สกลนครพนม 1120X280
สกลนครพนม

เขมรทะลัก ” ชายแดน ลักลอบเข้า-ออกไทยหลายจุด รวม 45 ราย

กดติดตาม TOP NEWS

ชายแดน จ.สระแก้ว คึกคัก เจ้าหน้าที่กองกำลังป้องกันชายแดน จับกุมแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาลักลอบเข้า-ออกไทยหลายจุด รวมผู้ถูกจับกุม 45 ราย ในพื้นที่ อ.ตาพระยา และ อ.อรัญประเทศ หลังเฝ้าระวังช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ตลอด 24 ชม.

วันที่ 22 เม.ย.65  เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา พล.ต.อมฤต บุญสุยา ผบ.กองกำลังบูรพา สั่งการให้เจ้าหน้าที่กองกำลังป้องกันชายแดน จ.สระแก้ว เข้มงวดกวดขันปัญหาการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายและการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ในช่วงสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 โดยเฉพาะช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ตลอด 24 ชม. โดยเจ้าหน้าที่่กองร้อยทหารพรานที่ 1203 ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 ร่วมกับ ชุดเฉพาะกิจ ฉก.ร.111 กองกำลังบูรพา ได้จัดกำลังพลทำการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ได้ตรวจพบบุคคลต้องสงสัยเดินเท้ามาตามช่องทางธรรมชาติมุ่งหน้ามายังฝั่งไทย บริเวณพิกัดระหว่างจุดตรวจ ต.27-28 บ.ทัพเซียม ม.10 ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว จำนวน 26 คน เป็นชาย 12 คน หญิง 12 คน และเด็กผู้ติดตามอีก 2 คน จึงได้ทำการเข้าตรวจสอบในขั้นต้น ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายเป็นปกติ และไม่พบเอกสารหนังสือเดินทาง หรือเอกสารการลงทะเบียนให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติอยู่ในราชอาณาจักร จึงนำตัวมาสอบสวนฯ

 

 

 

จากการสอบสวนทราบว่า ชาวกัมพูชาดังกล่าว มีภูมิลำเนาอยู่ที่ บ.จำกาสวาย ต.เฉือเตียน อ.บานอน จ.พระตะบอง ,บ.ปะเรียน ต.ปะเรียะได อ.กะไร จ.เสียมราฐ เคยเข้ามารับจ้างทำงานทั่วไปที่ ถนนกีบหมู แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร และโรงงานผลิตสายไฟ ไม่ทราบชื่อบริษัท ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง จะเดินทางกลับภูมิลำเนาประเทศกัมพูชา  บ.จำกาสวาย ต.เฉือเตียน อ.บานอน จ.พระตะบอง และ บ.ปะเรียน ต.ปะเรียะได อ.กะไร จ.เสียมราฐ จนถูกเจ้าหน้าที่ทหารพรานตรวจพบและแสดงตัวเข้าจับกุม ซึ่งในขณะจับกุมไม่พบผู้นำพา เจ้าหน้าที่กองร้อย ทพ.1203 จึงได้ควบคุมตัวชาวกัมพูชาทั้งหมด มาซักถามเพิ่มเติมที่ทำการกอง ร้อย.ทพ.1203 เพื่อดำเนินการตามกฏหมาย

 

 

 

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ฐาปนนท์ หน่องพงษ์ ผกก.ตชด.12 ,พ.ต.ท.สมเดช สินศิริ รอง ผกก.ตชด.12 ,พ.ต.ท.ปริญญา จันทะบุรี ผบ.ร้อย ฉก.ตชด.1 ได้จัดกำลังพล 1 ชุดปฏิบัติการ โดยมี ร.ต.อ.กรกฎ ฉายวัฒนะ รอง ผบ.ร้อย ฉก.ตชด.1 พร้อมกำลังพล มว.ตชด.1242 และเจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.คลองน้ำใส ออกลาดตระเวนสกัดกั้นการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ในพื้นที่รับผิดชอบ บ.ผ่านศึก หมู่ 4 เขต 3 ต.ผ่านศึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และได้ร่วมกันจับกุมชาวกัมพูชาที่ลักลอบหลบหนีเข้ามาโดยผิดกฎหมาย จำนวน 15 คน เป็นชาย 8 คน หญิง 5 คน และเด็กผู้ติดตามอีก 2 คน สัญชาติกัมพูชา ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่า ชาวกัมพูชาทั้ง 15 คน ลักลอบข้ามแดนผ่านคลองน้ำใส ชายแดนไทย-กัมพูชา เข้ามาในประเทศไทย โดยไม่มีเอกสารแสดงตนหรือเอกสารอื่น ๆ จึงได้ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายเป็นปกติ พร้อมกับควบคุมตัวส่งให้กับพนักงานสอบสวน  สภ.คลองน้ำใส เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

 

 

นอกจากนั้น ในพื้นที่ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็ว ฉก.ร.111 ได้ร่วมกับ ชรบ.บ้านตาพระยา ตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวรด่าน ชรบ.บ.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว กระทั่งสามารถตรวจพบรถจักยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าโซนิค สีแดง ทะเบียน ขจง-508 ราชบุรี โดยมี นายสัก ดำ ชาวกัมพูชา  อายุ 19 ปี เป็นคนขับ มีนายเวิอง ซัมบอ อายุ 23 ปี ชาวกัมพูชา และนายเวิอง ซัมบัติ ชาวกัมพูชา พี่น้องฝาแฝด นั่งซ้อนท้ายมา จึงขอตรวจสอบ ซึ่งจากการสอบถาม นายซัมบัติและนายซัมบอ ให้การว่า ลักลอบเดินเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยใช้ช่องทางธรรมชาติระหว่างจุดตรวจ ต.16-17 หลังจากนั้นเดินมาขึ้นรถจักยานยนต์ของนายสัก ดำ บริเวณทางเข้าหมู่บ้านคลองแผง เพื่อให้ไปส่งขึ้นรถที่ได้ติดต่อไว้ โดยจ่ายเงินให้คนละ 200 บาท เพื่อที่จะเดินทางเข้าไปทำงานรับจ้างก่อสร้างที่ เขตมินบุรี

 

 

หลังสอบสวนและใช้เบอร์โทรศัพท์โทรนัดให้รถที่แรงงานกัมพูชานัดหมายไว้มารับ บริเวณหน้าปั้มน้ำมันบางจาก เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมรถแท็กซี่สีชมพู ทะเบียน กห-8300 กทม. ที่จอดรออยู่  จากการตรวจสอบพบ นายชัยสิทธิ์ ขูลิลัง อายุ 48 ปี ที่อยู่ 20 ม.11 ต.งัวบา อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม เป็นคนขับ โดยให้การว่า ตนมาส่งผู้โดยสารที่ จ.สระแก้ว แล้วเพื่อนติดต่อมาให้มารับแรงงานชาวกัมพูชาที่ อ.ตาพระยา เพื่อไปส่งที่ เขตมีนบุรี โดยได้รับค่าจ้างคนละ 2,000 บ. แต่มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเสียก่อน จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน นำส่งพนักงานสอบสาวน สภ.ตาพระยา เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ยุทธนา พึ่งน้อย ผู้สื่อข่าวTOPNEWS ประจำ จ.สระแก้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น