ขแมร์ไทม์สรายงานว่านายกรัฐมนตรีฮุน มาเน็ต ผู้นำกัมพูชาได้ขอเข้าพบอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็นที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น โดยได้พูดคุยในหัวข้อว่าด้วยความร่วมมือและการส่งเสริมสันติภาพในภุมิภาค ซึ่งฮุน มาเน็ตก็ได้โอกาสหยิบยกสถานการณ์ที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพุชาขึ้นมาหารือ โดยกูเตร์เรสกล่าวว่าเขายินดีที่ฝ่ายไทยและกัมพูชายังคงยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิง โดยเรียกว่าเป็นก้าวสำคัญในการรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค
เลขาธิการยูเอ็นยังกล่าวสนับสนุนให้กัมพูชาและไทยเดินหน้าเจรจาและแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธี โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทูตและความร่วมมือในระดับภูมิภาค
และในวันเดียวกัน ฮุน มาเน็ตยังเข้าพบโวลเกอร์ เทิร์ก ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชน, แอนนาเลน่า แบร์บ็อก ประธานสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 80 และนายจิลส์ คาร์บอนนิเยร์ รองประธานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ ซึ่งสื่อกัมพูชากล่าวว่าการสายพบบุคคลสำคัญระดับโลกเป็นความพยายามทางการทูตของฮุน มาเน็ตที่จะผลักดันข้อพิพาทไทย-กัมพูชาขึ้นบนเวทีโลก หลังจากการเดินทางเยือนสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และหลังจากเจนีวา ฮุน มาเน็ตมีกำหนดจะไปกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยมซึ่งเป็นที่ตั้่งของสำนักงานอียูหรือสหภาพยุโรปต่อ
นายเพน โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชากล่าวว่า ในขณะที่ฮุน มาเน็ตเดินสายต่างประเทศ เพื่อพบเจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์กรระหว่างประเทศ หน่วยงานต่างๆในกัมพูชารวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับล่างก็กำลังทำงานผ่านช่องทางการทูตภายในประเทศเป็นคู่ขนาน สอดคล้องกันไปเพื่อสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพุชา สะท้อนถึงยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาพรมแดนไทยของรัฐบาลกัมพูชาในความพยายามปกป้องอธิปไตยพร้อมๆไปกับการรักษาเสถียรภาพ และว่ากัมพูชาได้ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดต่อการรุกคืบของทหารไทยเข้ามาในดินแดนของกัมพูชาซึ่งกัมพูชาได้ประท้วงด้วยการออกแถลงการณ์ บันทึกทางการทูต และจดหมายประท้วงเกือบพันฉบับ

