“ทนายบิ๊กโจ๊ก” ยื่นหนังสือผบ.ตร. ขอทบทวนใช้อำนาจสอบสินบนทองคำ ชี้ใช้กฎหมายทับซ้อน “ป.ป.ช.”

ทนายความพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ งัดข้อกฎหมายสู้ ให้พนักงานสอบสวน และ ป.ป.ช. ทบทวนการดำเนินคดี ติดสินบน กรรมการ ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ยืนยันตำรวจไม่มีอำนาจแยกผู้ถูกกล่าวหาดำเนินคดี

“ทนายบิ๊กโจ๊ก” ยื่นหนังสือผบ.ตร. ขอทบทวนใช้อำนาจสอบสินบนทองคำ ชี้ใช้กฎหมายทับซ้อน “ป.ป.ช.” – Top News รายงาน

 

ทนายบิ๊กโจ๊ก

 

นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความผู้รับมอบอำนาจของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมายื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้พิจารณาทบทวนอำนาจที่ ในการรับคำกล่าวหาและดำเนินคดีกับกรรมการปปชรวมถึงบุคคลอื่นที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับสินบนทองคำ 246 บาท

นายสัญญาภัชระ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องเดินทางมายื่นเรื่องให้คณะพนักงานสอบสวนทบทวนอำนาจหน้าที่นี้ โดยยืนยันว่าที่ดำเนินการมาทั้งหมดขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ 2561 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทำการเมือง พ.ศ 2560

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

โดยชี้แจงในรายละเอียดว่า ตามอำนาจแล้วตำรวจ ไม่มีสิทธิ์ที่จะสอบสวนดำเนินคดี เนื่องจากมีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ เข้ามาเกี่ยวข้อง ตามขบวนแล้ว ผู้มีอำนาจในการยื่นร้องเรียนจะเป็น สภาสมาชิกผู้แทนราษฎร หรือประชาชนผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งร้องเรียนรวมแล้วกว่า 20,000 รายชื่อ เพื่อป้องกันการแทรกแซงทางการเมือง แต่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเลือกตั้ง และการประกาศยุบสภาของรัฐบาล ทำให้อำนาจตกไปอยู่ที่สภาวุฒิสภา เป็นผู้ทำหนังสือร้องเรียนไปถึงประธานวุฒิสภา เป็นผู้พิจารณาตามอำนาจ เห็นควรส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกา พิจารณาตั้งคณะกรรมการพิจารณาคดีคดีขั้นตอน ซึ่งคดีนี้จะเข้าสู่อำนาจหน้าที่ของ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงอยากขอความเป็นธรรม และขอให้ดำเนินการ 3 ข้อ

1. ขอให้ปฏิบัติตามขั้นตอนและช่องทางที่กฎหมายบัญญัติไว้ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือขององค์กร และหลีกเลี่ยงข้อสงสัยว่ากระบวนการอาจไม่เป็นธรรม

2. ขอให้รอผลพิจารณาวินิจฉัยเขตอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่ามีหรือไม่มีอำนาจรับคำกล่าวหา

3. ในระหว่างที่ยังไม่มีคำวินิจฉัยในคดีนี้ ขอให้คณะพนักงานสอบสวนงดเว้นการดำเนินการใดๆในสาระของคดี ไม่ว่าจะเป็นการสืบสวนสอบสวน การออกคำสั่ง ขอออกหมายอาญา การให้ข่าวหรือแถลงข่าวที่อาจมีผลกระทบต่อสิทธิของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์

 

 

พร้อมยืนยันว่าการยื่นหนังสือในวันนี้ไม่ได้เป็นการประวิงเวลา แต่พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ ต้องการให้ปฏิบัติตามขั้นตอนและช่องทางที่กฎหมายบัญญัติเอาไว้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า อำนาจของพนักงานสอบสวนมีอำนาจแยกผู้ถูกกล่าวหา ดำเนินคดีตามกฎหมายได้หรือไม่ นายสัญญาภัชระ ยืนยันว่าตามกฎหมายกำหนดไม่สามารถทำได้ เพราะฉะนั้นผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดจะต้องเข้าสู่ขบวนการตามรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดเอาไว้ แต่หาก ป.ป.ช. พิจารณาแล้วคือสำนวนให้กับตำรวจ โดยไม่ส่งให้กับประธานวุฒิสภา
อำนาจของพนักงานสอบสวนที่ดำเนินการมาทั้งหมด ก็ต้องยุติหรือถือว่าเป็นโมฆะเลยหรือไม่ ทางด้านทนายยืนยันว่าบทกฎหมายกำหนดเอาไว้อย่างนั้น เพราะฉะนั้นพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจ จะสอบสวนดำเนินคดีดังกล่าว

ส่วนกระแสข่าวที่ พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล พยายามหลบหนีออกนอกประเทศนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าใช้ชีวิตเป็นไปตามปกติ และการเดินหน้าเรียกร้องให้พนักงานสอบสวนหรือป.ป.ช. ทบทวนการพิจารณาคดี ในขณะนี้ไม่ใช่ทางออกสุดท้าย แต่เป็นเพียงข้อต่อสู้ตามกฎหมาย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ชาวบ้านโนนสมบูรณ์ร้องรัฐทบทวนนโยบาย ดอกเบี้ย ธ.ก.ส. สูง - เบี้ยผู้สูงอายุไม่พอเลี้ยงชีพ
"ศุภจี" โชว์วิสัยทัศน์ปรับวิกฤตเป็นโอกาส เปลี่ยน "คู่ค้า" เป็น "พันธมิตร" ภายใต้กระแสโลกแบ่งขั้ว
“รองเท้าแดงไม่หยุดเดิน” รุ่งโรจน์ เขต 2 โคราช ลุยตลาดรับเสียงหนุน ปชป. กระแสฟื้นหลังอภิสิทธิ์ปราศรัยใหญ่
"วราวุธ" จัดเต็มนโยบายภูมิใจไทยพลัส พร้อมเดินหน้าภาคประชาสังคม ดูแลผู้สูงอายุ ขยายเกษียณราชการ พัฒนาการศึกษาออนไลน์
"รองนายกฯ สุชาติ" กำชับมาตรการป้องกันไฟป่า-หมอกควัน เผชิญสภาพอากาศแห้งแล้งทั่วประเทศ
นครปฐม///นอภ.นครชัยศรี นำทัพสาธารณสุข ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สุขภาพปี 69 เน้นย้ำ TO BE NUMBER ONE และบูรณาการแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น​