งานนี้อธิบายยาว “เช็ค สุทธิพงษ์” หมดความอดทน เฟคนิวส์วัคซีน ก่อวุ่นหนักปท.

วุ่นวายไม่จบ กับวิธีการปั่นป่วน ทำลายความเชื่อมั่นรัฐบาล แต่กระทบหนักไปถึงอารมณ์ ความรู้สึกประชาชน และความรู้ ความเข้าใจอย่างถูกต้อง เกี่ยวกับวัคซีนโควิด ล่าสุด “เช็ค” สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ พิธีกรชื่อดัง ถึงตัองออกมาโพสต์เฟสบุ๊ก เกี่ยวกับ การฉีดวัคซีน โดยระบุว่กา …. “ดรามาเรื่องวัคซีนเยอะ และเลอะเทอะจนน่าสลดใจ”
จึงคิดว่า ถ้าพื้นที่สื่อเล็ก ๆ นี้ ได้ทำหน้าที่สื่อสารความรู้ ความเข้าใจ ให้แฟนเพจ ที่ยังสับสน คงจะมีประโยชน์
อยากให้ทุกท่านได้รู้ ได้เข้าใจว่า ตัวเลขประสิทธิผลของวัคซีนทุกตัว ที่บอกว่าตัวนี้เท่านั้นเปอร์เซ็นต์ ตัวนั้นเท่านี้เปอร์เซ็นต์ 90 บ้าง 70 บ้าง 50 กว่า ๆ บ้าง ที่เอามาพูด ๆ อ้าง ๆ แชร์ ๆ ด่า ๆ กันอยู่นั้น

ข้อมูล ตัวเลขเหล่านั้น เป็นตัวเลขที่มาจากการทดลอง ที่ทำโดยการเอาคนมาจำนวนหนึ่ง มาแบ่งครึ่ง แล้วก็ให้วัคซีนครึ่งหนึ่ง ไม่ให้ครึ่งหนึ่ง จากนั้นก็ดูว่า ฉีดแล้วป่วยน้อยลงมั้ย ป่วยกี่คน ไม่ป่วยกี่คน เปรียบกับที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน ตัวเลขประสิทธิผล ที่บอกว่า ยี่ห้อหนึ่ง 95% ยี่ห้อหนึ่ง 60% อีกยี่ห้อหนึ่ง 50 กว่าเปอร์เซนต์นั้น หมายถึง ฉีดแล้วมีคนไม่ป่วย หรือ ป้องกันการป่วยได้ 95-60-50 กว่าเปอร์เซ็นต์ ประมาณนั้น

แต่ช้าก่อน นี่ ไม่ใช่ตัวเลขที่เอามาเปรียบเทียบได้โดยตรงว่า บ่งบอกถึงถึงความดีด้อยกว่ากันของวัคซีนแต่ละตัว…ดอกจันท์ไว้เลยนะครับที่เทียบกันไม่ได้เพราะ

1. แต่ละเจ้าทำกันคนละที่ คนละบริบท มีตัวแปร เงื่อนไข ปัจจัยแวดล้อม ต่างกันมากมาย เช่นเจ้าหนึ่งทำที่อเมริกา เจ้าหนึ่งทำที่บราซิล อีกเจ้าทดลองที่ตะวันออกกลาง เอาตัวเลขที่ได้มาเทียบกันไม่ได้ กรณีเช่น ซิโนแวค ในการทดสอบที่บราซิล กับ จนท.หมอพยาบาล ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วย ได้ประสิทธิผล 50%กว่า ๆ เท่านั้น แต่ตัวเดียวกัน เมื่อทำการทดลองที่ตุรกี กับคนทั่วไป ได้ผลถึง 80 กว่า%

2. แม้แต่คำว่า “การป้องกันการป่วย” ที่ว่ากันนี้ แค่ไหนนับว่าป่วย ก็นับไม่เหมือนกัน นับตั้งแต่ป่วยนิดป่วยหน่อย ป่วยน้อยก็นับก็มี ป่วยน้อยไม่นับ นับจากกลาง ๆไปถึงป่วยหนักเท่านั้นก็มี จึงเอาตัวเลขประสิทธิผลมาเปรียบเทียบกันอย่างเดียวไม่ได้ บางเจ้าที่ตัวเลขป้องกันได้สูง ๆ นั้น ป่วยน้อย ป่วยนิดหน่อยเขาไม่นับ เริ่มนับตั้งแต่กลาง ๆ ขึ้นไปถึงรุนแรง ส่วนบางเจ้า ที่ตัวเลขต่ำกว่า ป่วยนิดป่วยหน่อย ป่วยน้อย ป่วยมาก นับหมด เชื่อหรือไม่ เช่น จอนห์นสัน นับประสิทธิผลจากป่วยกลางถึงรุนแรง แต่ ซิโนแวค นับตั้งแต่ป่วยน้อยถึงรุนแรง เพราะฉะนั้น จะเปรียบเทียบโดยดูแต่ตัวเลข ไม่ดูเนื้อในที่ต่างกันนั้นไม่ได้

3. อีกปัจจัยที่ทำให้วัคซีนต่างตัว ต่างชนิด ที่ทดลองในต่างสถานที่ ไม่สามารถเอามาเทียบกันได้ ก็คือการกลายพันธุ์ของไวรัส
อาทิเช่น วัคซีนของจอห์นสัน ทดลองที่อเมริกา ประสิทธิผลสูงถึง 70 กว่า% แต่ วัคซีนตัวเดียวกัน เมื่อไปทดลองที่อเมริกาใต้ ประสิทธิภาพเหลือเพียง 50 กว่า%
เท่านั้น เพราะไวรัสกลายพันธุ์

ประสิทธิภาพของวัคซีน 50% หมายความว่า ความเสี่ยงลดลงครึ่งหนึ่ง จากไม่รับวัคซีน ไม่ใช่รอด 50 ตาย 50 นะจ๊ะ ที่ผ่านมาองค์การอนามัยโลก จึงตั้งเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับทุกวัคซีนว่า หากผ่าน 50% ถือว่าใช้ได้

ตัวชี้วัดประสิทธิผลของวัคซีน เขาดูกันที่ 3 อย่าง
1. วัคซีนนั้น ป้องกันการป่วยได้มั้ย คือฉีดแล้วไม่ป่วย หรือป่วยก็เล็กน้อยเท่านั้น นี่ก็ตัวเลขนึง
2. วัคซีนนั้น ป้องกันการป่วยถึงขั้นนอนโรงพยาบาลมั้ย หรือป้องกันไม่ให้ป่วยรุนแรงได้มั้ยนั่นเอง ในข้อนี้ตัวเลขประสิทธิผล เกือบทุกตัว 8-90% ใกล้เคียงกัน
3. วัคซีนนั้น ป้องกันการเสียชีวิตมั้ย ซึ่งตัวเลขประสิทธิภาพการป้องกันการเสียชีวิตเกือบ 100% ทุกตัว
ความน่าห่วงของโควิดก็คือ หากป่วยรุนแรงต้องนอน รพ. ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ หากมีผู้ป่วยหนักทะลักเข้าไปที่ รพ.มาก ๆ เกินกว่า รพ. รับมือไหว จะเอาเครื่องช่วยหายใจมาจากไหน (ดูกรณีของอินเดียเป็นตัวอย่าง-ผู้เขียน)

เพราะฉะนั้น หน้าที่ของวัคซีนคือ ช่วยป้องกันการป่วยรุนแรง ในยามระบาด ให้ไม่ผู้ป่วยทะลักเข้าไปที่โรงพยาบาลจนเกินรับมือ
จะดูประสิทธิภาพของวัคซีน ไม่ใช่ดูแต่รูปร่างหน้าตาที่เห็นผ่านแอป ต้องดูเนื้อแท้ นิสัยใจคอและการทำงานจริง ประกอบกัน
ที่สำคัญ ตอนนี้ มีการใช้จริงแล้ว ดูตัวเลข ดูผลข้างเคียงทั้งหลาย จากความจริงได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเอาตัวเลขจากงานวิจัย ซึ่งเป็นเสี้ยวเดียวของยอดภูเขาน้ำแข็งที่เอามาเบี่ยงเบนความจริงกันอยู่ (คำหลังหนูใส่ไข่เอง)

