ควรสำนึกไว้ด้วย “หอมแดง” เกษตรกรเพชรบูรณ์ วัย 59 ผู้ต้องโทษคดีผิด 112 ร่วมสังฆกรรมเพจล้มเจ้า พ้นคุกแล้ว ได้รับอภัยโทษวันเฉลิมฯ

ควรสำนึกไว้ด้วย "หอมแดง" เกษตรกรเพชรบูรณ์ วัย 59 ผู้ต้องโทษคดีผิด 112 ร่วมสังฆกรรมเพจล้มเจ้า พ้นคุกแล้ว ได้รับอภัยโทษวันเฉลิมฯ

ควรสำนึกไว้ด้วย “หอมแดง” เกษตรกรเพชรบูรณ์ วัย 59 ผู้ต้องโทษคดีผิด 112 ร่วมสังฆกรรมเพจล้มเจ้า พ้นคุกแล้ว ได้รับอภัยโทษวันเฉลิมฯ

 

ข่าวที่น่าสนใจ

วันนี้ (24 ก.ค. 2569 ) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้ข้อมูลว่า “หอมแดง”(นามสมมติ) เกษตรกรจากจังหวัดเพชรบูรณ์วัย 59 ปี และผู้ต้องขังคดีสิ้นสุดในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กรณีแชร์โพสต์เฟซบุ๊ก 1 ข้อความ ถูกศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 1 ปี 6 เดือน ถูกปล่อยตัวจากเรือนจำกลางคลองเปรมแล้วในวันนี้ เมื่อเวลา 10.36 น. โดยมีญาติและเจ้าหน้าที่องค์กรภาคประชาสังคมมารอรับตั้งแต่ช่วงเช้า หลังเข้าเกณฑ์ตาม พ.ร.ฎ.อภัยโทษ พ.ศ. 2569 ที่ออกมาในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 อันเป็นสิ้นสุดการคุมขังเกือบ 1 ปี (หรือ 353 วัน)

 

กรณีดังกล่าว ส่งผลให้จำนวนผู้ต้องขังคดีการเมืองที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามข้อมูลอยู่ เหลืออย่างน้อย 54 คน

“หอมแดง” ถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. 2568 หลังศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 1 ปี 6 เดือน ไม่รอลงอาญา ในคดีมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) จากการแชร์โพสต์ข้อความจากเพจเฟซบุ๊ก “สมองโง่ดักดานรัฐบาลตูบฯ” ที่เรียกร้องให้กษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายจำนวน 1 โพสต์ เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2563 โดยไม่ได้เขียนข้อความใด ๆ ประกอบ โดยคดีนี้มี สัจจะ โชคบุญส่งสวัสดิ์ รับมอบอำนาจจากกระทรวงดิจิทัลฯ เป็นผู้กล่าวหา

ภายหลังจากศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา หอมแดงถูกส่งตัวไปคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทันทีระหว่างรอผลประกันตัวในชั้นฎีกา แต่หลังจากนั้นศาลฎีกาก็มีคำสั่งยกคำร้องประกันตัว จึงเป็นเหตุให้เขาตัดสินใจยุติการต่อสู้คดี เพื่อต้องการให้คดีความจบลงเพียงเท่านี้ เขามองว่าถ้าหากได้ประกันตัวออกไปและต้องกลับเข้ามาอีกครั้งก็คงจะรู้สึกแย่ไปกว่านี้ จากนั้นหอมแดงถูกย้ายตัวไปคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรมตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค. 2568 เรื่อยมา

สำหรับชื่อ “หอมแดง” คือนามสมมติที่เขาตั้งขึ้นตามอาชีพค้าขายผักและผลผลิตทางการเกษตรที่ทำมาหลายปี ไม่ว่าจะเป็นหอมแดง กระเทียม และผักผลไม้อื่น ๆ สำหรับเรื่องการเมือง เขาเป็นเพียงผู้ที่สนใจติดตามข่าวการเมือง ไม่เคยออกไปเข้าร่วมการชุมนุมหรือกิจกรรมทางการเมืองกับกลุ่มใด แต่โชคชะตาได้พาเขามาสู่จุดเปลี่ยนชีวิตในวันที่ 17 ต.ค. 2563

ในขณะนั้นหอมแดงกำลังฝึกเล่นเฟซบุ๊ก เขาเห็นโพสต์หนึ่งจากเพจ “สมองโง่ดักดานรัฐบาลตูบฯ” มีเนื้อหาเปรียบเทียบกษัตริย์ไทยกับญี่ปุ่น และปัญหาการอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ โดยตั้งใจจะกดเซฟ เก็บไว้ แต่ด้วยความไม่คุ้นเคยกับการใช้งาน เขาไปกดปุ่มแชร์แทน โดยไม่ได้เขียนข้อความใด ๆ ประกอบ

จุดเริ่มต้นคดีนี้นับตั้งแต่ที่เขาถูกแจ้งข้อกล่าวหาเมื่อเดือนมกราคม 2564 จนถึงปัจจุบัน ก็นับว่าเป็นเวลามากกว่า 5 ปีครึ่งแล้วที่หอมแดงต้องอยู่กับคดีนี้

ระหว่างหอมแดงถูกคุมขัง ได้มีทนายความเข้าเยี่ยม โดยเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2569 หลังมีประกาศอภัยโทษฯ หอมแดงมีความหวังว่าจะเป็นหนึ่งในรายชื่อที่ได้รับอภัยโทษ หากเขาได้ปล่อยตัวก็จะกลับไปทำอาชีพค้าขายเช่นเดิม เพราะยังมีกำลังที่พอจะทำได้อยู่

“เข้าเดือนที่ 11 แล้ว ก็พยายามหาแต่เรื่องดี ๆ คบเพื่อนดี ๆ ข้างใน มีเพื่อน 4-5 คน ก็รู้สึกพอใจแล้ว ตอนนี้ผู้ต้องขังลดลง จาก 1,200 คน เหลือ 850 คน เลยอยู่กันแบบไม่แออัดมาก อาหารการกิน กินได้ปกติ”

 

ต่อมาเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2569 เจ้าหน้าที่จากโครงการ Freedom Bridge ได้รับจดหมายจากหอมแดงซึ่งระบุว่า เขามีรายชื่อและกำลังจะเข้าอบรมโครงการโคกหนองนา กล่าวคือเขาเป็นหนึ่งในรายชื่อที่เข้าเกณฑ์อภัยโทษฯ

สำหรับการอภัยโทษดังกล่าว เป็นการอภัยโทษเป็นการทั่วไป ในโอกาสสำคัญในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2569 โดยครั้งนี้ถือเป็นการปล่อยตัวรอบที่ 2 ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากการปล่อยตัวรอบที่ 1 เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2569 ซึ่งมีผู้ต้องขังทางการเมืองได้รับการปล่อยตัวไปแล้วจำนวน 6 คน ทั้งนี้ ผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ก็จะได้รับการปล่อยตัว หรือลดหย่อนโทษ โดยไม่ได้เป็นการยื่นขอในลักษณะการอภัยโทษเป็นรายบุคคลแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัวจะต้องผ่านการอบรมโครงการโคกหนองนาของทางเรือนจำ และยังต้องติดตามต่อไปว่าจะมีผู้ต้องขังทางการเมืองที่คดีสิ้นสุดแล้วรายอื่นเข้าเกณฑ์การอภัยโทษอีกหรือไม่ โดย พ.ร.ฎ.อภัยโทษ กำหนดให้เรือนจำจัดทำรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับการอภัยโทษในกำหนดภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.ฎ. ใช้บังคับ

ผลจากการปล่อยตัวดังกล่าว ทำให้จำนวนผู้ต้องขังคดีทางการเมืองที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนติดตามข้อมูลอยู่ ลดลง 1 คน คงเหลือผู้ต้องขังทางการเมืองอย่างน้อย 54 คน (เป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 30 คน และคดีมาตรา 110 จำนวน 5 คน) แยกเป็นผู้ต้องขังที่ไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างการต่อสู้คดี อย่างน้อย 25 คน ผู้ต้องขังคดีถึงที่สุดแล้ว 28 คน และเยาวชนที่ถูกควบคุมตัวในสถานพินิจอีก 1 คน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ตร.พัทลุงล็อกรถ จยย. ต้องสงสัย คุมผู้ครอบครองสอบขยายผล โยงคดีคนร้ายบุกยิงบ้านเขาปู่
คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ติดตามแผนพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทางบกและทางอากาศ
“สรรเพชญ” เดินหน้าแก้รถติดท่าเรือแหลมฉบัง ชูมาตรการ 3 ระยะ เร่งยกระดับระบบโลจิสติกส์ไทย
พสกนิกรเบตงร่วมใจ ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ 30,000 ดอก เตรียมพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
อุตรดิตถ์ - นาทีชีวิต! เพลิงไหม้บ้านข้าราชการเทศบาลหัวดง ภายในบ้านไหม้หนัก เจ้าของเข่าทรุด สูญเสียทรัพย์ มูลค่า 3 ล้าน
ถอยจริงไม่ดราม่า!!! "โฆษกทบ." ยันทหารไทย-เขมร เจรจาลงตัว ยอมกลบคูเลต รื้อลวดหนาม เนิน 450 ช่องสะงำ ยันไม่น่ากังวลแต่แนวชายแดนมีโอกาสเกิดอีก!!??

ดู LIVE รายการ