ต้องเร่งสะสางด่วน!! จี้ “ยศชนัน” เร่งสอบปมฉาว “ก.แรงงาน” ค้างค่าจ้าง “เอกชน” 724 ล้าน หึ่งมือมืดเสียผลประโยชน์ หวังล้มโครงการ e-Workpermit กลับใช้ระบบส่วยใต้โต๊ะ!??

ต้องเร่งสะสางด่วน!! จี้ "ยศชนัน" เร่งสอบปมฉาว "ก.แรงงาน" ค้างค่าจ้าง "เอกชน" 724 ล้าน หึ่งมือมืดเสียผลประโยชน์ หวังล้มโครงการ e-Workpermit กลับใช้ระบบส่วยใต้โต๊ะ!??

หนึ่งในปัญหาการทำงานของภาครัฐที่ “สถานีข่าวท็อป นิวส์” ดำเนินการตรวจสอบพบความไม่ปกติ ก็คือ โครงการ e-Workpermit หลังกระทรวงแรงงาน เดินหน้าจ้างเหมาเอกชนกำกับ ดูแล ใบอนุญาตทำงานและให้บริการคำขอและแจ้งการทำงานของคนต่างด้าว (Outsourcing Service) ซึ่งเป็นแนวคิดตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อมุ่งสู่รัฐบาลดิจิทัล ต่อมาได้ดำเนินประมูลในยุค นาย สุชาติ ชมกลิ่น เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ นาย ไพโรจน์ โชติกเสถียร เป็นอธิบดีกรมการจัดหางาน โดยมีกลุ่มกิจการร่วมค้า “ฟิวเจอร์ สกาย” เป็นผู้ชนะการประมูลมูลค่า 7,800 ล้านบาท เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2566

ในยุคต่อมา นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 ยืนยันว่าโครงการนี้มีความสำคัญ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส รวดเร็ว และลดต้นทุน โดยเริ่มเปิดให้บริการระบบ e-Workpermit ออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2567

 

ข่าวที่น่าสนใจ

กระทั่งปัจจุบัน ได้เกิดปัญหาการเบี้ยวหนี้และค้างชำระค่าจ้าง แม้ระบบจะเปิดใช้งานและให้บริการออกใบอนุญาตไปแล้วกว่า 1,390,000 ถึง 1,400,000 ใบ (อัตราค่าดำเนินการ 520 บาทต่อใบ รวมเป็นเงินกว่า 724 ล้านบาท) แต่ตลอดระยะเวลา 8 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานยังไม่ได้จ่ายเงินค่าจ้างแก่เอกชนเลยแม้แต่บาทเดียว ส่งผลให้เอกชนต้องแบกรับภาระและกู้หนี้ยืมสินมาดำเนินการต่อเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อระบบแรงงานต่างด้าวของประเทศ

จนนำไปสู่การยื่นร้องเรียนขอความเป็นธรรม เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 โดยนายชัยรัตน์ แสงจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเอกชนคู่สัญญา เดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีแรงงาน และ พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน

ประเด็นที่เป็นข้อสงสัย และอาจเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์แอบแฝง มาจากข้อสังเกตว่า เหตุใดกระทรวงแรงงานจึงยื้อเวลาไม่ยอมตรวจรับงานและไม่จ่ายเงินค่าจ้าง โดยกรณีนี้แหล่งข่าวในกรมการจัดหางาน ระบุว่า ก่อนมีระบบ e-Workpermit การขึ้นทะเบียนต้องใช้เจ้าหน้าที่ดำเนินการผ่านดุลยพินิจของผู้บริหารทั้งระดับจังหวัดและส่วนกลาง ซึ่งมี “ราคาที่ต้องจ่าย” แต่ระบบใหม่ช่วยสร้างความโปร่งใสและลดต้นทุนส่วนนี้ลง จึงเกิดข้อสงสัยว่าการยื้อเวลาอาจทำเพื่อบีบให้เอกชนถอย จนต้องยกเลิกสัญญาแล้วกลับไปใช้ระบบ Manual แบบเดิมเพื่อจัดสรรผลประโยชน์ให้แก่คนบางกลุ่มหรือไม่

โดย “สันติสุข มะโรงศรี” ผู้ประกาศ ท็อป นิวส์ ให้ข้อมูลว่า “ระบบ e-Workpermit เนี่ย ถ้ามันมีอุปสรรคยังไงแล้วมันทำไม่ได้ แล้วถ้าเกิดมันต้องกลับไปใช้ระบบ Manual แบบเดิม มันจะเกิดช่องผลประโยชน์กับคนบางกลุ่มหรือเปล่า? ทำไมกระทรวงแรงงานถึงยื้อไม่ตรวจรับงาน ไม่จ่ายค่าจ้าง… พอมาใช้ระบบนี้ ต้นทุนเหล่านั้นหายไปหมด ความโปร่งใสเกิด มันเป็นปัญหาแบบนี้หรือเปล่าที่ทำให้ดำเนินการทำตามสัญญาเสร็จแล้วยังไม่ได้จ่ายตังค์?”

