เคลียร์ทุกประเด็น “คีรี” ลั่น “BTSไม่ใช่จำเลย” จุดยืนคือทวงหนี้ 4 หมื่นล้าน รถไฟฟ้าสีเขียว

กดติดตาม TOP NEWS

เคลียร์ทุกประเด็น "คีรี" ลั่น "BTSไม่ใช่จำเลย" จุดยืนคือทวงหนี้ 4 หมื่นล้าน รถไฟฟ้าสีเขียว

ตามที่กทม. โดย บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ตัดสินใจให้มีการเปิดเผยเงื่อนไขสัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว และ ปรากฎต่อมา เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2565 เว็บไซต์กรุงเทพมหานคร ได้เผยแพร่ข้อมูลจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ระหว่างกรุงเทพมหานคร และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด จำนวน 2 ฉบับ คือ

– สัญญาที่กรุงเทพมหานคร ได้ว่าจ้างบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เป็นผู้บริหารระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ระยะเวลา 30 ปี ลงนามเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2555
– บันทึกข้อตกลงการมอบหมายกิจการในอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร โครงการระบบขนส่งมวลชนสายสีเขียวช่วงหมอชิต – สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2559

ล่าสุด นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด(มหาชน) แสดงความเห็นในแต่ละปมประเด็น ดังนี้

กรณีที่ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อบีทีเอสหรือไม่

การเปิดสัญญาจะส่งผลกระทบอะไร เพียงแต่สัญญาได้เขียนไว้ทุกๆ สัญญา ไม่ว่าสัญญาสัมปทานของสายสีชมพู หรือ สีเหลือง ก็มีข้อนี้เอาไว้ เป็นข้อที่ทุกสัญญาต้องมีหมด คือการเคารพซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ว่า พอคุณสัญญากับผม แล้วพรุ่งนี้คุณจะไปแปะสัญญาไว้กลางถนนมันไม่ใช่

เปิดได้ไม่ได้จะมีปัญหาอะไร เปิดได้อยู่แล้ว ท่านเป็นผู้ถือหุ้นของสัญญานั้น ท่านสามารถรับรู้ได้ทุกอย่าง ในเรื่องนี้ คู่สัญญาในการทำโอเปอเรชั่น คือ กรุงเทพธนาคม แต่ผู้ถือหุ้นของกรุงเทพธนาคม คือ กทม. 99.9999 กทม.จะรับรู้อะไร เรียกมา ถ้ามาช้าสัก 15 นาทีคงมีปัญหา คุณต้องมาภายใน 5 นาที ก็เรียกมาดูได้ทันที

ก็ไม่เข้าใจว่าเป็น ( issues) ปัญหา ขึ้นมาได้อย่างไรว่า บริษัทไม่ให้เปิดสัญญาสัมปทาน ทางกทม.รับทราบแน่นอน ไม่อย่างนั้น คงไม่อนุมัติให้ KT มาเซ็นสัญญากับเอกชน โครงการขนาดนี้ แต่ก็เเปลกใจ

“ผมขอย้ำอีกที ผมไม่ได้เป็นจำเลยนะ ผมเป็นเจ้าหนี้ ท่านผู้ว่าฯ ก็บอกว่า ไม่เคยจะเบี้ยวหนี้ จะคุยอะไรคุยได้หมด อยากคุย มันจะได้เดินต่อไปให้เอกชนจะได้มีกำลังใจ”

 

เรื่องที่ KT เป็นหนี้เรื่องค่าจ้างเดินรถ จะดำเนินการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ โดยเฉพาะในส่วนข้อกฎหมาย

