“เท้ง ณัฐพงษ์” ลั่นไม่คิดขอโทษสว. กล่าวหาเอเยนต์ “ระบอบสีน้ำเงิน” อ้างแค่สื่อสารอยากให้การปกครองดีขึ้น

"ณัฐพงษ์" ไม่ขอโทษ ปม กล่าวหา “ระบอบสีน้ำเงิน” ยันวิจารณ์ฐานะประชาชนตามข้อเท็จจริง ไม่หวั่นถูก สว.ดำเนินคดี ตะแบงไม่ได้หวังโยงสีน้ำเงินบนธงชาติ สวนกลับภราดร ปม “สำนึกบุญคุณส้ม” เชื่อเป็นเพียงคำพูดทิ่มแทงทางการเมือง

“เท้ง ณัฐพงษ์” ลั่นไม่คิดขอโทษสว. กล่าวหาเอเยนต์ “ระบอบสีน้ำเงิน” อ้างแค่สื่อสารอยากให้การปกครองดีขึ้น – Top News รายงาน

 

 

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.20 น. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โต้กลับเรื่องระบอบสีน้ำเงินเป็นเพียงการสร้างวาทกรรม และเป็นการสร้างความแตกแยกว่า ตนมองว่าโจทย์สำคัญของประเทศขณะนี้ต้องมีระบบการตรวจสอบการถ่วงดุลที่ดี เรื่องการทุจริตของประเทศก็มีความยึดโยงกับคนมีอำนาจรัฐ ชนชั้นนำ และคนส่วนน้อยของสังคม ซึ่งเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร โดยรัฐธรรมนูญปี 60 ก็มีช่องโหว่ และช่องว่าง เช่น กระบวนการเลือกได้มาซึ่งสว. ที่สังคมตั้งคำถามและมีหลักฐานแน่นหนา แต่เรายังต้องมานั่งกังวลว่า กกต.จะเป่าคดีนี้หรือไม่ ดังนั้นที่ตนพยายามจะสื่อสารเรื่องระบอบสีน้ำเงิน เพื่อต้องการทำให้สังคมเห็นว่า ระบอบการปกครองในบ้านเราทุกวันนี้อาจจะไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างที่เราพูดกัน เป็นระบอบที่สีน้ำเงินหรือกลุ่มก้อนการเมืองประเทศหนึ่งกำลังกินรวบประเทศ ทั้งในด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ซึ่งตนมองว่าสุดท้ายแล้วในเรื่องการทำรัฐธรรมนูญ ก็ต้องผ่านการทำประชามติของประชาชนอยู่ดี

 

หัวหน้าพรรคประชาชน บอกอีกว่า หากสุดท้ายแล้วร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีที่มาที่ไปขององค์กรอิสระ และส.ว. รวมถึงระบบตรวจสอบสมดุลเป็นอย่างไร หากขัดหรือแย้งกับระบบประชาธิปไตยที่แท้จริง พวกตนก็พร้อมที่จะรณรงค์ให้ประชาชนไม่ผ่านประชามติ แต่หากทุกภาคส่วนสามารถผลักดันการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ออกมาดีมีความยึดโยงประชาชน ไม่ผูกขาด ไม่เพิ่มสิทธิพิเศษให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ได้ ส.ส.ร.ที่มีความยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด พวกเราก็พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนผ่านประชามติ

 

ข่าวที่น่าสนใจ

เมื่อถามย้ำ ยืนยันใช่หรือไม่ ว่าไม่ใช่เป็นการสร้างวาทกรรม แต่ระบอบสีน้ำเงินคือ สิ่งที่สังคมประจักษ์เห็นได้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยู่ที่ประชาชนแต่ละคน จะใช้ความรู้สึกของตนเองในขณะนี้ ว่าสิ่งที่ตนสื่อสารออกไปสอดคล้องกับสิ่งที่ตัวเองประสบอยู่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ประกาศในหลายเวทีว่า พร้อมจะจัดการเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตคอรัปชัน แต่สิ่งที่เราเห็นคือภาคธุรกิจเอกชนกลับต้องจ่ายส่วนให้กับภาครัฐที่สูงขึ้น ดัชนีคอร์รัปชันสูงขึ้นทุกปี ต้องให้ประชาชนทุกคนช่วยกันตัดสินว่า สิ่งที่ตนสื่อสารไปสอดคล้องกับบริบทและข้อเท็จจริงกับประเทศเราหรือไม่

 

 

ส่วนการที่นายภราดร ระบุว่าสำนึกบุญคุณพรรคส้ม ที่ทำให้พรรคน้ำเงินสามารถเติบโตได้ขนาดนี้ได้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราพิจารณาได้ว่าเป็นคำพูดที่ตอบโต้กันทางการเมือง เป็นคำพูดที่ใช้ทิ่มแทงกัน ตนก็ไม่อยากตอบโต้ด้วยคำพูดที่ไปทิ่มแทงกัน แต่อยากชวนทุกคนคิดว่า หากเห็นตรงกันว่าระบอบบ้านเราทุกวันนี้อยู่ภายใต้กลุ่มการเมืองสีน้ำเงิน ทางออกของประเทศที่แท้จริง ลำพังการเลือกตั้งอย่างเดียวคงไม่จบ ทางออกของประเทศที่แท้จริงคือต้องมีการแก้ไขกติกาสูงสุดของประเทศให้มีความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง หนึ่งในนั้นคือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งการตัดสินใจจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยตาม MOA

 

ส่วนกรณีที่ ส.ว. ได้แถลงให้ขอโทษ และอาจจะปรึกษาฝ่ายกฎหมายเพื่อดำเนินคดีนั้น นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า ตนเองไม่คิดว่าจะต้องขอโทษอะไร เพราะยืนยันว่าสิ่งที่พูดไปทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริง และไม่ได้พาดพิงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และผลกระทบทางด้านคดีที่จะเกิดขึ้นกับตัวของตนก็ไม่มีข้อกังวลใด พร้อมที่จะถูกฟ้องและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และพร้อมชี้แจงทุกอย่างว่าคำพูดที่ผมพูดออกไป ตนเชื่อว่าเป็นข้อเท็จจริงแบบนั้นจริงๆ

 

 

เมื่อถามว่า จะเป็นการเปิดศึกระหว่าง สส.กับ ส.ว.หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องของสถาบันทางการเมืองในกติกาประเทศ ที่ยังไม่ได้เป็นประชาธิปไตยแบบเด็ดขาด อีกทั้งหากใช้มาตรฐานเดียวกัน ส.ว.จะไปฟ้องปิดปากประชาชนทุกคนที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มก้อนการเมืองสีน้ำเงินอยู่ด้วยใช่หรือไม่ ฉะนั้นตนอยากบอกว่า สิ่งที่ออกมาสื่อสารเรียกร้องนั้น ในฐานะคนธรรมดาคนหนึ่งที่อยากได้ระบอบการปกครองที่ดีกว่าในบ้านนี้

 

เมื่อถามว่า ส.ว.มีความพยายามโยงเรื่องระบอบสีน้ำเงินกับสีน้ำเงินบนธงชาติ นายณัฐพงษ์ ตอบกลับว่า ตนขอถามแบบนี้ดีกว่า เคยได้ยินคำพูดนั้นออกจากปากตนหรือไม่ ได้ยินจากปากคนอื่นที่พยายามจะกล่าวหาใส่ร้ายป้ายสีพรรคสีส้มมา ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่จนมาถึงพรรคประชาชน และใช้ข้อกล่าวหาแบบนี้เข้าสู่กระบวนการนิติสงคราม และอยากให้ถามกลับไปเช่นเดียวกันว่า คนที่พูดแบบนี้ออกมามีเจตนาอะไรกันแน่ มีเจตนาที่จะขัดขวางระบอบประชาธิปไตยในประเทศหรือไม่

 

เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์โยงการที่พรรคประชาชนพูดเรื่องระบอบสีน้ำเงินกับสนามการเลือกตั้ง กทม. นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อาจจะวิเคราะห์กันไปได้ ซึ่งตนคิดว่า การตัดสินใจในการเลือกตั้งท้องถิ่น หรือระดับประเทศ อาจจะเหมือนหรือแตกต่างกันบ้าง ซึ่งหากดูการเลือกตั้งที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าปัจจัยที่ใช้ในการตัดสินใจของประชาชนอาจจะไม่ได้เหมือนกับการเลือกตั้งท้องถิ่น

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ทร.แจงปมเหลือผู้ผ่านเกณฑ์เพียงรายเดียวทำไมเดินหน้า "เรือฟริเกต" ต่อ
ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ชี้แจงกรณีปฏิบัติการ "ปราบเซียนนครพิงค์" พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
เผยโฉมผู้เนรมิต "ผ้าไหมแพรวา" ราชินีแห่งไหมไทย สู่การสร้างสรรค์ผืนผ้า ที่ผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับจินตนาการใหม่ สู่ลวดลายการ์ตูนเซเลอร์มูน เชื่อมสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ "ในหลวง-ราชินี" โปรดเกล้าฯ ผู้ว่านราฯเชิญแจกันดอกไม้ ตะกร้าสิ่งของพระราชทาน มอบสมาชิกอส. สุคิริน ได้รับบาดเจ็บโดนลอบบึ้ม ยิงซ้ำ!!
‘นายกอรัญญา สุวรรณบุตร‘ ผลักดันการศึกษา แถลงข่าวการแข่งขันกีฬานักเรียน นวบูรพา KRASAGAMES 2026
ดร.ธีระศักดิ์ อรัญพิทักษ์ (สว.)เตรียมลุยประชุมวุฒิสภา 21-22 ก.ย. จับตาเหล้า-กากอุตสาหกรรมลาว-ภัยแล้ง

ดู LIVE รายการ