พร้อมตั้งข้อสังเกตที่เกิดขึ้นว่า “ปัญหาหนึ่งในกระทรวงแรงงานซึ่งผิดปกติมาก กระทรวงแรงงานยังไม่จ่ายค่าจ้างเลยแม้แต่บาทเดียว โครงการที่เอกชนดำเนินการทำตามสัญญานะ… ทำไปแล้ว 1,390,000 กว่าใบ ค่าดำเนินการใบละ 520 บาท คิดเป็นเงิน 724 ล้านบาทเศษ กระทรวงแรงงานยังไม่จ่ายเลยแม้แต่บาทเดียว ผ่านไป 8 เดือน เอกชนต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาทำต่อ ถ้าไม่ทำมีปัญหากระทบกับระบบแรงงานต่างด้าว”

 

ประเด็นสำคัญ ก็คือ ความล่าช้าในขั้นตอนอนุมัติ ซึ่งปัจจุบันเอกชนต้องเผชิญกับความล่าช้าในการอนุมัติเอกสารระดับจังหวัดที่ใช้เวลานานถึง 4-5 เดือน ทั้งที่กระบวนการตรวจสอบเอกสารจริงสามารถทำเสร็จได้ภายใน 24 ชั่วโมง

“สันติสุข” ระบุว่า “ปัจจุบันเอกชนเจอความล่าช้าในการอนุมัติในระดับจังหวัด 4-5 เดือน ขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารทำได้ภายใน 24 ชั่วโมง มีการยื้อยุดหรือไม่ ทั้งยื้อยุดเรื่องงานและยื้อยุดเรื่องเงิน?”

ไม่เท่านั้น “สันติสุข” ได้ส่งสัญญาณเตือนไปยัง ดร.ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ให้รีบลงมาตรวจสอบเรื่องนี้ก่อนจะสายเกินไป

“ท่านรองนายกฯ ยศชนันท์ ครับ ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ควรจะเข้าไปตรวจสอบแล้วให้เกิดความกระจ่างเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นแล้วสุดท้ายมีได้ 2 ทาง คือ 1. ถ้าเกิดมันมีปัญหาบอกเลิกสัญญาไป ก็ต้องกลับเข้าแบบเดิม Manual ผลประโยชน์ใคร? หรือ 2. ถ้าเกิดมันล่าช้า ล่าช้าเพราะอะไร แล้วเอกชนที่เขาดำเนินการอยู่ในวันนี้ที่เขาเสียหายเนี่ย ถ้าเขาทำต่อไม่ไหวแล้วสุดท้ายเกิดการฟ้องร้องขึ้นมา… แล้วมันจะมีค่าโง่! ค่าโง่ใครจ่ายทีนี้ เสียหายกับรัฐอีกเหมือนเดิม”

ขณะนี้สังคมกำลังจับตาดูว่า กระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับดูแลของพรรคเพื่อไทย จะชี้แจงประเด็นดังกล่าวอย่างไร การยื้อชำระหนี้ 724 ล้านบาทครั้งนี้ เป็นเพียงปัญหาเทคนิคขั้นตอนตรวจรับงาน หรือเป็นการ “เปิดเกมเหนียวหนี้” เพื่อบีบให้เอกชนถอย แล้วดึงการขึ้นทะเบียนแรงงานกลับไปสู่ระบบ Manual เพื่อจัดสรรผลประโยชน์ในกลุ่มผู้มีอำนาจเดิมใช่หรือไม่ “ทีมข่าวท็อปนิวส์” ยืนยันจะติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดเพื่อนำความจริงมาตีแผ่ต่อไป

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

PEA เดินหน้าขยายเขตระบบไฟฟ้า ช่วยเหลือประชาชนพื้นที่ห่างไกล
"เท้ง ณัฐพงษ์" ดีเดย์ยื่นร้องป.ป.ช.สอบเอาผิดกกต. อัปเดตผลสืบสวน "ฮั้วสว.สายส้ม" ชี้ 3 จุดพิรุธ นัดรวมพลซักซ้อมก่อนลงคะแนน!!?
"รัฐสภา-สสส." โชว์ผล “องค์กรสุขภาวะ” คนทำงานสุขภาพดีขึ้น 80.2% สุขภาพใจพุ่ง 82.09% เดินหน้าโมเดล Happy Workplace สร้างคุณภาพชีวิตคนทำงาน
"นายกฯอนุุทิน" ประชุมทีมไทยแลนด์ ย้ำมั่นใจเสถียรภาพการเมือง ยกญี่ปุ่นเป็นมิตรประเทศ มอบนโยบายส่งเสริมการค้า-ลงทุน-พลังงาน 2 ชาติ
อะไรกันเนี่ย!! "สาวกส้ม" พรรณนาหนักพ่ายศึกอบจ.นนทบุรี เหตุคนใช้สิทธิน้อย-ซื้อเสียง เปิด 5 เหตุความจริง ไม่ใช่อย่างที่คิด!!?
"ซาบีดา" แถลงซัด "เขมร" ขโมยรูปชุดไทย เคลมบนเวที "มิสยูนิเวิร์สกัมพูชา" ซัดแรง อย่าพูดรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะเจตนาชัด เคลมเป็นของตัวเอง พร้อมเรียกร้องให้ยุติการกระทำการบิดเบือนทันที

ดู LIVE รายการ