ยุทธพงศ์ แนะออกเป็นพ.ร.บ.งบฯแทนออกพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน

ยุทธพงศ์ แนะออกเป็นพ.ร.บ.งบฯแทนออกพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน

รัฐสภา 9 มิ.ย.-  “ยุทธพงศ์” ค้านออกพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท แนะเปลี่ยนเป็นพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายกลางปีพ.ศ. 2564 ในวงเงิน 5 แสนล้านบาทแทน หวังให้สภาฯ ตรวจสอบได้ ด้าน “ไพบูลย์” ชื่นชม นายกฯ ตัดสินใจกู้เงินสู้โควิดฯ วอนฝ่ายค้านอย่าเล่นการเมือง

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม วงเงินไม่เกิน 500,000 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.36 น. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปราย ว่า รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง ขอให้สภาฯพิจารณาพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เหมือนเป็นการตีเช็คเปล่าให้นายกฯไปใช้โดยไม่มีรายละเอียด ซึ่งพ.ร.ก.นี้ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มเติมพ.ศ. 2564 มี 3 แผนงานหลักคือเรื่องการแพทย์และสาธารณสุข จำนวน 3 หมื่นล้านบาท การช่วยเหลือเยียวยาประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการต่างๆ จำนวน 3 แสนล้านบาท และการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมอีก 170,000 ล้านบาท

โดยการแพร่ระบาดครั้งแรกรัฐบาลก็เสนอพ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท และใช้ในแผนงานหลัก 3 แผนงานเหมือนกับที่ รมว.คลังได้ชี้แจงไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเมื่อปีที่แล้วมีความล้มเหลวและไม่เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะด้านสาธารณสุขที่ปีที่แล้วขอไว้ 45,000 ล้านบาท ปีนี้ขอใหม่อีก 3 หมื่นล้านบาทโดยอ้างว่าจะให้บุคลากรด่านหน้า แต่พื้นที่ต่างจังหวัด อสม.ยังต้องไปขอเงินนักการเมืองมาช่วยทำประกันชีวิตให้ และนักการเมืองก็ต้องไปขอเงินพ่อค้าจนเกิดวงจรอุบาท เช่นที่จ.นครพนม นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ ได้ไปทำประกันชีวิตให้กับ อสม. 7 ล้านบาทด้วยการใช้เงินส่วนตัว ถามว่าถ้ารัฐบาลมีเงินทำไมไม่นำเงินจากรัฐบาลไปใช้ และเงินกู้ครั้งก่อนเพิ่งจะมีการเบิกจ่ายเงินไปใช้เพียง 11,623 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 26 ซึ่งเงินเดิมยังใช้ไม่หมด และมาขอกู้ใหม่อีก ขณะที่อุปกรณ์ทางการแพทย์ ยาและวัคซีน ก็ไม่มีและยังไม่เพียงพอ ทำให้มีคนติดเชื้อและเสียชีวิตมากมกาย ทำให้เห็นว่าเมื่อกู้เงินไปก็ยังไม่สามารถจัดการบริหารได้ รวมทั้งยังทำให้เกิดการแพร่ระบาดระลอก 3 อีก ขอให้รมว.คลังชี้แจงว่าจะนำเงินไปอีกทำไม

นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า รัฐบาลกู้โดยอ้างความจำเป็นเร่งด่วน แต่นำไปใช้โดยไม่มีประสิทธิภาพ และการเยียวประชาชนทำได้มากสุดเพียงแค่การแจกเงิน ที่ผ่านมาก็เยียวยาล่าช้าและนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ขณะที่งบประมาณด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมก็นำไปแจกเงินแทน อนุมัติโครงการฟื้นฟูออกไปน้อยมาก บอกเยียวยาเศรษฐกิจแต่ทำไมยังแย่ลง ซึ่งในพ.ร.ก.ฉบับนี้ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน เพราะโรคติดเชื้อเกิดเดือนมี.ค.ปี 63 ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องเร่งด่วนและปัญหาไม่จบภายในปีนี้ ขอให้รัฐบาลเปลี่ยนพ.ร.ก.เงินกู้ เป็นพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายกลางปีพ.ศ. 2564 ในวงเงิน 5 แสนล้านบาทแทน เพื่อให้สภาฯตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์คุ้มค่าสูงสุด ไม่เช่นนั้นประชาชนต้องมาร่วมกันเป็นหนี้และต้องไปใช้หนี้ในอนาคต อีกทั้งเรายังมีพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐพ.ศ. 2561 ที่มีไว้เพื่อป้องกันการใช้จ่ายเกินตัว และคนที่ออกพ.ร.บ.นี้คือพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนรี และรมว.กลาโหม ที่ออกประกาศกำหนดกรอบบริหารหนี้สาธารณะไม่เกินร้อยละ 60 ของจีดีพี แต่สุดท้ายกลับกู้เพิ่มแบบไม่มีความจำเป็นทั้งที่ของเดิมยังเหลืออีกประมาณ 290,000 ล้านบาทที่ยังใช้ได้ หากกู้ใหม่ก็ใช้ไม่ทัน

ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายสนับสนุนพ.ร.ก.กู้เงินและชื่นชมการตัดสินใจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ต่อการตัดสินใจกู้เงินเพื่อสู้กับไวรัสโควิด-19 ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองคัดค้าน ตนเชื่อว่าหากรัฐบาลช่วยเหลือประชาชนได้มาก จะทำให้พรรคการเมืองเสียประโยชน์ ดังนั้นไม่ควรใช้กรณีดังกล่าวมาเล่นการเมือง และหากจะออกเป็นพ.ร.บ.งบฯ จะล่าช้า เพราะต้องรอการอนุมัติใช้ช่วงปลายปี

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก