“ธีรชัย” ส่งจดหมายถึงกฤษฏีกา-ผู้ว่าฯ ธปท.ย้ำ G-Token ขัดกฎหมาย ปล่อยผ่านอาจสร้างผลกระทบกับประเทศ-ประชาชน

“ธีรชัย” ส่งจดหมายถึงกฤษฏีกา-ผู้ว่าฯ ธปท.ย้ำ G-Token ขัดกฎหมาย ปล่อยผ่านอาจสร้างผลกระทบกับประเทศ-ประชาชน

วันที่ 17 พ.ค. นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรคฝ่ายเศรษฐกิจ พปชร. อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ตนได้ทำหนังสือเปิดผนึกถึง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย( ธปท.) เพื่อทั้งสองหน่วยงานกลับมา พิจารณาอย่างรอบครอบอีกครั้งในด้านของกฎหมาย เนื่องจากคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติวิธีการกู้เงินโดยการออกโทเคนดิจิทัลของรัฐบาล (Government Token: G-Token) ตามมาตรา 10 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 และอนุมัติในหลักการร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกําหนด หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการออกโทเคนดิจิทัล พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ โดยปรากฏในรายงานการประชุมสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นชอบและไม่ขัดข้อง

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

อย่างไรก็ตาม ตนมีความเป็นห่วงว่าการพิจารณากฎหมายบางประเด็นอาจเป็นตัวอย่างสำหรับการปฏิบัติที่จะก่อความเสี่ยงต่อฐานะการคลังและการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคต จึงขอให้ข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์ในการพิจารณาดำเนินการขั้นต่อไป ดังนี้

1. พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 ไม่ได้รองรับโทเคนดิจิทัล ถึงแม้มาตรา 10 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 ที่ระบุว่า “การกู้เงินตามพระราชบัญญัตินี้จะทําเป็นสัญญาหรือออกตราสารหนี้ หรือวิธีการอื่นใดก็ได้ ทั้งนี้ ตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ” แต่คำว่า “วิธีการอื่นใด” ไม่สามารถตีความรวมไปถึงโทเคนดิจิทัลได้ เพราะยี่สิบปีก่อนหน้าในปี พ.ศ. 2548 ยังไม่ได้มีการสร้างบิตคอยน์เกิดขึ้น ยังไม่มีธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

นอกจากนี้ ในร่างพระราชกําหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ที่บัญญัติคำว่าโทเคนดิจิทัลนั้น เกิดขึ้นสิบสามปีภายหลัง และได้ระบุหลักการและเหตุผลว่า ตราขึ้นเพื่อกํากับหรือควบคุมการนำคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมาใช้เป็นเครื่องมือในการระดมทุนและค้าขายระหว่างเอกชน จึงเป็นวัตถุประสงค์เพื่อจัดระเบียบในธุรกิจเอกชน แต่มิใช่การตรากฎหมายเพื่อใช้ในการบริหารหนี้สาธารณะแต่อย่างใด

ดังนั้นตนจึงมีความเห็นว่ายังไม่มีกฎหมายใดที่อาจตีความได้ว่าให้อำนาจกระทรวงการคลังในการออกโทเคนดิจิทัลในกระบวนการบริหารหนี้สาธารณะตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2548 ที่จะส่งผลให้โทเคนดิจิทัลของรัฐบาลเข้าข่ายพระราชบัญญัติเงินตรา

รวมทั้งในพระราชกําหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ.2561 ที่บัญญัติว่า “สินทรัพย์ดิจิทัล”หมายความว่า คริปโทเคอร์เรนซีและเคนดิจิทัล โดย “คริปโทเคอร์เรนซี” มีลักษณะเป็นเงินตราอย่างหนึ่งซึ่งต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 นั้น ถึงแม้กระทรวงการคลังแถลงข่าวว่าสิ่งที่ออก G-Token เป็นโทเคนดิจิทัลและมิได้หมายจะให้เป็นเงินตรา แต่ตนขอเรียนว่าพฤติกรรมการใช้งานโดยประชาชนจะทำให้ G-Token กลายสภาพเป็นคริปโทเคอร์เรนซีซึ่งเป็นเงินตราโดยอัตโนมัติ ด้วยเหตุผลดังนี้

ก) ผู้ออกเป็นกระทรวงการคลังซึ่งมีเครดิตและความน่าเชื่อถือของรัฐบาลไทยเป็นประกัน จึงจะเป็นที่เชื่อมั่นจะนิยมโดยประชาชนอย่างกว้างขวาง ซึ่งแตกต่างจากโทเคนดิจิทัลที่ออกโดยนิติบุคคลเอกชนเนื่องจากมีขอบเขตการใช้งานที่จำกัด

ข) โทเคนดิจิทัลที่ออกโดยนิติบุคคลเอกชนไม่อาจนำไปแลกเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลตัวอื่นได้ จึงไม่มีสภาพเป็นเงินตรา แต่ G-Token มีความน่าเชื่อถือสูงที่จะสามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลตัวอื่นได้ จึงมีสภาพเป็นคริปโทเคอร์เรนซีซึ่งเป็นเงินตรา

ค) ถึงแม้กระทรวงการคลังอาจมิได้มีความประสงค์ที่จะให้ประชาชนใช้ G-Token เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าบริการหรือสิทธิอื่นใดในทำนองคริปโทเคอร์เรนซี แต่ในทางปฏิบัติประชาชนจะเชื่อถือและยอมรับการใช้ G-Token ในการชำระหนี้ระหว่างกัน อันจะทำให้มีสภาพข้อเท็จจริงตามเนื้อหาทางเศรษฐกิจเป็นเงินตราอย่างหนึ่งโดยอัตโนมัติ

ดังนั้นตนจึงเห็นว่าการออก G-Token โดยรัฐบาลจะกระทบการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย เข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 มาตรา 10 ซึ่งให้อำนาจกระทรวงการคลังเฉพาะจัดทําและนําออกใช้ซึ่งเหรียญกษาปณ์ ส่วนในมาตรา 14 อำนาจในการจัดทำ จัดการ และนำออกใช้ซึ่งธนบัตรของรัฐบาลนั้นเป็นของธนาคารแห่งประเทศไทย และขอเรียนว่าภาพพจน์ที่รัฐบาลไทยจะสามารถดำเนินการเสมือนหนึ่งพิมพ์เงินตราได้เองเพื่อชดเชยรายจ่ายงบประมาณที่ขาดดุลจะก่อความกังวลต่อเสถียรภาพของระบบการเงินไทยในสายตาของชาวโลกอย่างหนัก

ตนจึงขอปฏิบัติหน้าที่ของปวงชนชาวไทยตามมาตรา 50 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 แจ้งข้อมูลนี้เพื่อประโยชน์แก่ท่านเพื่อพิจารณาให้คำแนะนำต่อรัฐบาลอันจะเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงต่อประเทศชาติและประชาชน

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ประชุมคณะอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม
เปิดเส้นทางลักลอบพาคนไทยข้ามแดนช่องธรรมชาติเขาวงศ์ ค่าหัวคนละ 6,000 บาท
"นายกฯ อนุทิน" ลั่นเหตุลอบบึ้ม 11 จุดชายแดนใต้เป็นก่อการร้าย กำชับ "มท.ภ.4" ยกระดับเข้มการข่าว ปัดรับผิดชอบไม่ได้
พรรคเศรษฐกิจ ขนทัพใหญ่บุกโคราช “ธนทรัพย์” นำทีม 16 เขต รับ “พล.อ.รังสี” ปราศรัยลานย่าโม 18 ม.ค.นี้
เจ้าอาวาสวัดเขาช่องลมนิมนต์พระ 90 รูป เจริญพระพุทธมนต์ อายุวัฒนมงคล 56 ปี พร้อมเบิกเนตรรูปหล่อหลวงปู่ฮกสูง 9 เมตร
ปจ.พิษณุโลก ร่วมกิจกรรมหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนและออกหน่วย พอ.สว.ที่ ต.ไทรย้อย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น​