AFP และรอยเตอร์รายงานว่าทรัมป์เตือนเปโตรระหว่างให้สัมภาษณ์บนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันเมื่อวันเสาร์ (3 มค.) ที่ผ่านมาว่า “ระวังตัวให้ดีๆ” พร้อมส่งสัญญานว่าโคลอมเบียอาจเป็นรายต่อไป หลังจากที่เขาส่งหน่วยรบพิเศษสหรัฐไปโจมตีเวเนซูเอล่าและลักพาตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโรพร้อมภรรยา
คำขูของทรัมป์ได้จุดกระแสความวิตกไปทั่วโคลอมเบีย และทำให้เปโตรส่งกำลังทหารพร้อมรถถังไปตรึงกำลังที่พรมแดนติดเวเนซูเอล่าทันที พร้อมขู่กลับว่าจะหยิบอาวุธขึ้นสู้และไม่ยอมจำนนต่อคำขู่ของผู้นำสหรัฐ
อย่างไรก็ตามทรัมป์ได้เผยผ่านโซเชียลมีเดีย “ทรู๊ธ” ว่าเปโตรได้ต่อสายหาเขาเมื่อวานนี้ (พุธที่ 7 มค.)ตามเวลาท้องถิ่น โดยได้ชี้แจงถึงสถานการณ์ยาเสพติดและข้อขัดแย้งต่างๆระหว่างโคลอมเบียและสหรัฐ ซึ่งทรัมป์กล่าวว่าเขารู้สึกขอบคุณการต่อสายมาพูดคุยและน้ำเสียงที่จริงใจของเปโตร และว่าเขาได้เชิญเปโตรมาเยือนและพูดคุยกันที่ทำเนียบขาวในเร็วๆนี้
ทรัมป์่กล่าวหาผู้นำโคลอมเบียว่ามีความเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติด โดยไม่มีการชี้แจงหลักฐานใดๆ พร้อมสั่งใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับเปโตรและครอบครัว
ด้านเปโตรยืนยันการพูดคุยกับทรัมป์ระหว่างพบปะกลุ่มผู้สนับสนุน พร้อมเรียกร้องให้ชาวโคลอมเบียออกมาชุมนุมทั่วประเทศเพื่อแสดงพลังต่อต้านคำขู่ของทรัมป์ แต่บอกว่าเขาจะเดินทางไปพบทรัมป์ที่ทำเนียบขาวตามคำเชิญหลังคุยกันทางโทรศัพท์นาน 1 ชั่วโมง ซึ่งล่าสุดยังไม่การกำหนดวันเวลาแต่อย่างใด
เปโตรเผยว่าเขาได้ขอให้ทรัมป์ “ฟื้นฟูการสื่อสารโดยตรงระหว่างสองประเทศ ทั้งในระดับกระทรวงต่างประเทศและประธานาธิบดี”
ทั้งนี้โคลอมเบียและสหรัฐเคยมีความร่วมมือด้านการทหารและเศรษฐกิจมายาวนานในอดีต

