สกลนครพนม 1120X280
สกลนครพนม

เลขาฯยธ. เผยรอศาลสั่งอดีตนักโทษชาย รับโทษต่อ พร้อมช่วยเหลือเยียวยา

กดติดตาม TOP NEWS

เลขาฯยธ. แนะอดีตนักโทษชาย รอฟังคำสั่งศาลให้กลับไปรับโทษที่เหลือ ให้คำมั่น จะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมช่วยเหลือเยียวยา ส่วนเจ้าตัวน้อมรับคำพิพากษาศาล

วันนี้ ( 13 ก.ย.) ที่กระทรวงยุติธรรม ถ.แจ้งวัฒนะ นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรม และ สิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อม นายธีรพิพัฒน์ พิพัฒนโสภณ ผู้เสียหาย เข้าพบ ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม กรณีมีผู้ร้องทุกข์ ขอความเป็นธรรม หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ 2 ครั้ง ขณะรับโทษจำคุกอยู่ในเรือนจำจังพระเยา จนกระทั่งได้รับการปล่อยตัวในที่สุด แต่ต่อมาทางเรือนจำกลับมีหนังสือให้ศาลจังหวัดพะเยา เรียกตัวผู้เสียหายกลับไปรับโทษที่เหลืออีก 7 เดือนเหมือนเดิม ทั้งที่ได้รับอภัยโทษแล้ว

ด้านว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หลังพูดคุยทำความเข้าใจกับ นายธีรพิพัฒน์ ผู้ร้องเรียน ซึ่งก่อนหน้านี้ เป็นผู้ต้องขังในเรือนจำพะเยา ตามคำพิพากษาศาลฎีกา ซึ่งพิพากษายืนตาม 2 ศาลล่าง ให้จำคุก 3 ปี และถูกนำตัวเข้าเรือนจำ ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2564 และมีการขอรับการอภัยโทษ กระทั่งถูกปล่อยตัวออกมาวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 แต่หลังได้คืนอิสรภาพไม่นาน ก็กลับได้รับหมายเรียกให้กลับไปรายงานตัวที่ศาล เนื่องจากเจ้าหน้าที่เรือนจำได้ยื่นคำร้องว่าปล่อยตัวผิดพลาด และให้กลับไปรับโทษที่เหลืออีก 7 เดือน เนื่องจากหลังออกจากเรือนจำมาแล้ว ได้มีหนังสือยกเลิกไม่ให้ชั้นพิเศษตนในเดือนตุลาคมปี 64

 

โดยเลขานุการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า เรื่องนี้ต้องมีการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่จากการอธิบายขั้นตอน รายละเอียดต่างๆให้กับนายธีรพิพัฒน์ทราบนั้น เจ้าตัวเข้าใจและรอฟังคำตัดสินของศาล พร้อมยืนยันว่า ถ้าหากจะให้กลับเข้าไปรับโทษ กระทรวงยุติธรรมจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ส่วนความเสียหายทางแพ่งที่นายธีรพิพัฒน์ ลงทุนทำธุรกิจช่วง7เดือนที่ผ่านมานั้น หากเกิดความเสียหายอย่างไรก็จะมีการช่วยดูแล และให้คำแนะนำขั้นตอนเรียกร้องค่าชดเชยในส่วนนี้ต่อไป

ด้านนายธีรพิพัฒน์ ระบุว่า หลังจากได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจ รู้สึกสบายใจขึ้น รอเพียงแค่ฟังคำตัดสินของศาล โดยส่วนตัวได้มีการยื่น 7 เรื่องให้ทางกระทรวงยุติธรรมดำเนินการตรวจสอบ ทั้งเรื่องความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในกรมราชทัณฑ์ จ.พะเยา แต่ส่วนตัวไม่ว่าจะอย่างไรก็พร้อมน้อมรับคำตัดสินของศาล

อย่างไรก็ตาม มีการสอบถามเลขานุการกระทรวงยุติธรรม ว่าเคสในลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยหรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบว่า ในส่วนของกระบวนการไม่ว่าจะอย่างไรกรมราชทัณฑ์ก็ต้องดำเนินการไปตามระบบ แต่การปล่อยครั้งนี้เป็นการปล่อยโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่มีการเพิกถอนคำสั่งในภายหลัง ซึ่งเคสนี้อาจจะมีช่องทางเช่นการขอติดกำไลEMได้หรือไม่ ซึ่งต้องไปดูในเรื่องของเงื่อนไข และไม่ว่าจะอย่างไรต้องรอฟังคำสั่งจากศาลอีกครั้ง

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมา กรมราชทัณฑ์ ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นว่า สำหรับ กระบวนการเลื่อนชั้น เริ่มต้นตั้งแต่เรือนจำฯ จัดประชุมคณะทำงาน เพื่อตรวจสอบการเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาดประจำเรือนจำ และรายงานผลไปยังกรมราชทัณฑ์ เพื่อให้ตรวจสอบ และเสนอปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อพิจารณาอนุมัติ

โดยกรณีนายธีรพิพัฒน์ เจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัด ได้คิดคำนวณโทษ ตามหลักการเลื่อนชั้นเป็นชั้นเยี่ยม จึงปล่อยตัวก่อนกำหนดโทษที่เหลือ 7 เดือน แต่หลังจากนั้น กระทรวงยุติธรรม ได้มีหนังสือลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 แจ้งว่าไม่อนุมัติการเลื่อนชั้นของกลุ่มนักโทษดังกล่าว กรมราชทัณฑ์จึงมีหนังสือลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565 แจ้งไปยังเรือนจำจังหวัดพะเยา นายธีรพิพัฒน์ จึงต้องกลับมารับโทษที่เหลืออยู่ต่อไป

ทั้งนี้ เรือนจำจังหวัดพะเยา ได้แจ้งนายธีรพิพัฒน์ฯ ถึงผลการไม่อนุมัติการเลื่อนชั้น และให้กลับมารับโทษที่เหลืออยู่ แต่ได้รับการปฏิเสธ ทางเรือนจำฯ จึงยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้นายธีรพิพัฒน์ฯ กลับมารับโทษที่เหลือต่อไป โดยศาลมีรายงานกระบวนการพิจารณาตามคดีหมายเลขดำที่ อ 651/2560 คดีหมายเลขแดง ที่ อ 405/2560 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 วรรคท้าย ให้กลับมารับโทษที่เหลืออยู่จำนวน 7 เดือน 29 วัน และกรมราชทัณฑ์ ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวว่าได้มีการปฏิบัติถูกต้องตามระเบียบหรือไม่อย่างไร

กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนเพิ่มเติมว่า กรณีดังกล่าวนี้เป็นการปฏิบัติตามขั้นตอนของระเบียบและกฎหมาย โดยมิได้มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และกรณีดังกล่าวมีนักโทษเด็ดขาดขอพิจารณาการเลื่อนชั้น จำนวน 71,754 ราย โดยใช้เวลา 3 เดือน ซึ่งอยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง จึงไม่อนุมัติให้เลื่อนชั้น ทำให้เรือนจำจังหวัดพะเยาและเรือนจำอื่นๆ ที่อยู่ในหลักเกณฑ์การขออนุมัติ มิได้รับการอนุมัติด้วยเช่นกัน สำหรับส่วนของเรือนจำจังหวัดพะเยา จำนวน 241 ราย มีผู้ต้องขังเพียง 2 ราย ที่ได้รับการปล่อยตัว ส่งผลให้ทั้งคู่ต้องกลับมารับโทษจำคุกต่อและ 1 ใน 2 ราย ได้กลับเข้ามารับโทษจำคุกต่อแล้ว สำหรับนายธีรพิพัฒน์ฯ ปฏิเสธการกลับเข้ามาคุมขังภายในเรือนจำ จึงเรียนมาเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงดังกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น