“อยากจะอธิบายอีกครั้ง หนี้สินของกรุงเทพธนาคม ที่เป็นหนี้ค้างจ่ายกับทาง BTSC ตอนนี้คงจะเกิน 4 หมื่นล้านบาทไปแล้ว แต่ตอนนี้อยากให้แยกออก โดยใน 4 หมื่นล้านบาท มี 2 หมื่นล้านบาท เป็นค่าติดตั้งงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล (E&M) ซึ่งเป็นการว่าจ้าง แต่ว่า บีทีเอส อาจจะอวดดีไปหน่อย หรือว่า ใจดีไปหน่อย คือคิดว่า ทำเสร็จค่อยเก็บเงิน ก็ควรจะแยกให้เรียบร้อย โดยข้อเท็จจริงอันนั้นควรจะจ่ายได้แล้ว ถ้าผู้รับเหมาคนไหน ทำงานเสร็จแล้วไม่ได้เงิน เขาคงดิ้นมากกว่าผมอีก ผมไม่เห็นทำไร พูดมากก็เดี๋ยวก็หาว่าไปเถียงกัน

แต่เราแยกให้เรียบร้อย 2 หมื่นล้านบาท เป็นค่าจ้างติดตั้งระบบ ซึ่งใช้งานมา 2-3 ปี อีกก้อนคือประมาณ 2 หมื่นล้านบาท โดยรวมดอกเบี้ย ณ ปัจจุบัน คือ เรื่องค่าจ้างเดินรถและบำรุงรักษา (O&M) ซึ่งในสัญญาซึ่งทำกันมาเกือบ 10 ปี เป็นสัญญาที่คล้ายๆ ที่มีการจ้าง O&M ในตลาด และผมยังมั่นใจว่า ราคาของเราเป็นราคาที่ถูกกว่า เพราะเรารวมถึงการลงทุนรถไฟฟ้า ขบวนรถไฟฟ้า ลงทุนทุกๆ อย่าง แต่ว่าในตลาดรู้สึกเหมือนจะเเบ่งเป็น ค่ารถส่วนค่ารถ เดินรถส่วนเดินรถ มีค่าอะไรต่อค่าอะไรต่างๆ จึงมองเหมือนน้อยกว่า”

“เอาง่ายๆ แม้กระทั่ง รปภ. เราก็ต้องออกเอง แต่ว่า ว่าจ้างส่วนว่าจ้างไม่ได้รวม คือต้องให้ความเป็นธรรม สำหรับบีทีเอสซี ค่าระบบ O&M ตลอดเวลาที่ผ่านมาได้ปฏิบัติอย่างไร ให้เป็นที่พึงพอใจของผู้โดยสารที่ใช้บริการ ผมกล้าพูดดังๆ ถ้าผู้โดยสารไม่พึงพอใจ บริษัท บีทีเอส คงไม่สามารถที่จะชนะรางวัลที่ได้มาจากระดับโลกระดับสากล DJSI มาถึง 5 ปี และสองปีหลังเป็นที่ 1 เป็นตัวแทนของประเทศไทย ที่ได้รับรางวัลระดับโลกสากล ซึ่งหากเราไม่ดีพอคงไม่ได้รางวัล และ ไม่ใช่ว่าได้อยู่ในกลุ่มที่ดีที่สุด แต่เราชนะเลิศ มา 2 ปีซ้อน และปีนี้จะอาจจะได้ที่ 1 ในหมวดคมนาคม เราชนะทุกประเทศ ไม่ว่าประเทศเจริญแล้วหรือเก่งแล้ว คนไทยไม่เท่าไหร่หรอก แต่ชนะเลิศ ได้รางวัลระดับโลก เป็นเบอร์ 1 ของโลก เป็นหน้าตาของเรามั้ย” นายคีรี กล่าว

ภาระหนี้ ทาง KT ได้เจรจาเพื่อจ่ายหนี้คืนบ้างหรือไม่ และความคืบหน้าเรื่องคดีความที่เกี่ยวข้อง

“ทุกท่านก็ทราบครั้งที่แล้ว เคทีได้เชิญเรา ซึ่งตัวแทนเราคือ คุณสุรพงษ์ (เลาหะอัญญา) ไม่ใช่เจรจานะ แต่ไปแลกเปลี่ยนข้อมูลมาเพื่อพัฒนา หรือพยายามทำให้ปัญหาต่างๆ ที่มี ให้เข้าใจและจบลง ผมเคยพูดว่า เราอาจจะต้องให้เวลา ทางทีมกทม.ใหม่ ซึ่งเข้ามารับตำแหน่งแค่ 2-3 เดือน ต้องให้เค้าศึกษา มันเป็นความรอบคอบของท่านผู้ว่าฯ ที่มีความรอบคอบในการดูว่า มันผิดหรือถูก แต่ผมเข้าใจว่า ท่านมีทีมงานที่ดีและได้ดูละเอียดแล้ว คงไม่มีอะไรที่ไม่ถูกต้อง ถ้ามีอะไรไม่ถูกต้อง ป่านนี้ คงเรียกผมไปนานแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่เรียกผมไป แปลว่าไม่มีอะไร”

แนวทางการใช้หนี้กทม. ขณะนี้ไม่มีจ่ายให้ ทำให้ปชช. กังวลว่าจะหยุดให้บริการ ยืนยันหรือไม่ว่าจะไม่หยุดให้บริการ

นายคีรี กล่าวว่า “แน่ใจว่า ประชาชนเป็นห่วงว่า กลัวจะไม่เดินรถ ผมว่าประชาชนไม่ห่วงว่าจะไม่เดินรถ เพราะตื่นเช้ามาก็จ่ายตังก็เดินทาง เราต่างหากที่ห่วงว่าจะจ่ายตังมั้ยเนี่ย ก็ขอยืนยัน ที่เคยยืนยันไปแล้ว ผมเชื่อว่า ถ้าเราหยุดรถด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ที่จะกระทบกับประชาชน ผู้โดยสาร หน่วยงานต่างๆก็ขอให้เพียงให้ใช้เวลาเร็วขึ้นมาอีกนิด เข้ามาดูความถูกต้อง แต่ไม่ควรล่าช้า ควรที่จะสรุปและจบ

เพราะไม่อย่างนั้น เอกชนที่มาลงทุนโครงการต่างๆ ก็คงจะขาดความมั่นใจ และคนไทยเองขาดความมั่นใจ ในปัญหา และตราบใดที่นักลงทุนต่างชาติมองว่ามันเเปลกๆ ถือว่าไม่ใช่เรื่องดี ไม่ว่าจะเป็น นักเศรษฐกิจ อาจารย์ นักวิชาการ จะมองอย่างไร ว่าเศรษฐกิจ อนาคตจะลำบาก”

“สิ่งนี้รัฐบาลจะต้องห่วงให้มาก อย่าให้ภาพพจน์ของประเทศไทยเสียไป กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ใช้เวลาดูเรื่องนี้มา 3 ปี บริษัท บีทีเอส ก็ยังเดินรถอยู่ คำตอบคือ ผมไม่คิดว่า เราจะต้องหยุดรถ หยุดรถเพื่ออะไร หยุดรถเพื่อให้ประชาชนลำบาก หยุดรถเพื่อให้รัฐบาลเข้าใจขึ้น”

“ผมว่ารัฐบาลเข้าใจหมด เพียงแต่อาจจะมีบางคน ที่ทำเป็นไม่เข้าใจก็ช่วยไม่ได้ ก็ว่ากันไป แต่ถ้าวันหนึ่ง มันก็มีแต่เหมือนกัน ถ้าวันหนึ่ง บริษัทมันเดินไม่ได้ แม้บริษัทแม่จะศักยภาพดีมาก แต่บริษัทที่ดำเนินการอยู่ขณะนี้ เป็นบริษัทลูก บีทีเอสซี มันไม่สามารถจะดูแล และใส่เงินเข้าไปตลอดเวลาให้แก่บีทีเอสซี ออกเงินแทนรัฐบาล ออกเงินแทนคู่สัญญา ไม่ถูกต้องเลย เราไม่ใช่แบงก์นะแม้ว่าคุณเอาดอกเบี้ยอะไรมาเติมเข้าไป มันไม่ใช่จุดประสงค์ของเราที่อยากจะเห็น เราอยากเห็นความถูกต้อง ความยุติธรรม ซึ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ค่อนข้างออกไปในด้านของอะไรบางอย่างที่ผมไม่สามารถพูดได้ อย่างไรก็ตาม มันไม่ถูกต้องแน่นอน”

