
วันที่ 30 พ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทางกองกำลังผาเมืองได้รับรายงานว่า กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจะลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศ ผ่านพื้นที่ชายแดนทางด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อส่งให้กับผู้ร่วมขบวนการลำเลียงต่อเข้าไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ จึงสั่งการให้ หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ไปบูรณาการกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนสกัดกั้นและจับกุม

กระทั่งวันที่ 29 พ.ย. 68 เวลา 19.00 น. ขณะกำลังพลกองร้อยมหารม้าที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ออกไปลาดตระเวนเฝ้าตรวจชายแดนไทย-เมียนมา ในพื้นที่บ้านผาหมี ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย จำนวน 10-12 คน สะพายกระสอบดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลังเดินเท้าเข้ามาในพื้นที่ ทันที่ที่เจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณแสดงตนเพื่อขอทำการตรวจค้น กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนี ทำให้เกิดการยิงปะทะตอบโต้กันอยู่นานประมาณ 5 นาที หลังเสียงปืนสงบพบว่าเจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ทิ้งสิ่งของไว้แล้วใช้ความชำนาญในพื้นที่ทำการหลบหนี โดยคาดว่าน่าจะพากันล่าถอยกลับเข้าไปในเขตประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยช่วงเวลาที่เกิดเหตุอยู่ในยามวิกาล เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงเรียกกำลังเสริมเข้ามาร่วมควบคุมพื้นที่โดยรอบบริเวณจุดปะทะเอาไว้ก่อน

เวลา 07.00 น. วันที่ 30 พ.ย. 68 เจ้าหน้าที่ได้ทำการพิสูจน์ทราบพื้นที่โดยรอบจุดปะทะ พบกระสอบดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลังตกอยู่จำนวน 11 เป้ ภายในเป้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภทยาบ้า จำนวนเป้ละประมาณ 200,000 เม็ด นับรวมยาบ้าทั้งหมดได้ประมาณ 2,200,000 เม็ด
ต่อมา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง พร้อมด้วย พันเอก สุพรรณ ร้อยพุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ได้นำเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ตรวจสอบของกลาง และแถลงข่าวกับสื่อมวลชน เมื่อเสร็จแล้วได้ส่งมอบยาบ้าของกลางให้กับ พนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย ไปสอบสวนขยายผลและดำเนินคดีตามกฏหมาย



