ครม.ไฟเขียว เคาะยืดเวลา “บัตรสวัสดิการรัฐ” ทั้งใหม่-เก่า ทบทวนสิทธิ์ถึง 31 ส.ค.นี้ ก่อนเริ่มใช้พร้อมกัน 1 ต.ค.

ครม.ไฟเขียว เคาะยืดเวลา "บัตรสวัสดิการรัฐ" ทั้งใหม่-เก่า ทบทวนสิทธิ์ถึง 31 ส.ค.นี้ ก่อนเริ่มใช้พร้อมกัน 1 ต.ค.

ครม.ไฟเขียว เคาะยืดเวลา “บัตรสวัสดิการรัฐ” ทั้งใหม่-เก่า ทบทวนสิทธิ์ถึง 31 ส.ค.นี้ ก่อนเริ่มใช้พร้อมกัน 1 ต.ค.

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

27 ก.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง และนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ร่วมกันแถลงความคืบหน้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ภายหลังเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.)

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ที่ประชุมครม. มีมติเห็นชอบ ให้มีการเลื่อนกำหนดการอุทธรณ์ ผู้ไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากเดิม 31 กรกฎาคม เป็นวันที่ 20 กันยายน และกระทรวงการคลังขอให้มีการขยายเวลาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิ์เดิม สามารถใช้สิทธิ์ได้จนถึงวันที่ 30 กันยายน ผู้ที่ได้รับสิทธิ์รายใหม่ที่ได้รับการคัดเลือก จะเริ่มใช้สิทธิ์พร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นอกจากนี้ ครม. ยังรับทราบกฎเกณฑ์ต่างๆ เพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทสังคมและ ข้อเท็จจริงมากที่สุด

นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนการตรวจสอบการถือครองรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ หากเป็นรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์คลาสสิก จะไม่ถือว่าเข้าหลักเกณฑ์

 

ด้านนายลวรณ กล่าวว่า คนกลุ่มเดิมที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่ สามารถใช้สิทธิ์ได้จนถึงวันที่ 30 กันยายนนี้ ส่วนคนกลุ่มใหม่ ที่ได้รับการคัดกรองเข้ามา จะเริ่มใช้สิทธิ์ในวันที่ 1 ตุลาคม ส่วนการทบทวนสิทธิ์ มีประเด็นที่ค่อนข้างหลากหลาย จึงต้องมีการขยายเวลาไปอีกหนึ่งเดือน จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ เลื่อนไปเป็นวันที่ 31 สิงหาคม ส่วนผู้ที่ต้องยื่นเอกสาร สามารถดำเนินการได้ภายในวันที่ 20 กันยายน โดยจะมีการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ที่ทบทวนสิทธิ์โดยการตั้งศูนย์วันเซอร์วิส

นายลวรณ กล่าวว่า ส่วนหลักเกณฑ์ที่ใช้คัดกรอง ยังคงใช้หลักเกณฑ์เดิม แต่มีการปรับเกณฑ์ย่อยให้เหมาะสมกับความจริงมากขึ้น โดยผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ในรอบนี้มี 9.3 ล้านคน แบ่งเป็นสามกลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มที่ไม่ผ่าน 2.กลุ่มที่ผ่านแต่ข้อมูลไม่อัปเดต 3.กลุ่มนอมินีที่มีการนำชื่อประชาชนไปจดทะเบียนครอบครองทรัพย์สิน เช่น ที่ดิน ยานพาหนะ หรือบริษัท และในส่วนของนักศึกษานอกระบบ จะต้องมีการคัดกรองอีกครั้ง หากมีการตรวจสอบแล้วว่าเรียนจริง ก็จะคืนสิทธิ์ให้

นายลวรณ ยังยกตัวอย่างเกณฑ์ย่อยในการถือหุ้นบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดว่า เมื่อก่อนจะมีการดูทั้งหมด แต่ในครั้งนี้ จะเว้นให้แค่รัฐวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือรัฐวิสาหกิจเพื่อชุมชน

ส่วนการมีบัญชีหลักทรัพย์ ซึ่งถือว่ามีวิถีการดำรงชีวิตที่สูงกว่าคนปกติ เข้าสู่ตลาดทุนได้ แต่วันนี้มีบัญชีหลักทรัพย์บางประเภทที่ไม่มีการเคลื่อนไหว ตั้งแต่เปิดมา โดยจะคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชน เพราะบางครั้งมีโปรโมชันของบางบริษัท ให้คนไปเปิดบัญชีเพื่อแลกกับของขวัญ ทำให้มีบัญชีเหล่านี้ค้างอยู่ พร้อมแนะนำให้ประชาชนที่ถือบัญชีเหล่านี้อยู่ไปปิดบัญชี เพราะไม่ควรจะมีอะไรที่ค้างคาเอาไว้

นายลวรณ ยังกล่าวถึงกรณีนักเรียนนักศึกษาการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย หรือ กศน. ว่า หากเป็นคนที่เรียนอยู่จริง ๆ จะแยกรายชื่อออกมาให้ แต่ที่ไม่ได้เรียนจริง อาจจะต้องพิจารณาในแง่ของนอมินี

ส่วนกรณีผู้ครอบครองรถยนต์ เกิน 20 ปี หรือรถจักรยานยนต์ เกิน 15 ปี นายลวรณ กล่าวว่า มูลค่าไม่เหลือแล้ว และเราจะมีการคัดกรองให้ ซึ่งทาง 4 เกณฑ์นี้ เราจะดูให้เองตามกระบวนการ แต่ขอให้ยื่นทบทวนสิทธิมา และย้ำว่า ให้กดทบทวนสิทธิ หากมีข้อมูลไม่ถูกต้องกับความเป็นจริง เพราะจะได้ปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน และตัดปัญหานอมินีที่นำรายชื่อไปให้ อีกทั้งจะได้ดำเนินการกับนอมินีที่นำรายชื่อของท่านไปใช้ด้วย

นายลวรณ กล่าวเสริมว่า หากพี่น้องประชาชนไปใช้บริการที่ศูนย์ One Stop Service : OSS หรือขอยื่นทบทวนสิทธิผ่านช่องทางต่างๆ ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกส่งไปยังหน่วยงานต้นสังกัด และปรับปรุงฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบันโดยเร็วที่สุด หลังจากนั้นกระทรวงการคลัง ที่เป็นหน่วยที่รับผิดชอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะเช็กข้อมูลใหม่อีกครั้ง หากท่านได้สิทธิ ก็จะสามารถใช้สิทธิได้ในวันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป ซึ่งวิธีการจะเป็นแบบนี้ ขอให้ประชาชนเดินทางไปศูนย์วันสต๊อปเซอร์วิส

ด้านนายวินัย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยจะเน้นให้นายอำเภอทุกอำเภอประชาสัมพันธ์ โดยกรมการปกครองได้ให้นายอำเภอจัดตั้งศูนย์ประสานงาน เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เช่นธนาคารกรุงไทย และหน่วยตรวจสอบสิทธิ์อื่นๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางไปติดต่อราชการ รวมถึงผู้ได้รับสิทธิ์ที่ต้องยืนยันตัวตน โดยได้แจ้งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่รับทราบ เพื่อให้การสนับสนุน

นายวินัย ยังเปิดเผยตัวเลขของผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ 9.3 ล้านคนว่า มีผู้มายื่นทบทวนสิทธิ์แล้วกว่า 3.8 ล้านสิทธิ์ และยังไม่ยื่นขอทบทวนสิทธิ์อีกประมาณ 5.4 ล้านคน พร้อมย้ำว่า สามารถไปยื่นตรวจสอบสิทธิ์ได้ที่ศูนย์วันสต๊อปเซอร์วิส

 

ขณะที่ นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังกล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้ประชาชนมีระยะเวลาที่เพียงพอในการขอทบทวนสิทธิ คณะกรรมการฯ ได้ขยายระยะเวลาการทบทวนสิทธิถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 (เดิมวันที่ 31 กรกฎาคม 2569) ผ่าน 4 ช่องทางหลักของโครงการ ได้แก่ เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th (หรือ https://welfare.mof.go.th) แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง (ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) และขยายเวลาในการแก้ไขข้อมูล ณ หน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติ ถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 (เดิมวันที่ 16 สิงหาคม 2569)

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเพิ่มเติม กระทรวงมหาดไทยสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่ผ่านกลไกระดับจังหวัดและอำเภอ ในการประชาสัมพันธ์การตรวจสอบสิทธิ และจัดตั้งศูนย์ One Stop Service : OSS เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ได้รับสิทธิที่ต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบ e-KYC และผู้ที่ต้องการทบทวนสิทธิ รวมทั้งแจ้งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนราชการในพื้นที่ ร่วมสนับสนุนการดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ อีกด้วย ซึ่งกระทรวงการคลังได้บูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและส่งต่อความช่วยเหลือตามภารกิจและอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานแก่ประชาชนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ไม่ไว้ใจย้ายจริง!! "ชาวบ้านเสม็ดใต้" รุดดูให้เห็นกับตาอีกครั้ง "บ.กาน ชาบาด" เข้าปรับพื้นที่ รื้อถอนสุสานยิว!??
"เวียตเจ็ทไทยแลนด์" ทะยานสู่นิวไฮ! ครึ่งแรกปี 69 เผยรายได้พุ่งแตะหมื่นล้านบาท ขยายเน็ตเวิร์คเพิ่ม 36 เส้นทาง รุกสู่ทศวรรษใหม่ด้วยการเติบโตครั้งใหญ่ เตรียมขยายฝูงบินสู่ 39 ลำ ปี 70
CIB รวบ “หมอฟันเถื่อน” จบ ม.6! เปิดบ้านทำรีเทนเนอร์-ฟันปลอม ลูกค้าเดือนละ 40 ราย รับทำมานานเป็นปี
เกาหลีใต้ฟันธง! ไม่ส่งทหารร่วมสงครามอิหร่าน แต่พร้อมปกป้องเรือ-พลเมืองในช่องแคบฮอร์มุซ
อิ่มบุญ.! พุทธศาสนิกชนแห่ร่วมบุญ “เพลสัญจร” คึกคัก ณ ที่พักสงฆ์โคกดุม โดยมี พระครูศีลวิสุทธิคุณ รองเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ (ธ) เป็นประธานในพิธี
"ป.ป.ช. ตาก" ผนึกภาคประชาชน ลุยตรวจ 2 โครงการยักษ์ริมปิง งบรวมกว่า 275 ล้านบาท ต้องถูกใช้อย่างคุ้มค่า!

ดู LIVE รายการ