“ฝีดาษลิง” 2565 กับโรคฝีดาษ แตกต่างกันอย่างไร ป้องกันได้ไหม

ฝีดาษลิง,​โรคฝีดาษลิง, โรคไข้ทรพิษ, ไข้ทรพิษ, ฝีดาษ, ความแตกต่างของฝีดาษลิงและฝีดาษ

กดติดตาม TOP NEWS

"ฝีดาษลิง" (monkeypox) กับโรคไข้ทรพิษ หรือโรคฝีดาษ (Smallpox) แตกต่างกันอย่างไร สาเหตุเหมือนหรือต่างกันหรือไม่ แล้วสามารถป้องกันได้หรือเปล่า

“ฝีดาษลิง” กลายเป็นโรคที่หลายคนเริ่มวิตกกังวล เนื่องจาก มีการแพร่ระบาดในหลายประเทศอย่างต่อเนื่อง โรคนี้แตกต่างจากไข้ทรพิษ หรือโรคฝีดาษอย่างไร สามารถป้องกันได้หรือไม่ ไขข้อสงสัยได้ที่นี่ TOP News

จากการการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องของโรคนี้ในหลายประเทศ ทำให้หลายคนเริ่มวิตกกังวล โควิดยังไม่ทันหายดี โรคนี้ก็โผล่มาซ้ำอีก ไขข้อสงสัย โรคฝีดาษลิง (Monkeypox) แตกต่างจากไข้ทรพิษ หรือโรคฝีดาษ (Smallpox) ที่เคยระบาดในอดีตอย่างไร สามารถป้องกันได้ไหม มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

 

 

 

“ฝีดาษลิง” (Monkeypox) เกิดจากอะไร

  • เกิดจากเชื้อไวรัส Poxviridae จัดอยู่ในจีนัส Orthopoxvirus เช่นเดียวกับไวรัสอีกหลายชนิด ได้แก่ ไวรัสที่ทำให้เกิดฝีดาษในคนหรือไข้ทรพิษ (variola virus) ซึ่งไม่พบเชื้อแล้วในปัจจุบัน
  • พบได้ในสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์ตระกูลลิงและสัตว์ฟันแทะ เช่น กระรอก หนูป่า เป็นต้น รวมทั้งคนก็สามารถติดโรคได้
  • เกิดจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยผ่านทางสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ผิวหนังที่เป็นตุ่ม หรืออุปกรณ์ที่มีการปนเปื้อนเชื้อ
  • ส่วนใหญ่จะหายจากโรคได้เอง
  • แต่ถ้าผู้ป่วยมีภูมิต้านทานโรคต่ำหรือมีโรคประจำตัว อาจเกิดโรคแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ปอดบวม หรือเสียชีวิตได้

 

 

 

ฝีดาษลิง,​โรคฝีดาษลิง, โรคไข้ทรพิษ, ไข้ทรพิษ, ฝีดาษ, ความแตกต่างของฝีดาษลิงและฝีดาษ

 

 

 

ลักษณะอาการป่วย

  • จะแสดงอาการหลังจากติดเชื้อไปแล้วประมาณ 12 วัน
  • เริ่มแรกจะมีไข้ ปวดศีรษะ
  • ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง
  • ต่อมน้ำเหลืองโต หนาวสั่น อ่อนเพลีย
  • จากนั้นประมาณ 1-3 วัน จะมีผื่นขึ้นบริเวณแขนขา และอาจจะเกิดบนหน้าและลำตัวได้ด้วย
  • ผื่นจะกลายเป็นตุ่มหนอง
  • ในระยะสุดท้ายตุ่มหนองจะเป็นสะเก็ดแล้วหลุดออกมา
  • อาการป่วยจะประมาณ 2-4 สัปดาห์

 

 

 

วิธีป้องกัน

  • เลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ป่วยโดยเฉพาะลิง และสัตว์จำพวกฟันแทะ
  • หากพบผู้ป่วย ให้แยกผู้ป่วยที่ติดเชื้อออกจากผู้อื่น
  • เลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรงและสิ่งของของผู้ป่วย รวมถึงลมหายใจของผู้ป่วย
  • หมั่นล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลทำความสะอาดทุกครั้ง หลังสัมผัสสัตว์ หรือสัมผัสสิ่งของสาธารณะ
  • ใช้ผ้าปิดจมูกและปาก เมื่อไปในสถานที่เสี่ยงมีโรคระบาด

ไข้ทรพิษ หรือโรคฝีดาษ (Smallpox) เกิดจากอะไร

  • เกิดจากเชื้อไวรัส Variolar
  • สามารถติดต่อจากคนสู่คน โดยการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย หรือการหายใจเอาเชื้อไวรัสที่อยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูก หรือน้ำลายของผู้ป่วย
  • รวมถึงการสัมผัสกับผื่นหรือตุ่มน้ำของผู้ป่วย โดยไม่มีการป้องกันก็สามารถทำให้ติดเชื้อได้
  • ปัจจุบัน โรคนี้หมดไปจากโลกนี้แล้ว แต่ยังมีการเก็บตัวอย่างเชื้อไว้เพื่อใช้สำหรับการศึกษาเพิ่มเติม จนได้มีการผลิตยารักษาตัวใหม่คือ ยา Tecovirimat (TPOXX) เพื่อรองรับการระบาดในอนาคต

 

 

 

ฝีดาษลิง,​โรคฝีดาษลิง, โรคไข้ทรพิษ, ไข้ทรพิษ, ฝีดาษ, ความแตกต่างของฝีดาษลิงและฝีดาษ

 

 

 

ลักษณะอาการ

  • จะแสดงอาการหลังติดเชื้อ 7-17 วัน
  • มีไข้สูง
  • รู้สึกไม่สบายตัว หนาวสั่น
  • ปวดศีรษะ
  • อ่อนเพลียอย่างรุนแรง
  • ปวดหลังอย่างรุนแรง
  • อาเจียน
  • มีผื่นสีแดงขึ้นลามไปทั่วทั้งตัว แล้วกลายเป็นตุ่มน้ำและตุ่มหนองตามลำดับ
  • ใช้เวลาอีก 8-9 วันแผลจึงเริ่มตกสะเก็ด แล้วค่อย ๆ หลุด เหลือเพียงแผลเป็นในที่สุด
  • ส่วนช่วงแพร่กระจายเชื้อจะเริ่มตั้งแต่ช่วงที่มีผื่นขึ้น จนกระทั่งสะเก็ดแผลหลุดร่วงไปจนหมด
  • หากผู้ป่วยไม่มีอาการที่รุนแรง หรือภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย ก็สามารถหายเป็นปกติได้ในเวลาประมาณ 4 สัปดาห์ และอาจมีเพียงแผลเป็นให้เห็น

 

 

 

สรุปความแตกต่างขอทั้ง 2 โรค คือ

  • ฝีดาษ ลิง : มีอาการไอ ต่อมน้ำเหลืองโต
  • ไข้ทรพิษ : มีอาการอาเจียน

 

 

 

เนื่องจากเชื้อไวรัสทั้ง 2 มีความคล้ายคลึงกัน ฉีดวัคซีนป้องกันไข้ทรพิษจึงสามารถป้องกันโรคนี้ได้สูงสุดถึง 85%

 

 

 

ฝีดาษลิง,​โรคฝีดาษลิง, โรคไข้ทรพิษ, ไข้ทรพิษ, ฝีดาษ, ความแตกต่างของฝีดาษลิงและฝีดาษ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก