“ทรัมป์” สั่งการด่วน “กองทัพเรือสหรัฐ” ปฏิบัติการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมัน เหตุ “กองกำลัง IRGC อิหร่าน” ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์ประกาศ เสนอการประกันความเสี่ยงทางการเมือง แก่เรือบรรทุกพลังงานที่แล่นผ่านอ่าวเปอร์เซีย พร้อมส่งกองทัพเรือสหรัฐ คุ้มกันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากจำเป็น เพื่อสกัดแรงกดดันต่อตลาดน้ำมันโลก

“ทรัมป์” สั่งการด่วน “กองทัพเรือสหรัฐ” ปฏิบัติการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมัน เหตุ “กองกำลัง IRGC อิหร่าน” ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ – Top News รายงาน

 

ทรัมป์

 

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ได้โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า ให้มีผลบังคับใช้โดยทันที โดยตนได้สั่งการให้บรรษัทการเงินเพื่อการพัฒนาแห่งสหรัฐอเมริกา (DFC) จัดหาประกันความเสี่ยงทางการเมือง และการรับประกันความมั่นคงทางการเงิน สำหรับการค้าทางทะเลทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงาน ที่เดินทางผ่านอ่าวเม็กซิโก ในราคาที่เหมาะสมมาก ซึ่งจะให้บริการแก่สายการเดินเรือทุกสาย ทั้งนี้หากจำเป็น กองทัพเรือสหรัฐก็จะเริ่มคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยไม่ว่าอย่างไรก็ตาม สหรัฐจะรับประกันการไหลเวียนของพลังงานอย่างเสรี สู่โลก พลังทางเศรษฐกิจและการทหารของสหรัฐนั้น ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว ซึ่งก็จะมีการดำเนินการเพิ่มเติมอีก

สำหรับช่องแคบฮอร์มุซนั้น ถือเป็นเส้นทางเดินเรือแคบที่อยู่ติดกับอิหร่าน และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการค้าพลังงานโลก โดยรองรับการขนส่งน้ำมันทางทะเลประมาณหนึ่งในสี่ ของปริมาณทั้งหมดทั่วโลก รวมถึงก๊าซธรรมชาติเหลวในปริมาณมหาศาล อย่างไรก็ดี ความตึงเครียดในพื้นที่ ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมาก หลีกเลี่ยงการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยบริษัท TPH & Co. ระบุในบันทึกถึงลูกค้าว่า ค่าระวางเรือและค่าเบี้ยประกันภัยที่พุ่ง ทำสถิติสูงสุดใหม่ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าว แทบหยุดชะงักไป

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ทั้งนี้ ผลกระทบจากการชะลอตัวของการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบดังกล่าว ได้ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบและสินค้าโภคภัณฑ์ด้านพลังงานอื่นๆ ปรับตัวสูงขึ้น และเริ่มส่งผ่านผลกระทบไปยังผู้บริโภคในสหรัฐ โดยราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ 3.11 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้น 11 เซนต์จากวันก่อนหน้า

สำหรับสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันเบนซินและค่าไฟฟ้านั้น ถูกมองว่า เป็นความเสี่ยงทางการเมืองต่อพรรครีพับลิกัน ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ขณะที่ทำเนียบขาวยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับมาตรการใหม่ดังกล่าว แต่สัญญาณเบื้องต้นสะท้อนว่า ความเคลื่อนไหวนี้ อาจเริ่มส่งผลต่อทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกแล้ว

 

 

 

ก่อนหน้านั้นครั้งนี้เป็นคำเตือนที่ชัดเจนที่สุดของอิหร่าน นับตั้งแต่ประกาศปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งอาจทำให้ปริมาณน้ำมันทั่วโลกลดลงถึง 1 ใน 5 และทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น คำเตือนนี้มาจากนาย อิบราฮิม จาบารี ที่ปรึกษาอาวุโสของผู้บัญชาการสูงสุดแห่งกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน โดยบอกว่า ช่องแคบฮอร์มุซปิดแล้ว หากใครพยายามผ่านเข้ามา วีรบุรุษแห่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติและกองทัพเรือ จะจุดไฟเผาเรือเหล่านั้น จาบารี กล่าวด้วยว่า ชาวอเมริกันกระหายน้ำมันในภูมิภาคนี้ อิหร่านจะโจมตีท่อส่งน้ำมันของพวกเขาในภูมิภาค และจะไม่ยอมให้มีการส่งออกน้ำมันจากพื้นที่นี้เป็นอันขาด

ช่องแคบฮอร์มุซ อยู่ระหว่างอิหร่านกับโอมาน เป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก เชื่อมต่อผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในอ่าวเปอร์เซีย เช่น ซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน อิรัก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กับอ่าวโอมานและทะเลอาหรับ

สื่อโอมาน รายงานเมื่อวาน ( 2 มีนาคม) โดยอ้างกระทรวงกลาโหมว่า เรือบรรทุกน้ำมันชื่อ เอ็มเคดี วียอม (MKD VYOM) จดทะเบียนในหมู่เกาะมาร์แชลล์ ถูกโจมตีโดยเรือติดระเบิดควบคุมจากระยะไกล ขณะกำลังแล่นอยู่ห่างจากชายฝั่งกรุงมัสกัต 52 ไมล์ทะเล ( กว่า 95 กิโลเมตร) ส่งผลให้เกิดไฟไหม้และระเบิดในห้องเครื่องยนต์หลัก มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ลูกเรือที่เหลืออีก 21 คนได้รับการอพยพ ภาพวิดีโอที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นเรือลำนี้ ถูกปกคลุมไปด้วยควันดำหนาทึบ

 

 

นับเป็นเรือลำที่ 3 ที่ตกเป็นเป้าหมาย ตั้งแต่สหรัฐฯและอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่าน ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน ศูนย์ปฏิบัติการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักรรายงานว่า มีเรือ 2 ลำถูกโจมตีด้วยวัตถุบางอย่างในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยลำหนึ่งอยู่ใกล้เมืองชาร์จาห์ และอีกหนึ่งลำอยู่ใกล้เมือง “มินา ซาคร์” ลูกเรือปลอดภัยและสามารถควบคุมเพลิงได้

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่า เรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 150 ลำ รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว จอดทอดสมออยู่ในน่านน้ำอ่าวเปอร์เซีย นอกช่องแคบฮอร์มุซ และอีกหลายสิบลำจอดนิ่งอยู่นอกจุดคอขวด ไฟแนนเชียลไทมส์ สื่ออังกฤษ รายงานว่า บริษัทประกันภัยเตือนเจ้าของเรือว่า พวกเขาจะยกเลิกกรมธรรม์และเพิ่มค่าเบี้ยประกันภัยสำหรับเรือที่แล่นผ่านอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบดังกล่าว

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงเรืออย่างน้อย 3 ลำถูกโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 14 เดือนช่วงสั้นๆเมื่อวันจันทร์ 2 มีนาคม โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 13% อยู่ที่ราวๆ 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนปิดที่77.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 6.7%

 

 

99KF39E เรือน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ มองจากโอมาน

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

เฮๆๆๆ "เอกนิติ" สรุปแล้ว ขยาย "ไทยช่วยไทยพลัส" อีก 2 เดือน ใช้งบฯก้อนเดิม คงสัดส่วน 60:40 เริ่มใช้ต่อเนื่องตั้งแต่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป
ไอเดียกระฉูด!! "ซูการ์โน มะทา" สส.ยะลา ผุด 5 ข้อเสนอรัฐบาลแก้ปัญหาจชต.ไม่สงบ ยุบศอ.บต.จัดตั้งองค์กรท้องถิ่น เลิกใช้กฎอัยการศึก สนับสนุนใช้ภาษามลายู!!??
ถอดรหัส!! เบื้องหลัง "นิรโทษกรรม" พ้นมลทิน แล้ว "หักหลัง" แค่ไม่พอใจ ไล่บีบรัฐบาล!???
อธิบายชัดเจน "พล.ต.ณัฏฐ์" นักรบอีสานใต้ สรุป 7 ข้อ สถานการณ์ชายแดน ชี้ชัดเขมรรบ 2 รอบสูญเสียย่อยยับ ผู้นำเข็ดขยาดทำศึกรอบใหม่ ลั่นเปิดมารับรองร้องไห้หนักกว่าเดิม!!??
ผู้ว่าฯ สงขลา มอบทุน “คุณพ่อเพิ่ม–คุณแม่วิจิตรา” 82 ทุน ส่งต่อโอกาสทางการศึกษาเยาวชนสทิงพระ
"สมุทรสาครโมเดล" ลดจำนวนปลาหมอคางดำ สู่ทางออกที่ยั่งยืน

ดู LIVE รายการ