“กกร.” ปรับตัวเลข GDP ปี 69 ขยายตัวเพิ่มเป็น 1.6-2% รับผลบวกโครงการไทยช่วยไทยพลัส ช่วยกระตุ้นใช้จ่ายในปท.

กกร. ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 โต 1.6-2% จากแรงหนุนโครงการไทยช่วยไทยพลัสและการส่งออก พร้อมห่วงเศรษฐกิจภาวะ K-Shape กระทบผู้ประกอบการและแรงงาน พร้อมเตือนครึ่งปีหลังเผชิญความผันผวนจากต้นทุนพลังงาน

“กกร.” ปรับตัวเลข GDP ปี 69 ขยายตัวเพิ่มเป็น 1.6-2% รับผลบวกโครงการไทยช่วยไทยพลัส ช่วยกระตุ้นใช้จ่ายในปท. – Top News รายงาน

 

 

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย จัดประชุมคณะกรรมการฯ ประจำเดือนมิถุนายน 2569 โดยมี นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ณ ห้องประชุม 109BCFG ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นายผยง เปิดเผยว่า ในวันนี้ว่า กกร.ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ขยายตัวอยู่ที่ 1.6-2% จากเดิมคาด 1.2-1.6% โดยส่วนหนึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส เม็ดเงิน 1.7 แสนล้านบาทที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ ขณะที่เงินเฟ้อคาดอยู่ที่ 2.5-3% จากเดิมคาด 2-3% ขณะที่การส่งออกคาดว่าจะขยายตัวได้ 8-10% จากเดิมคาดว่าจะไม่เติบโต

ทั้งนี้ มองว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทย ยังเผชิญภาวะ K-Shape สะท้อนจากการส่งออกสินค้าในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้เติบโตสูงถึง 18.9% โดยสินค้าเทคโนโลยี เติบโตสูงถึง 48.4% จาก megatrend การลงทุนด้าน AI และ data center สอดคล้องกับการส่งออกของประเทศอื่นในเอเชียที่เติบโตในระดับสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม แต่การส่งออกสินค้าเทคโนโลยีไม่ได้ส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจไทยมากนัก เนื่องจากใช้วัตถุดิบนำเข้าเป็นส่วนใหญ่

ขณะเดียวกัน ในส่วนของการผลิตและการส่งออกสินค้าอื่นทรงตัว ผู้ประกอบการมีความกังวลด้านสินค้าขาดแคลนและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกระทบความสามารถในการแข่งขัน และอุปสงค์ในประเทศก่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะชะลอตัวหลังค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น โดย กกร.มีความกังวลต่อแรงกดดันจาก K ขาล่างที่ไม่ได้รับประโยชน์จากการส่งออกและ FDI ที่เพิ่มขึ้น

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

นายผยง กล่าวว่า จากข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯกว่า 300 บริษัท พบว่า มีบริษัทที่ได้รับผลกระทบด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและรายได้ปรับลดลง จึงจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ปรับ K ขาบนให้เป็นตัวเร่งสำคัญที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งผ่านเม็ดเงิน FDI ไปสู่ภาคเศรษฐกิจจริงของไทย ก่อให้เกิดการจ้างงานคนไทย และทำให้ธุรกิจไทยสามารถได้ประโยชน์มากขึ้น โดยประเทศไทยสามารถใช้โอกาสจาก megatrend ด้านการลงทุนในการเร่งประบโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อให้ไทยเป็นจุดหมายของการย้ายฐานการผลิต สำนักงาน Middle&bank Office ของบริษัทข้ามชาติ และก้าวู่ Regional Hub ทั้งภาคการผลิต การบริการและการเงิน

 

ด้านความมั่นคงทางพลังงาน ยอมรับว่า ยังเป็นปัจจัยกดดันต่อทิศทางเศรษฐกิจโลกในปีนี้ การส่งออกสินค้า พลังงานจากตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังไม่มีแนวโน้มที่จะกลับมาสู่ภาวะปกติ ขณะที่ในครึ่งปีหลังประเทศกลุ่ม OECD มีแนวโน้มต้องเร่งนำเข้าน้ำมันเพื่อทดแทนในคลังน้ำมันสำรองที่มีปริมาณลดลงมาก ทำให้การหาน้ำมันดิบทดแทนแหล่งผลิตในตะวันออกกลางของประเทศอื่นๆ อาจจะยากและแพงขึ้นในระยะข้างหน้า ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนของการผลิตสินค้าและบริการอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องและอาจมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ ที่ประชุม กกร.ได้หารือถึงสถานการณ์พลังงานของประเทศภายใต้ความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งการเจรจาสันติภาพยังไม่มีข้อยุติ แต่กกร. ยืนยันว่า ไทยยังมีความมั่นคงพลังงาน โดยมีปริมาณน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปรวม 13,384 ล้านลิตร เพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศได้ราว 109 วัน

