




วันที่ 1 ส.ค. 2569 น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานขององค์การสะพานปลา ณ สำนักงานท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต (องค์การสะพานปลา) ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยมี นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้บริหารองค์การสะพานปลา ผู้แทนกรมประมง กรมเจ้าท่า และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมลงพื้นที่และรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาศักยภาพและสภาพการดำเนินงานขององค์การสะพานปลาภูเก็ตอย่างรอบด้าน เพื่อนำข้อมูลไปกำหนดแนวทางพัฒนาให้สามารถรองรับการเติบโตของภาคการประมงและเศรษฐกิจทางทะเลของจังหวัดภูเก็ต ทั้งด้านการบริหารจัดการพื้นที่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการนำพลังงานสะอาด เช่น ระบบโซลาร์รูฟท็อป มาใช้เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการในระยะยาว










รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การบริหารพื้นที่ต้องสอดคล้องกับปริมาณการใช้บริการในแต่ละช่วงฤดูกาล โดยในช่วงฤดูท่องเที่ยวหรือช่วงที่มีเรือประมงเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก จะต้องเพิ่มศักยภาพการรองรับการขนถ่ายสัตว์น้ำ ขณะที่ช่วงนอกฤดูกาลสามารถบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์และสร้างรายได้เพิ่มเติมแก่องค์การสะพานปลา พร้อมเน้นย้ำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมเจ้าท่า และกรมประมง บูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาท่าเทียบเรือประมงของประเทศให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคประมงไทย สำหรับแนวคิดการพัฒนาองค์การสะพานปลาภูเก็ตให้เป็น Seafood Hub หรือศูนย์กลางอาหารทะเลนั้น กระทรวงมีความตั้งใจผลักดันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากองค์การสะพานปลาภูเก็ตเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง และมีรายได้เป็นอันดับ 2 ขององค์การสะพานปลาทั่วประเทศ โดยมีรายได้เฉลี่ยปีละ 15–20 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การดำเนินโครงการจำเป็นต้องหารือร่วมกับหลายหน่วยงาน เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับกฎหมายและแผนพัฒนาที่เกี่ยวข้อง








นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงแนวทางส่งเสริมการใช้ท่าเทียบเรือภูเก็ตรองรับเรือประมงทูน่า ภายหลังการแก้ไขปัญหาร่องน้ำแล้ว รวมถึงการบริหารจัดการเรือชำรุดและเรือที่จอดค้างภายในพื้นที่ท่าเทียบเรือ โดยจะเร่งประสานความร่วมมือกับกรมเจ้าท่า กรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขให้เกิดความชัดเจนโดยเร็ว อันจะนำไปสู่การใช้ประโยชน์พื้นที่ได้อย่างเต็มศักยภาพ และสนับสนุนการพัฒนาภาคประมงของจังหวัดภูเก็ตให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป


จิระชัย เกษมพิมลพร ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ภูเก็ต

