WHO  รับรองคุณภาพ วัคซีน “ซิโนแวค” ปลอดภัยสามารถใช้ในภาวะฉุกเฉิน

WHO  รับรองคุณภาพ วัคซีน “ซิโนแวค” ปลอดภัยสามารถใช้ในภาวะฉุกเฉิน

สธ. เผย WHO  รับรองคุณภาพ วัคซีน “ซิโนแวค” ผลการศึกษาในไทย พบ ฉีดครบ 2 เข็ม ป้องกันปอดอักเสบได้ 85% , ป้องกันติดเชื้อสายพันธุ์อัลฟาได้ 90%

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึง วัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ว่า องค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) ได้พิจารณา และให้การรับรองวัคซีนซิโนแวค-โคโรนาแวค (Sinovac-CoronaVac) ที่ผลิตโดย บริษัทซิโนแวค ประเทศจีน ว่ามีมาตรฐานการผลิตในระดับสากล มีความปลอดภัย มีประสิทธิผล และอนุมัติให้ใช้ในภาวะฉุกเฉิน (WHO Emergency Use Listing : EUL) เพื่อป้องกันโรคโควิด 19  ตั้งแต่ วันที่ 1 มิถุนายน 2564 เป็นต้นมา โดยแนะนำให้ใช้ในกลุ่มประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป และไม่ได้กำหนดอายุสูงสุด วัคซีนดังกล่าวมีประสิทธิผลในการป้องกันอาการป่วยจากเชื้อโควิดได้ 51% และป้องกันการป่วยที่รุนแรงที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลได้ 100% เป็นวัคซีนลำดับที่ 6 ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก รองลงมาจากวัคซีนของไฟเซอร์, แอสตร้าเซนเนก้า, จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน, โมเดอร์นา, ซิโนฟาร์ม และซิโนแวค ตามลำดับ ซึ่งวัคซีนซิโนแวคมีข้อดี คือสามารถเก็บรักษาในอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียสได้

นพ.อภาส กล่าวเพิ่มเติมว่า วัคซีน จัดเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการควบคุมป้องกันโรค ประเทศไทยได้นำเข้าวัคซีนซิโนแวค โดยองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เพื่อนำมาให้บริการประชาชนฟรี ในภาวะฉุกเฉินที่เชื้อกำลังแพร่ระบาดในวงกว้าง เพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคโควิด 19 อย่างเพียงพอ หากมีการติดเชื้อ วัคซีนจะช่วยลดอาการความรุนแรงลงได้ จึงขอให้ประชาชนทั้งที่ได้ฉีดแล้ว และกำลังจะฉีด มั่นใจและคลายความวิตกกังวลในเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัยได้

ทั้งนี้ หลังจากที่นำ วัคซีนซิโนแวค มาใช้ในประเทศไทย ซึ่งในระยะแรกฉีดป้องกันโรคในกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงต่อการสัมผัสเชื้อและติดเชื้อ เช่นบุคลากรทางการแพทย์หรือกลุ่มที่มีความเสี่ยงป่วยรุนแรงหากติดเชื้อโควิด เช่น ผู้มีโรคประจำตัว ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่กำลังมีการระบาด เป็นต้น  จากรายงานการศึกษาทางระบาดวิทยา เรื่องการประเมินประสิทธิผลของวัคซีนซิโนแวค และความปลอดภัยของวัคซีนตามมาตรฐานของวัคซีนที่ยอมรับในระดับสากล ของคณะติดตามประสิทธิผลของวัคซีนโควิด 19 ในพื้นที่ 3 จังหวัด ประกอบด้วย ภูเก็ต สมุทรสาคร และเชียงราย ในช่วงเดือนเมษายน 2564 – มิถุนายน 2564 ผลปรากฏว่า วัคซีนมีประสิทธิผล สามารถป้องกันการติดเชื้อในกลุ่มที่เข้าร่วมการศึกษาใกล้เคียงกัน โดยที่ จังหวัดภูเก็ต ได้ผลสูงถึง 90.7%  สมุทรสาค รได้ผล 90.5%  และเชียงรายได้ผล 82.8%  สามารถป้องกันปอดอักเสบ ซึ่งมีความรุนแรงได้ 84.9%  หากฉีดวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม จะสามารถป้องกันการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่ คือสายพันธุ์อัลฟาได้ ประมาณ 90%  ป้องกันปอดอักเสบได้ 85% ซึ่งในขณะนี้ พบสายพันธุ์อัลฟามีการระบาดในภาพรวมทั่วประเทศ 34%

อย่างไรก็ตาม ในการป้องกันโรคให้เกิดประสิทธิภาพที่สุด จะต้องใช้หลายมาตรการร่วมกัน การฉีดวัคซีนเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ เนื่องจากเชื้อโรคเป็นสิ่งมีชีวิตและมีการพัฒนาตัวเองเช่นกัน ประชาชนจะต้องยึดหลักปฏิบัติ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายด้วยการล้างมือฟอกสบู่หรือล้างด้วยเจลแอลกอฮอล์ 70% สวมหน้ากากอนามัย 100% ไม่คลุกคลีใกล้ชิดกัน มั่นใจว่าหากประชาชนทุกคนร่วมมือร่วมใจยึดแนวปฏิบัติที่กล่าวมา เราจะสามารถชะลอการติดเชื้อ   และควบคุมโรคได้สำเร็จโดยเร็ว ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน กรมควบคุมโรค โทร.1422

 

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก