ศบค. สั่งยกระดับเข้มขึ้น หลังล็อกดาวน์ 5 วัน พบ ปชช. ฝ่าฝืนเพียบ

ศบค. สั่งยกระดับเข้มขึ้น หลังล็อกดาวน์ 5 วัน พบ ปชช. ฝ่าฝืนเพียบ

นายกรัฐมนตรี สั่งทบทวนยกระดับมาตรการเข้มข้นขึ้น หลังล็อกดาวน์ 5 วัน ยังพบ ปชช. ฝ่าฝืนมั่วสุม -ตั้งวงเล่นพนัน-ออกนอกบ้าน

พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) แถลงผลการประชุมที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค.เป็นประธานการประชุม  ว่า ภายหลังจากที่มีการประกาศมาตรการของ ศบค. ไปแล้ว 5 วัน ในที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) รายงานพบประชาชนมีการกระทำความผิดฝ่าฝืนตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ทั้งหมด 217 ราย แบ่งเป็นฝ่าฝืนมาตรการห้ามออกนอกเคหะสถาน 158 ราย และฝ่าฝืนมาตรการห้ามรวมกลุ่มและมั่วสุม 59 ราย โดยมีการดำเนินคดีไปแล้วทั้งสิ้น 45 ราย ที่เหลือเจ้าหน้าที่พยายามตักเตือนและขอความร่วมมือ

 

ฉะนั้น ศปม. ขอเน้นย้ำว่า ในส่วนของความทำงานของเจ้าหน้าที่จะเพิ่มความเข้มงวดและขอความร่วมมือประชาชนทั้งในแง่ทำตามมาตรการ ห้ามออกนอกเคหสถาน การรวมกลุ่ม หรือการเดินทางภายในประเทศของประชาชน โดยข้อมูลของกระทรวงคมนาคมพบว่าหลังจากประกาศบังคับใช้มาตรการที่ผ่านมา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังพบว่ามีประชาชนเดินทางอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของการข้ามพื้นที่ในจังหวัดเดียวกัน รวมทั้งจากจังหวัดพื้นที่ควงคุมสูงสุดและเข้มงวดมีการเดินทางออกนอกจังหวัด  โดยที่ประชุมศบค.มีความเป็นห่วงโดยสอดคล้องกับการรายงานของกรมควบคุมโรคพบว่ามีการรายงานการออกนอกเคหสถาน และพบพฤติกรรมการรวมกลุ่ม ที่กรมควบคุมโรค ยังมีการพบการจับกุมการตั้งวงเล่นการพนัน โดยเปิดท้ายรถกระบะตั้งวงเล่นการพนัน

 

พญ.อภิสมัย กล่าวต่อว่า รวมทั้งมาตรการส่งบุคคล  ที่เน้นย้ำมาโดยตลอด ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคอย่างรายงานผู้ติดเชื้อที่มีการรายงานประวัติว่า ขณะที่รวมกลุ่มหรือมีการเคลื่อนย้ายการเดินทางไม่สวมหน้ากากอนามัย ไม่มีการเว้นระยะห่าง จึงต้องขอเน้นย้ำว่าจากการรายงานของหลายหน่วยงานในวันเดียวกันนี้พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมืออย่างดี แต่ยังมีประชาชนบางส่วน และบางกลุ่มไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรการได้ ทำให้การรายงานการติดเชื้อยังมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง

 

พญ.อภิสมัย กล่าวอีกว่า ศปม. ศบค. รายงานว่า มีประชาชนแจ้งเบาะแส และนำไปสู่การจับกุม มีการร้องเรียนกิจการและสถานประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการมากถึง 102 ข้อร้องเรียน โดยมีการรายงานการมั่วสุม 92 เหตุการณ์  โดยที่ประชุม ศบค.สรุปผลว่า มีความเป็นห่วงว่าอาจจำเป็นต้องมีการปรับมาตรการให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น  อาจจำเป็นต้องมีการปิดกิจการบางอย่าง เนื่องจากปัจจุบันการประกาศของ ศบค.ในสัปดาห์ที่ผ่านมาอนุญาตให้เปิดกิจการ และกิจกรรมถึงเวลา 20.00 น. เพื่อให้ประชาชนมีเวลากลับบ้าน และห้ามออกนอกเคหสถานในเวลา 21.00 น. โดยที่ประชุม ศบค.พิจารณาว่าอาจจะมีการปิดให้มากขึ้น และอาจจะปรับมาตรการที่เข้มข้นมากขึ้น โดยจะมีการออกมาตรการในเร็วๆนี้  อย่างไรก็ตาม มาตรการล็อคดาวน์ที่ออกไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเป็นการออกตามสถานการณ์ปัจจุบัน ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและใน 10 จังหวัด ไม่ใช่ทั้งประเทศ เพื่อให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด แต่เมื่อมีการรายงานทบทวนมาตรการ 5 วันที่ผ่านมา ยังพบว่ามีการบังคับใช้มาตรการยังน่าเป็นห่วง ทั้งนี้ ผอ.ศบค.ขอให้คณะแพทย์ที่ปรึกษาไปทบทวนมาตรการสาธารณสุข เพื่อนำมาเสนออย่างเร่งด่วนในการปรับมาตรการให้เข้มข้นมากกว่านี้.

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก