ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 เวลา 08.00 น. ที่ตลาดเช้าวังหิน เขตเทศบาลเมืองตาก จังหวัดตาก นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินทางช่วย นายคริษฐ์ ปานเนียม ผู้สมัคร สส. เขต 1 หมายเลข 5 พรรคประชาชนหาเสียง
โดยบรรยากาศมีประชาชนให้การตอบรับอบอุ่น โดยนายคริษฐ์ซึ่งเป็นอดต สส.ด้วย ได้ ชูนโยบายการออกโฉนดที่ดินทำกิน ,เงินสวัสดิการ ,แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร, การแก้ไขปัญหาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ,การผันน้ำแม่ปิงสู่คลองแม่ระกาเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งซ้ำซากในหลาย
อย่างไรก็ตามขณะที่นายวิโรจน์เดินแจกแผ่นพับแนะนำตัวให้นายคริษฐ์ มีชาวบ้านคนหนึ่ง ได้พูดตามหลังไปว่า “ไม่เลือกหรอก ตัดงบทหารเอาไปซื้อผ้าอนามัย เดี๋ยวไม่มีทหารอยู่แนวรบ มีแต่ผ้าอนามัยเต็มชายแดนจะไปสู้ใคร ทหารก็ไม่เอา สถาบันก็ไม่เอา แล้วจะเป็นนายกเพื่ออะไร ก็ขอถามแค่นี้”
ซึ่งนายวิโรจน์ ชี้แจงว่า ในส่วนนี้ประชาชนอาจจะยังขาดความเข้าใจที่แท้จริงเกี่ยวกับนโยบายทางการทหาร เช่นเรื่องการตัดงบทางการทหารนั้นก็เกิดขึ้นในช่วงยุคที่มีสถานการณ์โควิด ซึ่งเราต้องมองถึงความจำเป็นของงบประมาณที่ควรจะเอาไปใช้ในเรื่องของ วัคซีนหรือการควบคุมโควิดซึ่งเป็นปัญหาในขณะนั้น ส่วนเรื่องงบประมาณนโยบาย ยุทธภัณฑ์ที่สำคัญจำเป็น เช่น เรื่องการซื้อเครื่องบินกริพเพน ทางพรรคโดยเฉพาะตนสนับสนุน นโยบายในการจัดหาจนมีการลงนามจัดซื้อ หรือเรื่องเรือฟริเกต ที่ตอนแรกกองทัพเรือเสนอมา 1 ลำ แต่พรรคเห็นว่าถ้าต่อ 2 ลำจะคุ้มกว่า และยังสนับสนุนอุตสาหกรรมอาวุธภายในประเทศ เพราะต้องพึ่งพาตนเองได้ ในด้านการสงคราม ในตรงนี้ก็อยากชี้แจงให้พี่น้องประชาชนเข้าใจ และไม่อยากให้ มีฝ่ายใดบิดเบือนข้อเท็จจริงทำให้ประชาชน เกิดความเข้าใจผิด
จากกรณีที่น.ส.ภัสริน รามวงศ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล บางซื่อ-ดุสิต ทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์สวนตัว “กานต์ ภัสริน Patsaein Rameong” โดยได้ยกกรณีการจัดซื้อเรือดำน้ำของรัฐบาล หากเปลี่ยนเป็นซื้อผ้าอนามัยเเจกหญิงสาวที่มีประจำเดือนจะสามารถแจกได้มากถึงกว่า 2 พันล้านชิ้น โดยเจ้าตัวระบุข้อความว่า “ราคาเรือดำน้ำ 1 ลำคือ 11,250,000,000 บาท หากนำมาหารด้วยราคาผ้าอนามัยชิ้นละ 5 บาท จะเท่ากับจำนวนผ้าอนามัย 2,250,000,000 ชิ้น ที่สามารถแจกจ่ายให้ผู้มีประจำเดือนได้
“นี่เป็นเพียงงบประมาณที่ใช้ซื้อเรือดำน้ำเพียง 1 ลำ ด้วยงบประมาณตรงนี้รัฐจะสามารถจัดหา และแจกจ่ายผ้าอนามัยให้ผู้มีประจำเดือนที่อยู่ในกลุ่มเปราะบางที่มีความลำบากในการเข้าถึงผ้าอนามัยได้อย่างครอบคลุม พร้อมติดแฮชแทก #วันสตรีสากล ขอให้ผู้มีประจำเดือนสามารถมีสุขภาวะที่ดี ก้าวพ้นความจนประจำเดือน #periodpoverty ไปจนถึงรัฐสวัสดิการค่ะ”
จากนั้นพบว่าชาวโซเชียลจำนวนมากเข้าไปถล่มแสดงความคิดเห็น โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของส.ส. หญิงรายนี้พร้อมตั้งคำถาม เช่น นำผ้าอนามัยไปใช้ดูแลทรัพย์ยากรทางทะเลได้หรือไม่? มีปัญญาซื้อกาแฟแพงๆ แต่ซื้อผ้าอนามัยแผ่นละ 5 บาทไม่ได้ เป็นต้น
ขณะที่เพจดัง”สติค่ะลูก”ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความสวนกลับ ส.ส.ก้าวไกล ระบุว่า“พรรคนี้ชอบมีตรรกะแบบแปลกๆโผล่ออกมาเรื่อยๆ เหมือนกรณีเช่นเปลี่ยนงบกองทัพไปเป็นสวัสดิการผ้าอนามัย แบบที่คุณคนสวยนำเสนอ เอ่อ…ตอนนี้เขาก็รบกันอยู่ เห็นชัดอยู่ว่ายุคนี้มันต้องมีอำนาจทางทหารรองรับอำนาจทางเศรษฐกิจด้วย หรือถึงเวลาจริงก้าวไกลจะเอาผ้าอนามัยไปรบกับเขาคะนั่น ที่ควรจะตัดเงินจริงๆคือ พวกเงินเดือน ส.ส. ที่ชอบโดดประชุมสภา ไม่ทำหน้าที่ของตัวเองมากกว่าค่ะ กินภาษีประชาชนฟรีๆ ปีละมหาศาล แต่ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย
นอกจากนี้เพจ”The Mettad”ออกมาวิจารณ์ความคิดของ ส.ส.หญิงจากพรรคก้าวไกลด้วยเช่นกัน โดยได้ระบุว่า “เรือดำน้ำผ่อน 7 ปี ซื้อผ้าอนามัยได้ปีละ 321 ล้านชิ้น
แจกผู้หญิงมีเมนส์ 20 ล้านคน ได้ คนละ 16 ชิ้นต่อปี แต่เรือดำน้ำ ปกป้องน่านน้ำให้คนไทยทั้งประเทศ ไปอีกหลายสิบปี งบก็คนละกระทรวงแล้ว #จะเป็นสสต้องหยุดโง่ก่อน”
เช่นเดียวกับดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ“ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่โพสต์ข้อความ ว่า “พรรคก้าวไกล – Move Forward Party คนนึงเรียกร้องให้รัสเซียถอนกำลังทหารจากยูเครนในทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข คนนึงจะเปลี่ยนงบซื้อเรือดำน้ำไปเป็นสวัสดิการผ้าอนามัย ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านซื้อเรือดำน้ำไว้ปกป้องอธิปไตยทางทะเล