“แต่ในส่วนของชุมชนต้องค่อยๆ ทยอยเอาน้ำออก น่าจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน พยายามจะทำให้ได้ ซึ่งกรณีชุมชนนั้น การที่จะเอาน้ำออกต้องใช้น้ำดูดออก เพราะน้ำไม่ได้เข้าไปโดยปกติ หรือตามท่อระบายน้ำ แต่กรณีนี้ข้ามคันกั้นน้ำเข้ามา พอน้ำลงก็ต้องดูดน้ำออก ตอนนี้เราต้องลงไปเอกซเรย์แต่ละพื้นที่”
ถามถึงศักยภาพรับน้ำของบึงหนองบอน นายชัชชาติ กล่าวว่า ปกติจะมีความจุสามารถรองรับได้ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันรองรับได้ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่การนำน้ำเข้าบึงหนองบอนนั้น เข้าไม่ได้สะดวก เรามีโครงการที่รัฐบาลอนุมัติแล้ว คือ การทำอุโมงค์เชื่อมจากคลองประเวศบุรีรมย์มาสู่บึงหนองบอน กำลังอยู่ในขั้นเตรียมการก่อสร้าง แต่ตอนนี้การทำให้น้ำจากคลองประเวศบุรีรมย์มาสู่บึงหนองบอนต้องผ่านคลองหนองบอน ซึ่งเป็นไปค่อนข้างช้า โดยตอนนี้ที่บึงหนองบอนจะช่วยหลักๆ คือ บริเวณถนนเฉลิมพระเกียรติในพื้นที่เป็นหลัก ในอนาคตจะสามารถช่วยได้มากขึ้น ขณะนี้ที่บึงหนองบอนเราพยายามสูบน้ำอย่างเต็มที่ 100% เลย
นายชัชชาติ กล่าวถึงเรื่องการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบว่า ตอนนี้มีประชาชนที่ประสบภัยค่อนข้างมาก มีการกระจายในหลายพื้นที่ ซึ่งทุกเขตต้องทำจำนวนผู้ที่ต้องการขอความช่วยเหลือ ทั้งผู้ป่วยติดเตียง อาหารต่าง ๆ รวมถึงรีบจัดส่งอาหาร คิดว่าตอนนี้ผู้ที่ได้รับผลกระทบที่ต้องส่งอาหารอยู่ในระดับประมาณ 6-7 หมื่นคน ทุกเขตจะรับผิดชอบในเขตของตัวเองไป
“วันนี้อาจจะขลุกขลักนิดหน่อย เพราะมีจำนวนรายชื่อเพิ่มขึ้นมา แต่สถานการณ์จะเริ่มค่อยๆ เข้าที่มากขึ้น ซึ่งมีการตั้งกองบัญชาการในแต่ละเขต และมีการนำครัวลงไปในพื้นที่ รวมถึงมีความร่วมมือจากหลายหน่วยงานทั้งเอกชนและภาครัฐที่ไปช่วยตั้งครัวทำอาหารให้”
เมื่อถามว่า มีการเคาะเรื่องของการเยียวยาหรือยัง นายชัชชาติ กล่าวว่า ยังไม่มีการเคาะ แต่ กทม.มีหลักการเยียวยาของเราอยู่แล้ว โดยใช้หลักของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่ใช้มาตลอดในช่วงที่ผ่านมา เป็นหลักการเยียวยาตามความเป็นจริง ตามความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งประชาชนก็เตรียมหลักฐานต่างๆ ไว้ ซึ่งการที่เราประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยทำให้ประชาชนสามารถเก็บหลักฐานต่างๆ ว่ามีความเสียหายอย่างไร นี่คือหลักการปกติที่เราทำ ส่วนการเยียวยาพิเศษ คงจะต้องรออีกทีว่าทางรัฐบาลว่าอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในปีนี้จะมีน้ำท่วมเกิดขึ้นอีกหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า อันนี้เราคงคาดการณ์ไม่ได้ แต่ถ้าถามว่าน้ำท่วมวันนี้เกิดจากอะไร ต้องบอกว่าเกิดจากฝนตกหนักนิ่งแช่มากๆ เพราะตกถึง 300 มม. ใกล้เคียงกับที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาเลย ถ้าถามถึงอนาคต ตนเห็นว่าเมื่อมันเกิดขึ้นได้แล้วก็อาจจะเกิดขึ้นได้อีก แต่ถ้าถามว่าจะเกิดในปีนี้หรือ 10 ปีข้างหน้าตนก็ไม่รู้ แต่เชื่อว่าเป็นสิ่งที่เราต้องวางแผนระยะยาวต่อไป
“ถ้าถามว่าในอนาคตเราจะรับมือกับน้ำฝน 300 มม.ได้อย่างไร ต้องบอกว่าเรารับมือได้ แต่ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ เช่น การสร้างอุโมงค์ที่สามารถเชื่อมไปถึงจุดต่างๆ ได้มากขึ้น เพราะอุโมงค์เหมือนกับทางด่วนน้ำ ถ้าเรามีปริมาณน้ำมากหากปล่อยไปตามคลอง คลองเต็มศักยภาพก็จะไหลช้า กว่าจะมาถึงแม่น้ำเจ้าพระยา เราก็ต้องเชื่อมอุโมงค์ไว้รองรับ ความจริงแล้วรัฐบาลก็มีโครงการที่ร่วมกับ กทม.หลายโครงการ เช่น ที่คลองจั่นซึ่งมีอุโมงค์ที่เรากำลังเตรียมก่อสร้างอยู่ ถ้าอุโมงค์นี้เสร็จ แถวบางกะปิคงไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนักเท่านี้ พยายามเพิ่มศักยภาพของระบบระบายน้ำให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ตรงนี้ต้องเป็นโครงการที่วางแผนระยะยาว ต้องใช้เวลาในการก่อสร้าง”
เมื่อถามว่า หากใน 2-3 วันนี้ฝนยังตกลงมา อาจทำให้ไม่สามารถระบายน้ำออกได้หมด นายชัชชาติ กล่าวว่า ฝนที่ตกลงมานั้นมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่หมุนวนและตรงนี้ทางการพยากรณ์อากาศก็ไม่เห็น ถ้าดูจากการพยากรณ์เป็นหลักตอนนี้จะมีแค่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดขึ้นมา ซึ่งมีพาฝนมาบ้าง แต่ไม่ใช่ฝนที่หมุนวนตกทั้งวันทั้งคืนเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งการพยากรณ์อากาศบางทีก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจึงต้องเตรียมรับมือให้ดีที่สุด