู้ชุมนุมทะลุฟ้า แต่ไม่ขอลงละเอียดยุทธวิธี เเต่ยืนยันว่า จะปฏิบัติตามขั้นตอนและกรอบของกฎหมาย 

เมื่อเวลา เวลา 10.40 น.  วันที่13 ส.ค. 2564  พลตำรวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พลตำรวจตรี ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล และ พันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ ร่วมแถลงข่าว เตรียมความพร้อมรับมือการชุมนุมของกลุ่มเห็นต่างทางการเมืองและประชาสัมพันธ์เส้นทางการจราจร

 

พลตำรวจโทภัคพงศ์ กล่าวว่า ตามที่มีประกาศของกลุ่มผู้ชุมนุมทะลุฟ้า นัดหมายการชุมนุม ในเวลา 15.00 น. ที่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หลังจากนั้น จะเคลื่อนขบวนไปทำกิจกรรมที่ ถ.วิภาวดีรังสิต นั้น ตำรวจมีการเตรียมความพร้อม แต่ไม่ขอลงละเอียดยุทธวิธี เเต่ยืนยันว่า จะปฏิบัติตามขั้นตอนและกรอบของกฎหมาย  โดยจะให้กระทบกับประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงน้อยที่สุด เเต่ทั้งนี้ ก็ต้องขอโทษ ที่มีบางกรณีอาจทำให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงได้รับผลกระทบ  ขอยืนยันว่า ตำรวจไม่มีเจตนาที่จะทำร้ายประชาชน ไม่มีการเปิดฉากใส่ผู้ชุนุมก่อน  สถานการณ์ตอนนี้ ต้องการแค่ความรักความสามัคคีให้ผ่านพ้นวิกฤติโควิดไปให้ได้

 

ดังนั้น วันนี้ ขอความร่วมมือประชาชน หลีกเลี่ยงเส้นทาง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ต่อเนื่องไปจนถึง ถ.วิภาดีฯ และสามเหลี่ยมดินเเดง เนื่องจากที่ผ่านมา จะมีความรุนแรงและมีการชุมนุมต่อเนื่อง

 

พร้อมขอเตือนไปถึงผู้ที่จะเข้าร่วมการชุมนุม ซึ่งอาจมีความผิดทั้ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ อีกทั้ง ตอนนี้มีผลตรวจยืนยันว่า ผู้ชุมนุมบางราย ติดเชื้อโควิด ก็อาจเป็นอันตรายต่อผู้ชุมนุมคนอื่น ๆ ได้

 

พลตำรวจโท ภัคพงศ์  ยังกล่าวอีกว่า หากผู้ชุมนุม ไม่ใช้ความรุนแรง ตำรวจจะพยายามรักษาความสงบเรียบร้อย โดยที่ผ่านมาได้รับรายงานว่า มีการสะสมอาวุธ  จึงมีความจำเป็นต้องระงับเหตุก่อน อย่างกรณีวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา ผู้ชุมนุม มีการปิดถนน วางเพลิงเผาทรัพย์  และพบว่า ผู้ชุมนุม มีอาวุธหลายรายการ จึงต้องเคลื่อนกำลังออกมาระงับเหตุ หลังจากเหตุสงบก็กลับเข้าที่ตั้ง ยืนยันว่า ปฏิบัติการทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน และในกรอบของกฎหมาย เน้นรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นหลัก

 

ทางด้าน พลตำรวจตรี ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวสรุปการดำเนินคดีกับ ผู้ชุมนุม ตอนนี้ มีการดำเนินคดีไปกว่า 300 คดี  สอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว 199 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน 105 คดี   ส่วนกรณีการเผารถตำรวจ ได้มีการจับผู้ต้องหาและวันนี้นำตัวไปฝากขังเเล้ว โดยหลังจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อนำตัวผู้ก่อเหตุที่เหลือมาดำเนินคดี

 

อย่างไรก็ตาม ฝากเตือนไปถึงผู้ที่เชิญชวนชุมนุมผ่านโซเซียลมีเดีย และแจ้งให้ผู้ชุมนุมคล้องเเขนกันเป็นเเนว ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเเพร่ระบาดของเชื้อโรค จะมีความผิด พ.ร.บ.โรคติดต่อ , พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และความผิดอื่น ๆ

 

ขณะที่ พันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า วันที่ 15 ส.ค. มีการนัดชุมนุม คาร์ปาร์ค ใน กทม. และมีการชุมนุมในต่างจังหวัดคู่ขนาน นอกจาก จะเป็นการกระทำผิดกฎหมายเเล้ว ยังผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เละ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ซึ่งทางตำรวจมีการเตรียมความพร้อมรับมือ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย หากมีผู้กระทำผิดกฎหมาย ก็ต้องถูกดำเนินคดี ถึงแม้จะยังไม่ดำเนินคดีในทันที แต่ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีในภายหลัง

 

 

 

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก