“โฆษกทร.” สวนปาก “สส.ส้ม” บิดเบือน “สนามกอล์ฟ กิจการสวัสดิการ” เป็นธุรกิจกองทัพ ยัน”ศูนย์พัฒนากีฬาราชนาวี สงขลา” ไม่ใช่สถานที่ลับ ไม่ได้จัดตั้งเพื่อแบ่งผลกำไร จี้หยุดกล่าวหาสร้างภาพเข้าใจผิดๆ!!

"โฆษกทร." สวนปาก "สส.ส้ม" บิดเบือน "สนามกอล์ฟ กิจการสวัสดิการ" เป็นธุรกิจกองทัพ ยัน"ศูนย์พัฒนากีฬาราชนาวี สงขลา" ไม่ใช่สถานที่ลับ ไม่ได้จัดตั้งเพื่อแบ่งผลกำไร จี้หยุดกล่าวหาสร้างภาพเข้าใจผิดๆ!!

สืบเนื่องจากที่ นายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน โพสต์ภาพพจ้อมข้อความระบุว่า เจอ “สนามกอล์ฟ“ กองทัพเรือ อีก 1 สนาม

ในการศึกษาเรื่อง ”ธุรกิจกองทัพ“ ต่างๆ เราเคยได้รับคำชี้แจงจากกองทัพเรือว่ามีอยู่ 4 สนาม คือ 1.พลูตาหลวง จาก.ชลบุรี 2.บางนา กรุงเทพ 3.ศาลายา จ.นครปฐม และ 4.ทับละมุ จ.พังงา

จากนั้น เราได้ค้นพบของ ”หน่วยขึ้นตรง“ 4 สนาม คือ 1. นาวิกโยธิน สัตหีบ จ.ชลบุรี 2. กองเรือยุทธการ สัตหีบ จ.ชลบุรี 3. ศอ.รฝ. สัตหีบ จ.ชลบุรี
4. ศูนย์ฝึกทหารใหม่ สัตหีบ จ.ชลบุรี

แล้ววันนี้ ในการพิจารณาเรื่องการใช้สนามบินทหารเรือ จ.สงขลา ของผู้ประกอบการเอกชน ก็ได้พบว่ามี ”สนามกอล์ฟ“ ของอีกหน่วยขึ้นตรง ที่ไม่เคยอยู่ในรายงาน นั่นคือ “ศูนย์พัฒนากีฬาราชนาวี สงขลา“ กองทัพเรือภาค 2 คงต้องบรรจุในรายงานที่กำลังจัดทำเล่มนี้ด้วย

 

 

Screenshot

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ล่าสุด พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยนำศูนย์พัฒนากีฬาราชนาวี สงขลา ในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ 2 ไปกล่าวถึงในลักษณะว่าเป็น “ธุรกิจกองทัพ” และใช้ถ้อยคำทำนองว่าเป็นกิจการที่เพิ่งถูกค้นพบนั้น กองทัพเรือขอชี้แจงว่า การนำเสนอในลักษณะดังกล่าวมิได้สะท้อนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะ วัตถุประสงค์ และระบบบริหารของกิจการอย่างครบถ้วน

ศูนย์พัฒนากีฬาราชนาวี สงขลา เป็นกิจการสวัสดิการที่อยู่ในการกำกับดูแลของทัพเรือภาคที่ 2 มิใช่กิจการลับ มิใช่ธุรกิจส่วนตัวของผู้บังคับบัญชาหรือกำลังพล และมิได้จัดตั้งขึ้นเพื่อแบ่งปันผลกำไรให้แก่บุคคลใด การนำภาพจากแผนที่ออนไลน์มาเผยแพร่พร้อมระบุว่า “พบเพิ่ม” จึงมิได้หมายความว่ามีการตรวจพบกิจการที่กองทัพเรือปกปิดไว้แต่อย่างใด

กองทัพเรือยอมรับและเคารพสิทธิในการตั้งคำถามและตรวจสอบจากทุกภาคส่วน แต่การตรวจสอบที่สุจริตควรตั้งอยู่บนข้อมูลที่ครบถ้วน แยกแยะสถานะของแต่ละกิจการ และใช้ถ้อยคำให้ตรงกับข้อเท็จจริง หากผู้เผยแพร่ข้อมูลทราบอยู่แล้วว่าเป็นกิจการสวัสดิการตามระเบียบของทางราชการ แต่ยังจงใจเลือกใช้คำว่า “ธุรกิจกองทัพ” เพื่อสร้างภาพว่ากองทัพเรือแสวงหากำไรหรือปกปิดผลประโยชน์ ย่อมทำให้ตั้งข้อสังเกตได้ว่า การสื่อสารดังกล่าวมิได้มีเจตนาบริสุทธิ์เพื่อสร้างความเข้าใจหรือเพื่อการตรวจสอบอย่างสร้างสรรค์ แต่เป็นการเลือกใช้ถ้อยคำชี้นำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อกองทัพเรือ

 

ชื่อ “กิจการสวัสดิการ” ก็บอกวัตถุประสงค์ไว้อย่างชัดเจนว่า จัดขึ้นเพื่อการสวัสดิการ มิใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตัวของบุคคลใด

กิจการดังกล่าวดำเนินการตามหลักการของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ. 2547 ซึ่งใช้กับส่วนราชการทั่วประเทศ มิได้ออกขึ้นเพื่อกองทัพหรือกระทรวงกลาโหมเป็นการเฉพาะ โดยมีเจตนารมณ์ให้ส่วนราชการสามารถจัดสวัสดิการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างขวัญกำลังใจ และช่วยเหลือบุคลากรกับครอบครัว เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุขกับการทำงาน

กิจการสวัสดิการบางประเภทอาจมีรายได้หรือมีผลประกอบการส่วนเกิน แต่รายได้ดังกล่าวมิได้นำไปแบ่งปันเป็นผลกำไรแก่ผู้บังคับบัญชาหรือบุคคลใด หากต้องนำกลับไปพัฒนาและขยายบริการ รวมทั้งสนับสนุนการสงเคราะห์กำลังพลและครอบครัวในด้านต่าง ๆ ตามระเบียบและมติของคณะกรรมการสวัสดิการ

ขณะเดียวกัน กิจการสวัสดิการบางประเภทไม่สามารถสร้างรายได้ให้คุ้มกับค่าใช้จ่าย หรืออาจมีผลการดำเนินงานขาดทุน แต่ยังจำเป็นต้องดำเนินการต่อไปเพราะมีวัตถุประสงค์ด้านการสงเคราะห์โดยตรง เช่น กิจการสถานรับเลี้ยงเด็กเล็ก ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระของกำลังพล โดยเฉพาะข้าราชการชั้นผู้น้อยและครอบครัวที่บิดามารดาต้องปฏิบัติหน้าที่

ระบบสวัสดิการจึงต้องบริหารในภาพรวม โดยนำรายได้จากกิจการที่สามารถเลี้ยงตัวเองหรือมีผลประกอบการส่วนเกิน ไปพัฒนาและขยายบริการ รวมถึงช่วยสนับสนุนกิจการสงเคราะห์ที่ไม่สามารถสร้างรายได้ แต่ยังมีความจำเป็นต่อคุณภาพชีวิตของกำลังพลและครอบครัว นี่คือหลักของการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขและการดูแลคนภายในองค์กร มิใช่การทำธุรกิจเพื่อแสวงหากำไรส่วนบุคคล

การจัดสวัสดิการลักษณะนี้มิได้มีเฉพาะในกองทัพเรือ ส่วนราชการนอกกระทรวงกลาโหมหลายแห่ง เช่น กรมประชาสัมพันธ์ กรมชลประทาน กรมที่ดิน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และกรมราชทัณฑ์ ต่างมีคณะกรรมการ กองทุน ร้านค้า สนามกีฬา อาคาร หรือกิจการสวัสดิการ เพื่อสงเคราะห์และดูแลบุคลากรของตนตามระเบียบเดียวกัน จึงไม่ควรนำกิจการสวัสดิการของกองทัพเรือมาใช้สร้างภาพว่าเป็นเรื่องผิดปกติหรือเป็นผลประโยชน์เฉพาะของกองทัพ

นอกจากนี้ ต้องแยกแยะกิจการสวัสดิการออกจากกิจการเชิงพาณิชย์และรัฐวิสาหกิจให้ชัดเจน สำหรับกิจการที่จัดตั้งในรูปรัฐวิสาหกิจ เช่น บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด ย่อมอยู่ภายใต้กฎหมาย ระเบียบ และกลไกกำกับตรวจสอบของภาครัฐเช่นเดียวกับรัฐวิสาหกิจทั่วไป ทั้งในด้านนโยบาย การเงิน การบัญชี การตรวจสอบ และการประเมินผล โดยรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งอาจจัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะตามภารกิจของรัฐ และ/หรือมุ่งประสิทธิภาพกับผลประกอบการ ควบคู่กับการรักษาผลประโยชน์สาธารณะ

ส่วนท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ–กองทัพเรือ เป็นหน่วยงานของกองทัพเรือที่ดำเนินงานด้านท่าเรือเชิงพาณิชย์ รองรับทั้งภารกิจด้านความมั่นคงและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในลักษณะ Dual Use โดยมีระบบบริหาร อัตราค่าบริการ รายได้ และกลไกกำกับตรวจสอบตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น กิจการสวัสดิการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานที่ดำเนินงานเชิงพาณิชย์แบบ Dual Use จึงมีสถานะ วัตถุประสงค์ และระบบกำกับดูแลแตกต่างกัน การนำทุกกิจการมาเหมารวมและเรียกว่า “ธุรกิจกองทัพ” โดยไม่แยกแยะข้อเท็จจริง เป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนและไม่เป็นธรรมต่อองค์กร ตลอดจนกำลังพลและครอบครัวจำนวนมากที่ได้รับประโยชน์จากระบบสวัสดิการดังกล่าว

กองทัพเรือยืนยันว่า การดำเนินกิจการทุกประเภทต้องยึดหลักสำคัญ ได้แก่

* ดำเนินการภายใต้กฎหมายและระเบียบของทางราชการ
* มีระบบบริหาร การเงิน การบัญชี และการตรวจสอบที่ชัดเจน
* รายได้จากกิจการสวัสดิการต้องกลับไปใช้เพื่อการสวัสดิการและการสงเคราะห์
* กิจการเชิงพาณิชย์ต้องดำเนินงานตามวัตถุประสงค์และกลไกกำกับของรัฐ
* คำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการ กำลังพล ครอบครัว และประชาชนเป็นสำคัญ
* พร้อมเปิดรับการตรวจสอบอย่างสุจริตและสร้างสรรค์

“กองทัพเรือไม่ปฏิเสธการตรวจสอบ แต่การตรวจสอบต้องอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่การเลือกใช้คำเพื่อชี้นำสังคม การดูแลกำลังพล โดยเฉพาะข้าราชการชั้นผู้น้อยและครอบครัว มิใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชา เพราะกำลังพลที่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ย่อมมีขวัญกำลังใจ มีความมั่นคงในชีวิต และสามารถทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ผู้ว่าฯ สงขลา ลุยด่านบ้านประกอบ ติดตามการค้าชายแดนไทย–มาเลเซีย ชูระบบดิจิทัลเพิ่มความคล่องตัว
สำเร็จจริงไม่ใช่แค่กระดาษ! “โสภณ” เปิด “ลำปลายมาศโมเดล” รับ 5 จ.ชายแดนใต้ดูงาน แก้ยาเสพติดครบวงจร เตรียมนำไปปรับใช้ในพื้นที่
"ปภ." ระดมเครื่องจักร-เครื่องสูบน้ำ-เรือ รับมือน้ำท่วมหลายพื้นที่ เร่งสูบน้ำป้องกันน้ำทะเลหนุน พร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยเต็มที่
"ศาลปัตตานี" สั่งจำคุก 16 ปี "ซูรฮาพีซี" ก่อเหตุรุนแรง อ.สายบุรี ปี 68 สารภาพเป็นสมาชิกผู้ก่อการร้าย !!?
ด่วน! อิหร่านยื่นข้อเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซใน 7 วัน
“สรรเพชญ” เยี่ยมชมท่าเรือฮัมบูร์ก ศึกษาระบบอัตโนมัติ–บริหารจราจร หวังยกระดับท่าเรือไทย

ดู LIVE รายการ