ฉุดไม่อยู่! คลัสเตอร์โรงงานเพชรบุรี ยอดติดเชื้อพุ่งทะยาน 2,000 กว่าราย

ฉุดไม่อยู่ยอดผู้ป่วยโรงงานแคลคอมพ์พุ่งสะสมกว่า 2,000 ราย คาดตัวเลขแตะ 3,000 ราย รถพระราชทานลงพื้นที่ตรวจหาเชื้อในกลุ่มเสี่ยง

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 64 นายภัคพงษ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และนายแพทย์เพชรฤกษ์ แทนสวัสดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี ได้ร่วมกันแถลง กรณีการแพร่ระบาดโควิด-19 ในโรงงานอุตสาหกรรมของบริษัทแคลคอมพ์ ต.สระพัง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ที่ขณะนี้ผลการตรวจหาเชื้อโควิดในกลุ่มพนักงานโรงงานและกลุ่มเสี่ยงจำนวนกว่า 4,740 คน พบผู้ป่วยสะสม จำนวน 2,111 ราย แบ่งเป็นชาวไทย 781 ราย และชาวต่างชาติ 1,330 ราย และยังมีรอผลตรวจอยู่อีกจำนวนหนึ่งซึ่งยังมีการตรวจค้นหาเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ตัวเลขอาจจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ในระยะหนึ่ง คาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 กว่าราย โดยหลังจากจังหวัดเพชรบุรีได้มีประกาศปิดโรงงานเป็นการชั่วคราวทุกโรงงานผลิตเป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. – 4 มิ.ย. เพื่อให้พนักงานบริษัททั้งชาวไทยและชาวต่างชาติดำเนินการกักตัวเองเพื่อสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน

สำหรับการรักษาผู้ติดเชื้อได้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มพนักงานแรงงานต่างชาติที่ตรวจพบเชื้อจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการรักษาโดยใช้อาคารภายในโรงงานแคลคอมพ์ เป็นโรงพยาบาลสนาม รองรับผู้ป่วยกลุ่มแรงงานต่างชาติได้ทั้งหมด 2,400 เตียง ส่วนผู้ป่วยที่เป็นคนไทยจะถูกส่งตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาลประจำอำเภอตามภูมิลำเนา และขอความร่วมมือไปยังพนักงานของบริษัทที่เป็นคนไทยให้มากักตัวเพื่อเฝ้าสังเกตอาการในสถานที่ที่รัฐจัดสรรไว้ให้ ซึ่งสามารถรองรับได้ประมาณ 900 – 1,000 คน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ครอบครัวและคนในชุมชน

ทั้งนี้ สิ่งที่กังวลคือจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งในกลุ่มคนไทยและแรงงานต่างชาติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ที่อาจจะไม่เพียงพอ โดยเบื้องต้น ได้ประสานไปยังส่วนกลางเพื่อขอสนับสนุนช่วยเหลือทางด้านกำลังคนและเวชภัณฑ์ที่จะเข้ามาดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้

ส่วนรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยที่ได้รับพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ 10 ทำการตรวจคัดกรองเชิงรุกหาเชื้อโควิด-19 ที่ได้ลงพื้นที่ใน ต.สระพัง และ ต.บางเค็ม ที่ตั้งเป้าหมายไว้วันละ 1,000 คน รวมกับหน่วยบริการประจำตำบลต่างๆ ในแต่ละอำเภอของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอีกประมาณวันละ 500 คน รวม 1,500 คน เพื่อทำการค้นหาผู้ติดเชื้อและนำตัวเข้าสู่กระบวนการให้เร็วที่สุด ซึ่งวันนี้ยังคงดำเนินการตรวจคัดกรองเชิงรุกตามหมู่บ้าน และชุมชนในพื้นที่เสี่ยงของอำเภอเขาย้อย จ.เพชรบุรี ซึ่งคาดว่าน่าจะพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มเติม

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้สั่งการอำเภอเขาย้อย บูรณาการหน่วยงานตั้งจุดตรวจคัดกรองเฝ้าระวัง 14 จุด สกัดการเคลื่อนย้ายแรงงานในพื้นที่ ต.สระพัง และ ต.บางเค็ม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

 

2021 05 23 8 58 16

 

ทั้งนี้หากย้อนไปเมื่อวันที่ 18 พ.ค.64 ได้มีนายอัครพล อภิบูรณ์ อายุ 38 ปี ชาวบ้าน ม.3 ต.ทับคาง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี พร้อมด้วยตัวแทนชาวบ้าน อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี จำนวน 5 คน ซึ่งเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนจากโรงงานดังกล่าว ว่าพบมีการติดเชื้อในโรงงาน ได้เดินทางมายื่นหนังสื่อถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี วอนให้สั่งปิดโรงงานฯดังกล่าว เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด โดยมีนายณัฐวุฒิ เพชรพรหมศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีมารับเรื่อง พร้อมด้วย ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เข้าร่วมสังเกตการณ์

โดยหนังสือฉบับดังกล่าว ระบุว่า “เนื่องด้วยสถานการฅณ์โควิด19 มีการแพร่ระบาดในโรงงานดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีผลทำให้ลูกจ้าง พนักงาน ติดเชื้อจำนวนมาก สร้างความหวั่นวิตก สร้างความหวาดกลัวให้แก่ลูกจ้างพนักงาน ร่วมถึงชาวบ้านโดยรอบพื้นที่ อีกทั้งมาตรการป้องกันของโรงงาน มีได้มีความเข็มข้นเพียงพอ ยังคงปล่อยให้ลูกจ้างทำงานบางส่วน ทั้งนี้ชาวบ้านในพื้นที่ขอให้หน่วยงานราชการเข้าช่วยสกัดกั้นการแพร่กระจายของเชื้อโรค โดยขอให้ปิดโรงงาน และทำการฆ่าเชื้อโรคในทุกพื้นที่โรงงาน 14วัน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน พนักงานและลูกจ้างโดยรอบพื้นที่”

นายอัครพล อภิบูรณ์ กล่าวว่า ตนตัวแทนชาวบ้าน มายื่นหนังสือถึง ผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี เนื่องจากคลัสเตอร์โรงงานใหญ่ ในพื้นที่ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี พบมีการติดเชื้อมาก จึงอย่างให้สั่งปิดโรงงาน เพื่อคัดกรองผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อให้รวดเร็วที่สุด เพราะตอนนี้ถ้าติดตามข่าวหรือสื่อต่าง ๆ มีตัวเลขหลายตัวมาก ที่รายงานไม่ตรงกัน ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว อีกทั้งยังไม่ชัดเจนกับตัวเลขผู้ติดเชื้อเพราะตัวเลขยังไม่คงที่อย่างจริงจังได้เลย จึงวอนถึงอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีอำนาจที่น่าจะสามารถตัดสินใจได้มากกว่าท้องถิ่นจะทำได้ เพื่อความปลอดภัยของชาวบ้าน ประชาชน พนักงาน และชาวจังหวัดเพชรบุรีทุกคน เนื่องจากคลัสเตอร์นี้ที่โรงงานมีพนักงานหลักหมื่นคน กระจายทั่วจังหวัดเพชรบุรี และไม่รู้ว่าเชื้อแพร่กระจายไปถึงไหนแล้ว จึงอย่างให้สั่งปิดโรงงานนี้อย่างเร็วที่สุด

 

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

สนับสนุน TOPNEWS ด้วยการซื้อสินค้าคุณภาพจาก Sbuyzone 

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก