รัฐบาลผลักดันอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์พืช

รัฐบาลผลักดันอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์พืช

ทำเนียบฯ 23 ก.ค.- รองโฆษกรัฐบาลเผย รัฐบาลผลักดันอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์พืช สร้างความยั่งยืนภาคการเกษตร ร่วมขบวนส่งออกโต คาดแตะ 10,000 ล้านบาทภายในปีหน้า

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ มุ่งเน้นเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าเศรษฐกิจ BCG ซึ่งส่วนหนึ่งของการเดินหน้าในเรื่องดังกล่าว นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ตั้งเป้าให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและวิจัยเมล็ดพันธุ์ข้าวและพืชผักในภูมิภาค เพื่อผลักดันระบบการเกษตรไทยสู่การเกษตรยั่งยืนบนความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมต่อยอดการพัฒนาเมล็ดพันธุ์เป็นสินค้าส่งออกในอนาคต

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินหน้าโครงการพัฒนาเป็นศูนย์กลางเมล็ดพันธุ์รองรับประชาคมอาเซียน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ทั้งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หน่วยงานภาครัฐอีก 5 หน่วยงาน สถาบันการศึกษา 10 สถาบัน บริษัทเมล็ดพันธุ์ 60 บริษัท (จาก 5 อุตสาหกรรม) มุ่งเป้าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเมล็ดพันธุ์ในระดับสากล (Seed Hub) ที่มีความพร้อมทั้งทางด้านการวิจัยพัฒนา การผลิต การจำหน่าย การนำเข้า – ส่งออก เมล็ดพันธุ์ที่หลากหลายมีคุณภาพดี ในปริมาณให้เพียงพอต่อความต้องการทั้งภายในและภายนอกประเทศ

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ตัวเลขในปี 2563 ประเทศไทยสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีหลากหลายชนิด มีมูลค่ารวม 1.1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นเมล็ดพันธุ์เพื่อใช้เพาะปลูกในประเทศ 4.3 พันล้านบาท และเพื่อส่งออก 129 ประเทศ มูลค่า 7.4 พันล้านบาท โดยตลาดสำคัญอยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียน และเอเซียแปซิฟิก เป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากการส่งออกปี 2548 อย่างมาก อยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 70 เป็นการรับจ้างผลิต สำหรับในปี 2565 คาดการณ์ว่ามูลค่าการส่งออกจะไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งมูลค่าการส่งออกและจำนวนประเทศผู้ซื้อเมล็ดพันธุ์ของไทยที่เพิ่มขึ้นนี้ สะท้อนถึงการยอมรับจากต่างประเทศในความสามารถของการผลิตเมล็ดพันธุ์ ความก้าวหน้าทางวิชาการด้านการวิจัยพัฒนา ตลอดจนศักยภาพในการขยายตัวและต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ไทยในระดับสากล

“นายกฯ ให้ความสำคัญอย่างมากในการพัฒนาไทยเป็นฐานของอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ ซึ่งเป็นตัวอย่างหนึ่งของการพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจ BCG ที่ดี อุตสาหกรรมนี้เป็นต้นน้ำในกระบวนการเพาะปลูกและผลิต ส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตรให้มีคุณภาพดี สร้างรายได้ให้เกษตรกร เพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่สำคัญยังทำให้ชุมชนเข้มแข็งขึ้นอาชีพเกษตรกรมีความยั่งยืน ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล” น.ส.รัชดา กล่าว

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก