‘ศรีสุวรรณ’จี้ ป.ป.ช.-กกต.ตรวจสอบงานเลี้ยงพรรคเพื่อไทย หลัง’ทักษิณ’โผล่วิดีโอคอล

‘ศรีสุวรรณ’จี้ ป.ป.ช.-กกต.ตรวจสอบงานเลี้ยงพรรคเพื่อไทย หลัง’ทักษิณ’โผล่วิดีโอคอล

ศรีสุวรรณ เข้ายื่นเรื่อง ป.ป.ช. - กกต.ตรวจสอบงานเลี้ยงพรรคเพื่อไทยหลังนายทักษิณโผล่วิดีโอคอล พูดคุยเนื้อหาการเมือง หวั่นผิด พรก.ฉุกเฉิน/จริยธรรมนักการเมืองและร้องสอบพฤติกรรม ชี้นําพรรคการเมือง อาจถึงขั้นยุบพรรค

วันที่20 ต.ค. 2564 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นเรื่องต่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่มี นายทักษิณ ชินวัตร วิดีโอคอลพูดคุยกับ ส.ส.และผู้บริหารของพรรคเพื่อไทยกลางวงงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดนักการเมืองดัง ในพื้นที่ย่านเหม่งจ๋าย เมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นจำนวนมาก โดยรวบรวมรายชื่อเบื้องต้นมาได้ 11คน อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค/นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค/นายชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.จ.น่าน เป็นต้น โดยมีเนื้อหาพูดถึงการตั้งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคและมีการพูดคุยเนื้อหาทางการเมืองที่อาจจะมีความผิดและส่งให้ทำให้เกิดการยุบพรรคการเมืองได้

โดยนายศรีสุวรรณ ได้ยื่นเรื่องให้ป.ป.ช.ตรวจสอบพฤติกรรมของพรรคเพื่อไทย ผ่านทางนายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิเคราะห์และพิสูจน์หลักฐานเบื้องต้น เป็นตัวแทนรับหนังสือ โดยตั้งข้อสังเกตุว่าอาจเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนด ฉบับที่ 34 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548 ของ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ด้วย ซึ่งผู้ที่อยู่ในงานเลี้ยงดังกล่าวส่วนใหญ่เป็น ‘ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง’ ซึ่งอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันอาจเป็นความผิดตามกฎหมาย ซึ่งอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช.ที่จะทำการไต่สวน วินิจฉัย และเสนออัยการฟ้องต่อศาลเพื่อลงโทษได้

2021 10 20 14 34 26

ส่วนอีกหนึ่งประเด็นนายศรีสุวรรณ ระบุว่า การพูดคุยเนื้อหาทางการเมืองโดยวิดิโอคอลพูดคุยเนื้อหาทางการเมืองว่าอาจมีการ เข้าข่ายพรบพรรคการเมือง ม.28 และ ม.29 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 หรือไม่ เพราะกฎหมายดังกล่าวกำหนดว่า “ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทําการใดอันทําให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ สมาชิกกระทําการอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้ พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม” และ “ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่สมาชิกกระทําการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่า โดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม”ที่มีโทษถึงขึ้นยุบพรรคการเมืองได้แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ กกต.ที่มีอำนาจในการวินิจฉัยเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานต่อไป

ส่วนที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีหมายกฎหมายได้ออกมาเปิดเผยก่อนหน้าว่า ลักษณะการพูดคุยในวงงานเลี้ยงของพรรคเพื่อไทยไม่เข้าข่ายการครอบงำพรรคนั้นนายศรีสุวรรณระบุว่า “ท่านวิษณุเป็นรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลด้านกฎหมายของรัฐบาลไม่ได้เป็นผู้ตัดสิน ความเห็นของท่านวิษณุที่ผิดก็มีเยอะแยะไป ถ้ายึดถือบรรทัดฐานท่านวิษณุก็ไม่จำเป็นต้องมีกกต.อีกต่อไป มีท่านวิษณุ คนเดียวในประเทศนี้ คงไม่ใช่”

 

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก