เมื่อเดินทางถึง นายกรัฐมนตรีได้รับการต้อนรับจากนายอู๋ จื้ออู่ (Mr. Wu Zhiwu) อุปทูตรักษาราชการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ก่อนมอบกระเช้าแสดงความยินดี
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศ, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลัง, นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสของเครือเจริญโภคภัณฑ์ รวมทั้งแขกผู้มีเกียรติได้ร่วมยืนถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความยินดีในนามประชาชนชาวไทย โดยชื่นชมว่าจีนตอนนี้อยู่ระดับแถวหน้าของโลก และการพัฒนาของจีนไม่เพียงยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชนชาวจีนเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคและของโลก ขณะที่ไทยอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าไทยกับจีนเพิ่งฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ไทย-จีนไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งการเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นับเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย–จีน และปีนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของ “50 ปีทอง” ต่อไปแห่งความสัมพันธ์ไทย–จีน
และว่าระหว่างการเดินทางเยือนปักกิ่งในเดือนกรกฎาคม นายกรัฐมนตรีได้พบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง และเห็นชอบตรงกันให้มีการยกระดับความร่วมมือ 3 ด้านคือ
สันติภาพและความมั่นคง โดยมุ่งเน้นการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ หรือแก๊งสแกมเมอร์ให้หมดไปจากภูมิภาคโดยเร็ว
สร้างโอกาสแห่งอนาคต โดยทั้งสองฝ่ายจะยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน โลจิสติกส์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน การลงทุนคุณภาพสูงและรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อม เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนทั้งสองประเทศ
และสุดท้ายนายกรัฐมนตรีได้อวยพรให้มิตรภาพระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศมั่นคงและยั่งยืนสืบไป รวมทั้งสร้างโอกาสใหม่ๆ เพื่ออนาคตที่มั่งคั่งร่วมกัน

