อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 มกราคม 2569 นางสาวกัลยา ประสิทธิ์ภาคย์ นายอำเภอคลองใหญ่ พร้อมกำลังทหาร ตม. และตำรวจ สภ.คลองใหญ่ เดินทางไปรับตัวคนไทยจำนวน 12 คน จากด่านบ้านจามเยี่ยม จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา หลังถูกทางการกัมพูชาจับกุมเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ขณะลักลอบข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติเขาวงศ์ ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด
ภายหลังรับตัวกลับถึงประเทศไทย เจ้าหน้าที่ทหารนาวิกโยธินที่ 182 ได้ตรวจค้นสัมภาระและบันทึกประวัติ ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทำการคัดกรองสุขภาพ พบว่า 11 คนมีสุขภาพแข็งแรงปกติ แต่มีหญิงอายุ 44 ปี อยู่ในอาการตื่นตกใจ หวาดกลัว ตัวสั่น และพูดซ้ำว่า “ที่นี่ประเทศไทยใช่ไหม” แพทย์ประเมินเบื้องต้นพบมีภาวะซึมเศร้าและโรควิตกกังวล (แพนิค) นายอำเภอคลองใหญ่จึงเข้าให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด ก่อนส่งตัวพักฟื้นในห้องปรับอากาศเพื่อคลายความตึงเครียด

จากการสอบสวน นายน้อย อายุ 23 ปี ชาว ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้นำพา ให้การว่า ใช้ช่องทางธรรมชาติบริเวณ “ช่องเขาวงศ์” ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเท้าลัดเลาะป่า เป็นเส้นทางหลักในการพาคนไทยข้ามแดน โดยอ้างว่าเลือกเส้นทางดังกล่าวเนื่องจากด่านพรมแดนปกติยังไม่เปิด และเชื่อว่าเส้นทางปลอดภัยไม่มีทุ่นระเบิด
นายน้อยระบุว่า เหตุเกิดวันที่ 8 มกราคม 2569 ลักลอบพาคนไทยข้ามแดน 2 ชุด รวม 11 คน ชุดแรก 3 คน เวลาประมาณ 17.30 น. และชุดที่สอง 8 คน เวลาประมาณ 18.00 น. โดยอาศัยช่วงหลังพระอาทิตย์ตกดิน ทำหน้าที่เพียงเดินเท้าพาไปส่งยังจุดนัดพบบริเวณสำนักสงฆ์เขาวง ก่อนมีรถมารับช่วงต่อ ได้รับค่าจ้างหัวละ 6,000 บาท ซึ่งยืนยันว่าทำเป็นครั้งแรก และไม่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยร่วมขบวนการ กระทั่งถูกทหารฝ่ายกัมพูชาจับกุม หลังข้ามแดนไปได้ประมาณ 400 เมตร

ขณะที่หญิงสาววัย 35 ปี ชาวจังหวัดพิจิตร หนึ่งในกลุ่มที่ถูกจับ ให้ข้อมูลว่า เดิมเป็นผู้ช่วยพยาบาลและพนักงานโรงงาน รายได้ไม่เพียงพอ ก่อนเห็นโพสต์รับสมัครงานแอดมินเว็บไซต์โปกเกอร์ในกลุ่มหางานปอยเปต รายได้เดือนละ 25,000 บาท จึงตัดสินใจสมัคร โดยถูกนัดหมายให้ไปพบที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี ก่อนมีรถพามาส่งพื้นที่ชายแดน และเดินเท้าข้ามแดนกับผู้นำพา ก่อนถูกจับกุม
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้รับคลิปจากพลเมืองดี ซึ่งบันทึกภาพขณะนายน้อย (สวมเสื้อสีส้ม) กำลังพาคนไทยชุดแรกจำนวน 3 คน ลักลอบเดินข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติเขาวงศ์ โดยหลีกเลี่ยงฐานวชีรปราการของทหารพรานนาวิกโยธินที่ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลสอบสวนเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อการชักชวนไปทำงานผิดกฎหมายในประเทศเพื่อนบ้าน

ภาพ/ข่าว จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ตราด