ขณะเดียวกัน ยืนยันว่า ยังไม่มีสัญญาณของภาวะขาดแคลนพลังงาน ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันได้เร่งบริหารความเสี่ยงด้านการจัดหาวัตถุดิบอย่างต่อเนื่อง โดยลดสัดส่วนการพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางจากเดิมประมาณ 55% เหลือราว 27% และเพิ่มการจัดหาแหล่งอื่นเป็นประมาณ 73% เพื่อเสริมความยืดหยุ่นและความมั่นคงของพลังงาน ลดผลกระทบจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการสนับสนุนให้ห่วงโซ่อุปทาน และภาคการผลิตของประเทศสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ กกร.ยังคาดหวังให้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของไทย หรือ PDP2026 สามารถประกาศใช้ได้ภายในเดือนส.ค.นี้ เพื่อเป็นกรอบสำคัญในการวางโครงสร้างพลังงานระยะยาวของประเทศ ทั้งด้านความมั่นคงทางพลังงาน การส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า การบริหารต้นทุนค่าไฟฟ้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาด ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวโน้มกำลังซื้อหลังสิ้นสุดโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” นายผยง ยอมรับว่ายังไม่มีการประเมินตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่เชื่อว่ากำลังซื้อมีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากภาวะต้นทุนที่สูงขึ้นและรายได้ของผู้ประกอบการที่ลดลง

 

 

ขณะที่นายนายเกษมสิทธิ์ ปฐมศักดิ์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ครึ่งปีหลังจะยังเต็มไปด้วยความผันผวน ทั้งจากปัจจัยด้านพลังงาน เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะประเทศไทย ขณะเดียวกัน ภาคการท่องเที่ยวอาจชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแรง เนื่องจากหลายประเทศต่างเผชิญปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้นเช่นเดียวกัน ทำให้การใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวมีแนวโน้มระมัดระวังมากขึ้น โดยมองว่าภาคธุรกิจต้องเร่งปรับตัว ขณะที่ภาครัฐควรเร่งสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุน ลดข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ และใช้โอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ประเทศ

ส่วนมาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลังจากนี้ ภาคเอกชนเห็นว่า รัฐบาลได้ดำเนินการหลายด้าน ทั้งการเปิดตลาดใหม่ การส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมาย และการผลักดันแนวคิด Green Made in Thailand รวมถึงการปฏิรูปกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน โดยเตรียมนำเสนอข้อเสนอแก้ไขกฎกระทรวงและกฎระเบียบสำคัญ 7 ประเด็นต่อรัฐบาล เพื่อเร่งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงโครงการ Thailand AI Passport ควรมีการทบทวน หรือควรเดินหน้าต่อไปและจะส่งผลดีกับภาคเอกชนหรือไม่ นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ปีธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในต้นทุนที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยในระยะยาว

สำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ภาคเอกชนมองว่า ยังไม่คลี่คลาย และผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจะยังทยอยส่งผ่านเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจจริงอย่างต่อเนื่องในระยะยาว จึงจำเป็นที่ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เกิดประโยชน์อย่างทั่วถึง ครอบคลุมทั้งผู้ประกอบการ แรงงาน และห่วงโซ่อุปทานของประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

เชียงใหม่-เปิดเวที Pitching ไอเดียพัฒนา “สันป่าข่อย–วัดเกตุ” สู่ย่านต้นแบบ Digital Nomad
ทร.แจงปมเหลือผู้ผ่านเกณฑ์เพียงรายเดียวทำไมเดินหน้า "เรือฟริเกต" ต่อ
ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ชี้แจงกรณีปฏิบัติการ "ปราบเซียนนครพิงค์" พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
เผยโฉมผู้เนรมิต "ผ้าไหมแพรวา" ราชินีแห่งไหมไทย สู่การสร้างสรรค์ผืนผ้า ที่ผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับจินตนาการใหม่ สู่ลวดลายการ์ตูนเซเลอร์มูน เชื่อมสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ "ในหลวง-ราชินี" โปรดเกล้าฯ ผู้ว่านราฯเชิญแจกันดอกไม้ ตะกร้าสิ่งของพระราชทาน มอบสมาชิกอส. สุคิริน ได้รับบาดเจ็บโดนลอบบึ้ม ยิงซ้ำ!!
‘นายกอรัญญา สุวรรณบุตร‘ ผลักดันการศึกษา แถลงข่าวการแข่งขันกีฬานักเรียน นวบูรพา KRASAGAMES 2026

ดู LIVE รายการ