 

ถ้าสามารถชี้ได้ว่าเราไม่ถูกตรงไหนเรื่องสัญญาหรืออะไร ป่านนี้ชี้ไปนานแล้ว ถ้าชี้ไม่ได้จะด้วยการบอกว่าไม่มีเงินจ่ายก็ปัญหาของคุณ ถ้าผมเป็นลูกหนี้คุณ ผมว่าไม่มีเงินจ่าย เจ้าหนี้จะทำอย่างไร ผมว่าผมผิดกฎ เอาเงินคุณไปใช้ก่อนได้มั้ย ถ้าผมบอกว่าได้ ก็แค่ทุเลา แต่ปัญหามันจะมีต่อเนื่อง ฉะนั้น ต้องเอาความถูกต้องมา

”ขอยืนยันอีกที เราไม่ใช่คนไปขอต่อสัมปทานเพื่อจะล้างหนี้ เป็นไปไม่ได้ ท่านเองแม้กระทั่งสภากทม.บอกว่า ไม่มีเงินจ่าย ซึ่งมีเรื่องจริงอยู่ในเรคคอร์ด ถ้าว่าจะเอาอะไรมา compensate ก็ว่าไป แต่สิ่งที่ผมไม่อยากจะเห็น คือ ประชาชนเข้าใจบีทีเอส ผิด

1. เราไม่ใช่คนอย่างนั้น ปฏิบัติมาทุกวันนี้ดูจากประวัติการทำงานของบีทีเอสกรุ๊ป ไม่มีเรื่องอย่างนี้
2. ปัญหาไม่แก้ของเราทำได้อย่างไรถ้าไม่เกินจุดขึ้นจริงๆ ซึ่งส่วนใหญ่ของผู้ที่มีปัญหาไม่เข้าใจบีทีเอส ผมคิดว่าคงไม่ได้ใช้รถไฟฟ้า เพราะฉะนั้น อย่าทำให้ประชาชนเดือดร้อน อย่าทำให้บ้านเมืองเสียภาพพจน์

มั่นใจว่าการเปิดสัญญาของกทม. ทำถูก และเป็นประเด็นที่นำมาซึ่งการไม่จ่ายหนี้เราใช่หรือไม่

นายคีรี ระบุถึงข้อคำถามดังกล่าวว่า สัญญา เซ็นมาตั้งกี่ปี สัญญาได้ดำเนินการมากี่ปี ใช้บริการเรามากี่ปี และจ่ายเงินมาเท่าที่มีจะจ่าย คือต้องเก็บเงิน เก็บส่วนต่อขยายฝั่งธนฯ มีเท่าไหร่ เราช่วยเก็บให้ ทุกๆ วันก่อน 11 โมง เราต้องจ่ายไปที่กทม. และรวบรวมเงินนี้ ได้เท่าไหร่ ก็มาจ่ายเราเท่านั้น นอกเหนือจากนั้น กทม.บอกว่าไม่มีเงินจ่าย จะให้ผมทำไง ถามว่าเปิดสัญญามาดู ถ้าสัญญาไม่ถูกต้องเขาก็ไม่จ่าย แม้กระทั่งรายได้ 15 บาท ไปฝั่งธนฯ ถ้าจะเปิดก็เปิด แต่ดีที่สุดต้องเปิดทุกสัญญาที่เกี่ยวเนื่องกับความเป็นอยู่ของประชาชน เพื่อให้ประชาชนเห็นว่าอะไรคืออะไร ดีหรือไม่ ไม่ใช่เอาเรามาเป็นจำเลย อ้างว่าเปิดไม่ได้ พูดให้คนเข้าใจผิดว่า คุณคีรีไม่ให้เปิดอะไรแบบนี้ มันคืออะไร

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดู LIVE รายการ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก