ชื่อ “กิจการสวัสดิการ” ก็บอกวัตถุประสงค์ไว้อย่างชัดเจนว่า จัดขึ้นเพื่อการสวัสดิการ มิใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตัวของบุคคลใด
กิจการดังกล่าวดำเนินการตามหลักการของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ. 2547 ซึ่งใช้กับส่วนราชการทั่วประเทศ มิได้ออกขึ้นเพื่อกองทัพหรือกระทรวงกลาโหมเป็นการเฉพาะ โดยมีเจตนารมณ์ให้ส่วนราชการสามารถจัดสวัสดิการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างขวัญกำลังใจ และช่วยเหลือบุคลากรกับครอบครัว เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุขกับการทำงาน
กิจการสวัสดิการบางประเภทอาจมีรายได้หรือมีผลประกอบการส่วนเกิน แต่รายได้ดังกล่าวมิได้นำไปแบ่งปันเป็นผลกำไรแก่ผู้บังคับบัญชาหรือบุคคลใด หากต้องนำกลับไปพัฒนาและขยายบริการ รวมทั้งสนับสนุนการสงเคราะห์กำลังพลและครอบครัวในด้านต่าง ๆ ตามระเบียบและมติของคณะกรรมการสวัสดิการ
ขณะเดียวกัน กิจการสวัสดิการบางประเภทไม่สามารถสร้างรายได้ให้คุ้มกับค่าใช้จ่าย หรืออาจมีผลการดำเนินงานขาดทุน แต่ยังจำเป็นต้องดำเนินการต่อไปเพราะมีวัตถุประสงค์ด้านการสงเคราะห์โดยตรง เช่น กิจการสถานรับเลี้ยงเด็กเล็ก ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระของกำลังพล โดยเฉพาะข้าราชการชั้นผู้น้อยและครอบครัวที่บิดามารดาต้องปฏิบัติหน้าที่
ระบบสวัสดิการจึงต้องบริหารในภาพรวม โดยนำรายได้จากกิจการที่สามารถเลี้ยงตัวเองหรือมีผลประกอบการส่วนเกิน ไปพัฒนาและขยายบริการ รวมถึงช่วยสนับสนุนกิจการสงเคราะห์ที่ไม่สามารถสร้างรายได้ แต่ยังมีความจำเป็นต่อคุณภาพชีวิตของกำลังพลและครอบครัว นี่คือหลักของการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขและการดูแลคนภายในองค์กร มิใช่การทำธุรกิจเพื่อแสวงหากำไรส่วนบุคคล
การจัดสวัสดิการลักษณะนี้มิได้มีเฉพาะในกองทัพเรือ ส่วนราชการนอกกระทรวงกลาโหมหลายแห่ง เช่น กรมประชาสัมพันธ์ กรมชลประทาน กรมที่ดิน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และกรมราชทัณฑ์ ต่างมีคณะกรรมการ กองทุน ร้านค้า สนามกีฬา อาคาร หรือกิจการสวัสดิการ เพื่อสงเคราะห์และดูแลบุคลากรของตนตามระเบียบเดียวกัน จึงไม่ควรนำกิจการสวัสดิการของกองทัพเรือมาใช้สร้างภาพว่าเป็นเรื่องผิดปกติหรือเป็นผลประโยชน์เฉพาะของกองทัพ
นอกจากนี้ ต้องแยกแยะกิจการสวัสดิการออกจากกิจการเชิงพาณิชย์และรัฐวิสาหกิจให้ชัดเจน สำหรับกิจการที่จัดตั้งในรูปรัฐวิสาหกิจ เช่น บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด ย่อมอยู่ภายใต้กฎหมาย ระเบียบ และกลไกกำกับตรวจสอบของภาครัฐเช่นเดียวกับรัฐวิสาหกิจทั่วไป ทั้งในด้านนโยบาย การเงิน การบัญชี การตรวจสอบ และการประเมินผล โดยรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งอาจจัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะตามภารกิจของรัฐ และ/หรือมุ่งประสิทธิภาพกับผลประกอบการ ควบคู่กับการรักษาผลประโยชน์สาธารณะ
ส่วนท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ–กองทัพเรือ เป็นหน่วยงานของกองทัพเรือที่ดำเนินงานด้านท่าเรือเชิงพาณิชย์ รองรับทั้งภารกิจด้านความมั่นคงและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในลักษณะ Dual Use โดยมีระบบบริหาร อัตราค่าบริการ รายได้ และกลไกกำกับตรวจสอบตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้น กิจการสวัสดิการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานที่ดำเนินงานเชิงพาณิชย์แบบ Dual Use จึงมีสถานะ วัตถุประสงค์ และระบบกำกับดูแลแตกต่างกัน การนำทุกกิจการมาเหมารวมและเรียกว่า “ธุรกิจกองทัพ” โดยไม่แยกแยะข้อเท็จจริง เป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนและไม่เป็นธรรมต่อองค์กร ตลอดจนกำลังพลและครอบครัวจำนวนมากที่ได้รับประโยชน์จากระบบสวัสดิการดังกล่าว
กองทัพเรือยืนยันว่า การดำเนินกิจการทุกประเภทต้องยึดหลักสำคัญ ได้แก่
* ดำเนินการภายใต้กฎหมายและระเบียบของทางราชการ
* มีระบบบริหาร การเงิน การบัญชี และการตรวจสอบที่ชัดเจน
* รายได้จากกิจการสวัสดิการต้องกลับไปใช้เพื่อการสวัสดิการและการสงเคราะห์
* กิจการเชิงพาณิชย์ต้องดำเนินงานตามวัตถุประสงค์และกลไกกำกับของรัฐ
* คำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการ กำลังพล ครอบครัว และประชาชนเป็นสำคัญ
* พร้อมเปิดรับการตรวจสอบอย่างสุจริตและสร้างสรรค์
“กองทัพเรือไม่ปฏิเสธการตรวจสอบ แต่การตรวจสอบต้องอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่การเลือกใช้คำเพื่อชี้นำสังคม การดูแลกำลังพล โดยเฉพาะข้าราชการชั้นผู้น้อยและครอบครัว มิใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชา เพราะกำลังพลที่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ย่อมมีขวัญกำลังใจ มีความมั่นคงในชีวิต และสามารถทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”