ชายแดนไทย-กัมพูชาป่วน! หญิงกัมพูชาโพสต์โยงทหารไทย ถูกชาวบ้านขับไล่ ขณะที่ ตำรวจ ตม. คุมตัวทันควัน ตรวจสอบพบประวัติหลบหนีเข้าเมือง

ชายแดนไทย-กัมพูชาป่วน! หญิงกัมพูชาโพสต์โยงทหารไทย ถูกชาวบ้านขับไล่ ขณะที่ ตำรวจ ตม. คุมตัวทันควัน ตรวจสอบพบประวัติหลบหนีเข้าเมือง

 

เมื่อวันที่  8 ก.ย. 2568 เวลา 10.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4, พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4, พ.ต.อ.ธนวัฒน์ พูลสวัสดิ์ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดศรีสะเกษ และ พ.ต.ท.จิรายุทธ คงคลัง รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดศรีสะเกษ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.หญิง มณีพร บุญเลี้ยง สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมเจ้าหน้าที่สืบสวนตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดศรีสะเกษ ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดศรีสะเกษ, เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.3, ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ศรีสะเกษ, ตำรวจ สภ.ภูสิงห์, ปลัดอำเภอภูสิงห์, เจ้าหน้าที่ กอ.รมน., กำนันผู้ใหญ่บ้าน ม.8 ต.ไพรพัฒนา และเจ้าหน้าที่ อบต.ไพรพัฒนา

การปฏิบัติครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากชาวบ้านในพื้นที่รวมตัวกันขับไล่ นางเชื่อน ชาวกัมพูชา โดยกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมเป็นสายลับ และได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับกิจการทหารในกรณีเหตุการณ์ปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา สร้างความไม่พอใจและความหวาดระแวงให้กับคนในพื้นที่

 

 

 

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ส่วนหญิงชาวกัมพูชา ที่ถูกขับไล่ ชื่อ นางเขื่อน กล่าวว่า แฟนหนูก็อยู่หน้าบ้าน ในชุดเจ้าหน้าที่ป่าไม้ หนูไม่ออก พอดีหนูก็มีที่ มีบ้านอยู่ที่นี่ จะไปออกทำไม เพราะหนูก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ลูกหลานตนที่เข้ามาอยู่ในไทยด้วย ก็เข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีพาสปอร์ตถูกต้อง หนูมาอยู่ที่นี่ 27 ปีแล้ว ตอนหนูมา พอลูกมา ตอนนั้น ลูกตนโต 8 ขวบ ลูกคนเล็ก 8 วัน ตอนนี้ลูกๆ ก็มีครอบครัว มีบัตร มีพาสปอร์ตทุกคน พอดีลูกพอเขาโต เขาก็ได้สามีคนไทยกันหมดแล้ว ตนยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทุกอย่าง เพราะตนมั่นใจว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิด

พันตำรวจโทหญิง มณีพร บุญเลี้ยง สารวัตรตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จังหวัดศรีสะเกษ ด่านชายแดนถาวรช่องสะงำ เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านแชรไปร กรณีคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และกระทำความผิด ที่เชื่อว่าเป็นไส้ศึกไทย แชร์ภาพข่าวอันเป็นเท็จ ใส่ร้ายประเทศไทย เป็นภัยต่อคนไทย และสังคมไทยนั้น เบื้องต้นตรวจสอบแล้ว พบว่า เป็นคนหลบหนีเข้าเมือง 5 ราย และอยู่ในราชอาณาจักรไทย เกินกว่ากำหนด จำนวน 2 ราย รวมทั้งหมด 7 ราย จะได้นำตัวไปลงบันทึกการจับกุม ที่สถานีตำรวจภูธรภูสิงห์ ส่งฟ้องศาล และผลักดันออกนอกประเทศต่อไป

 

 

 

 

 

เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวชาวบ้านและผู้นำชุมชนเข้าหารือ เพื่อสร้างความเข้าใจ พร้อมดำเนินการตรวจสอบสถานะการเข้าเมืองของบุคคลกลุ่มดังกล่าว เบื้องต้นพบว่า นางเชื่อน อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด จึงถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ในขณะที่ แม่, น้องชาย และลูกเขย ของนางเชื่อนถูกดำเนินคดีในข้อหา หลบหนีเข้าเมือง

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ดำเนินคดีในข้อหาอยู่เกินกำหนดอนุญาตกับ ลูกชาย 1 คน และลูกสาว 2 คน ของนางเชื่อน อายุ 30, 28 และ 21 ปี รวมทั้งหมด 7 ราย โดยได้ทำบันทึกการจับกุม แจ้งข้อกล่าวหา และส่งตัวทั้งหมดให้พนักงานสอบสวน สภ.ภูสิงห์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว จิรภัทร หมายสุข ผู้สื่อข่าว จ.ศรีสะเกษ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

หญิงแกร่งโคราช “รุ่งทิพภา” ผอ.บุญเหลือวิทยานุสรณ์ 2 คว้ารางวัลชนะเลิศระดับจังหวัด ต้นแบบนวัตกรรมหลักสูตรต้านทุจริต
มวล.จัด “Walailak Research Day 2026” โชว์งานวิจัยเด่น ดันนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง
ศุลกากรที่ 4 ลุยสกัดของผิดกฎหมาย จับ 1,964 คดี มูลค่ากว่า 216 ล้าน ยึดเมล็ดกาแฟลักลอบกว่า 20 ตัน
“คนบางสะพานไม่ทิ้งกัน” ชาวบ้านจับมือทหารพราน–อุทยาน–กู้ภัย ลุยกำจัดวัชพืชอ่างโป่ง 30
ฝ่ายปกครองเมืองพัทลุงเปิดปฏิบัติการ “พัทลุงปลอดภัย 90 วัน” บุกตรวจขนำ รวบผู้ต้องหาพร้อมปืน–สิ่งเสพติด
โรงเรียนอนุบาลแพรกษาวิเทศศึกษา จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ส่งเสริมความเป็นไทยก้าวไกลสู่อาเซียน

ดู LIVE รายการ