สรุปว่า วัคซีนดี ไม่ดี ดูจาก
1. ความปลอดภัย สูง ไม่ก่อโรค
2. ประสิทธิผล ถึงยิ่งสูงยิ่งดี แต่ไม่ได้หมายความว่า ตัวที่ต่ำใช้การไม่ได้
ประสิทธิผล การลดค่าความเสี่ยงของการป่วย เปรียบเทียบเหมือนนั่งรถคาดเข็มขัดนิรภัย ช่วยลดการตายจากอุบัติเหตุ ถึงฉีดวัคซีนแล้วถ้าเอาตัวเข้าไปเจอความเสี่ยงบ่อย ประสิทธิผลสูงเท่าไหร่ ก็อาจไม่ช่วย

เหมือนคาดเข็มขัดแล้วซิ่งนรก แบบฟาสก์ & ฟิวเรียส ไปตำกัน มีถุงลมกี่ใบ เข็มขัดกี่เส้นก็เอาไม่อยู่ สุดท้าย คุณจะรักรัฐบาลนี้หรือไม่รัก ผมไม่เกี่ยว แต่ถ้าคุณรักวิถีชีวิตปกติ แบบที่เคยมีก่อนหน้าโควิด คุณต้องเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประเทศนี้ปกติ
คุณจะทำเพื่อความปกติของประเทศนี้ คุณต้องรักทั้งประเทศนี้ รักทั้งตัวคุณเองและผู้อื่น เพราะถ้าจะให้ประเทศนี้ปกติจากโควิด เราต้องถอดหน้ากากพร้อมกันทั้ง 70 ล้านคน ไม่ใช่ใครฉีดแล้วก็ถอดได้ ใครไม่ฉีดก็ช่างมัน เมื่อไหร่ที่คน(อื่น) ได้รับวัคซีนยังไม่ถึง 70% เมื่อนั้น ความปกติก็ยังไม่กลับมา แม้เราจะฉีดวัคซีนที่วิเศษที่สุดในสามโลกไปแล้วก็ตาม

อย่าไปสนใจเฟคนิวส์ อย่าไปให้ค่าข้อมูลที่มีวาระซ่อนเร้น ต้องเข้าใจการกีดกัน ดิสเครดิต เกมเกทับ เพื่อแย่งชิงผลประโยชน์ทางการค้า อย่าไปสมาทานตัวเลขการตลาดที่พูดความจริงกระจึ๋งเดียว เกี่ยวกับประสิทธิภาพจนหลงความจริง สนใจชีวิตท่าน คนที่ท่านรักและโอกาสที่ท่านได้รับเถิดวัคซีนตัวไหนก็ได้ ฉีดเข้าไปเหอะ ขอให้มีทันเวลาและมากพอก็แล้วกัน

ทั้งหมดนี้ ผมไม่ได้พูดเอง แต่นำสารมาจาก คุณหมอนคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ด้วยเจตนาลดความสับสนของคนที่มึนการเสพข่าว นอกเหนือที่คุณหมอพูด ล้วนตีไข่ใส่สีพอเป็นกระสาย โดยหนูเอง” หมายเหตุ มีข้อมูลอะไรผิดพลาด ขอช่วยกันแก้ไขเติมเต็ม เพื่อความรู้ที่ถูกต้องนะครับ

สำหรับ สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้วเมื่อวันที่ 30 เม.ย. โดยเจ้าตัวเล่าว่า ได้รับการฉีดวัคซีนพร้อมกับภรรยา ที่ รพ.ศิริราช โดยของตัวเอง เป็น วัคซีนซิโนแวค ของจีน ส่วน ภรรยา นั้น เป็นวัคซีน แอสตราเซเนก้า ของอังกฤษ ที่ได้คนละตัว เพราะอายุต่างกัน สุทธิพงษ์ ยังบอกอีกว่า หลังฉีดไม่มีอาการอะไร ส่วน ภรรยา มีอาการปวดหัว และมีไข้เล็กน้อยในตอนกลางคืน เจ็บแผลนิดหน่อย นอกนั้นก็ปกติดี

 

b52eAZbS 177640380 303879114634587 8971449792540503882 n

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

สนับสนุน TOPNEWS ด้วยการซื้อสินค้าคุณภาพจาก Sbuyzone 

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก