ใต้ยังน่าห่วง “นายกฯ” สั่งระดมกำลังรับมือฝนระลอกสอง พร้อมเร่งสำรวจความเสียหาย-ช่วยเหลือเยียวยา

ใต้ยังน่าห่วง “นายกฯ” สั่งระดมกำลังรับมือฝนระลอกสอง พร้อมเร่งสำรวจความเสียหาย-ช่วยเหลือเยียวยา

Top news รายงาน เวลา 15.00 น. (3 ธ.ค.) นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่านางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยระดมสรรพกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ตามที่ได้ประกาศแจ้งเตือนว่าจะมีฝนระลอกสองตั้งแต่วันนี้ (3 ธ.ค.)ไปจนถึงวันที่ 5 ธ.ค. ขณะนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ระดมกำลังพลเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครรวม 5,592 ราย พร้อมเครื่องมือ อุปกรณ์ ยุทโธปกรณ์ รวม 6,437 หน่วย เช่น เรือชนิดต่าง ๆ 676 ลำ รถบรรทุกสำหรับเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย 72 คัน เป็นต้น

 

 

 

รองโฆษกฯ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในช่วงที่ผ่านมามีพื้นที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด 10 จังหวัด ซึ่งขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 4 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ตรัง และสตูล ยังเหลือพื้นที่น้ำท่วมใน 6 จังหวัดได้แก่ นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบลดลงจาก 664,173 ครัวเรือน เหลือ 302,982 ครัวเรือน ซึ่งสะท้อนว่าสถานการณ์กำลังเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

 

ข่าวที่น่าสนใจ

“อย่างไรก็ตามเนื่องจากจะมีฝนเข้ามาเติมในพื้นที่ โดยเฉพาะ 4 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างที่ยังมีน้ำท่วมสูง หน่วยงานต่าง ๆ ได้จัดตั้งศูนย์พักพิงรวม 489 แห่ง รองรับประชาชนได้ 66,800 ราย ซึ่งขณะนี้มีผู้พักพิงในศูนย์ต่าง ๆ รวม 40,768 ราย ส่วนประชาชนที่ไม่ได้อพยพมายังศูนย์พักพิง ได้จัดตั้งโรงครัวและรถประกอบอาหารรวม 23 แห่ง แจกจ่ายอาหารปรุงสุกไปในพื้นที่ที่ยังมีผลกระทบอย่างทั่วถึง” นางสาวศศิกานต์ กล่าว

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้ฝากความห่วงใยไปยังกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงและผู้สูงอายูในพื้นที่ประสบภัยที่กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่ามีอยู่ 18,648 ราย โดยในจำนวนนี้มีหญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคไตที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจำนวน 299 ราย ซึ่งหากเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาลที่เสี่ยงน้ำท่วม จะมีการเคลื่อนย้ายไปยังโรงพยาบาลที่ปลอดภัย ส่วนกลุ่มที่ไม่ได้รักษาตัวในโรงพยาบาลได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและ อสม.ติดตามอาการและให้การดูแลอย่างใกล้ชิด

 

 

 

 

 

 

 

“สำหรับมาตรการช่วยเหลือเยียวยา จะใช้แนวทางเดียวกับการดูแลพี่น้องภาคเหนือ โดยเน้นย้ำให้ลดขั้นตอนลดเอกสารและเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือให้ถึงมือผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด ส่วนความเสียหายอื่น ๆ เช่นพื้นที่การเกษตร การประมง และปศุสัตว์ ได้เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์โดยเร็ว” นางสาวศศิกานต์ กล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

อำเภอแม่สะเรียง เปิดโครงการ D-HOPE บ้านแม่เหาะ ยกระดับท่องเที่ยวโดยชุมชน สร้างรายได้จากทุนท้องถิ่น
เร่งฟื้นฟู เยียวยา Rain Bomb ถล่มแม่ลาน้อยชั่วโมงเดียวอ่วม น้ำป่าซัดโครงสร้างพื้นฐาน 5 จุดพังยับ 30 ล้าน 3 หมู่บ้าน 50 หลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อน
น่านเดินหน้าส่งเสริม “ผู้สูงอายุอาสานำเที่ยว” เชื่อมภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การท่องเที่ยว สร้างคุณค่าเรื่องราวชุมชน เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และรายได้อย่างยั่งยืน
จังหวัดลำปางจัดพิธีบำเพ็ญกุศลครบ 100 วัน ถวายเป็นพระกุศลแด่ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”
นายกเทศมนตรีเมืองน่าน มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา รร.ผู้สูงอายุภูมินทร์ รุ่น 4
พรรคประชากรไทยเดินหน้าขยายโครงสร้างพรรคสู่ระดับพื้นที่ จัดตั้ง สาขาพรรคประชากรไทย ลำดับที่ 18 จังหวัดชัยภูมิ

ดู LIVE รายการ