รฟท.ดีเดย์ เปิดแล้ว “รถไฟทางคู่สายใต้ 421กม.” เส้นทางนครปฐม-ชุมพร แบบไร้รอยต่อ

รฟท.ดีเดย์ เปิดแล้ว "รถไฟทางคู่สายใต้ 421กม." เส้นทางนครปฐม-ชุมพร แบบไร้รอยต่อ

Top news รายงาน วันที่ 12 ส.ค.2567  การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. ได้เปิดใช้งานรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงนครปฐม – ชุมพร แบบไร้รอยต่อ ได้ตลอดเส้นทาง รวมระยะทางทั้งสิ้น 421 กิโลเมตร ในวันนี้ ส่วนการใช้ระบบทางสะดวกอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-token ในการเดินรถ ระหว่างที่มีการติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณ ปัจจุบันมีความคืบหน้าแล้ว 61.323% คาดว่าจะใช้งานได้เต็มระบบภายในปี 2568 จะช่วยลดระยะเวลาเดินทางแก่ประชาชน อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบการขนส่ง เส้นทางท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และธุรกิจขนส่งสินค้าอื่นได้ อีกด้วย

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

 

สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงนครปฐม – ชุมพร นับเป็นเส้นทางสำคัญในการเชื่อมต่อการเดินทางลงสู่ภาคใต้ โดยมีการก่อสร้างทางรถไฟใหม่ขนาด 1 เมตร ขนานไปกับทางรถไฟเส้นเดิม เริ่มจากสถานีนครปฐม จังหวัดนครปฐม ผ่าน จังหวัดราชบุรี จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปยังสถานีชุมพร จังหวัดชุมพร พาดผ่านพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวของภาคกลางตอนล่าง เช่น ชะอำ หัวหิน และเป็นประตูเชื่อมโยงไปสู่ภาคใต้ ซึ่งมีจุดแลนด์มาร์คก่อสร้างที่สำคัญพิเศษ 2 แห่ง คือ สถานีหัวหินแห่งใหม่ เป็นสถานียกระดับ มี 3 ชั้น และมีความสวยงามสอดคล้องกับรูปแบบสถาปัตยกรรมของสถานีหัวหินเดิม และยังมีสะพานรถไฟแบบคานขึงแห่งแรกของประเทศ ที่ใช้เทคนิคการก่อสร้างสมัยใหม่ หลีกเลี่ยงการก่อสร้างเสาในแม่น้ำแม่กลอง ทำให้มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ พร้อมเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดราชบุรี

 

 

นอกจากการพัฒนาเส้นทางรถไฟสายใต้แล้ว การรถไฟฯ ยังอยู่ระหว่างดำเนินโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่อีก 2 เส้นทาง ได้แก่ ช่วงเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ และช่วงบ้านไผ่ – มุกดาหาร – นครพนม
ขณะเดียวกันยังมีโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 เพิ่มเติมอีก 7 เส้นทาง ได้แก่ ช่วงขอนแก่น – หนองคาย ซึ่งอยู่ระหว่างจัดเตรียมเอกสารประกวดราคา ส่วนช่วงปากน้ำโพ – เด่นชัย ช่วงชุมทางถนนจิระ – อุบลราชธานี ช่วงชุมพร – สุราษฎร์ธานี ช่วงสุราษฎร์ธานี – ชุมทางหาดใหญ่ – สงขลา และช่วงชุมทางหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ อยู่ในขั้นตอนเตรียมการจัดทำข้อมูลเพื่อรอเสนออนุมัติโครงการ ส่วนโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงเด่นชัย – เชียงใหม่ ได้จัดทำข้อมูลเพื่อเสนอขออนุมัติโครงการ รวมถึงกำลังทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม

 

 

ทั้งนี้เมื่อการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน 7 เส้นทาง และเส้นทางสายใหม่ 2 เส้นทางแล้วเสร็จ จะทำให้การรถไฟฯ มีรถไฟทางคู่ครอบคลุมการเดินทางมากกว่า 50 จังหวัดทั่วประเทศ มีเส้นทางคู่รวมกันมากกว่า 2,370 กิโลเมตร ภายในปี 2572 ซึ่งจะช่วยเพิ่มสัดส่วนทางคู่ทั่วประเทศมากถึง 10 เท่า หรือคิดเป็น 65 % ของระยะทางรวมทั้งหมด มากกว่าเดิมที่มีทางคู่เพียง 6 % สามารถรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าและการขนส่ง อีกทั้งช่วยร่นระยะเวลาการเดินทางได้ 1–1.50 ชั่วโมง สามารถถึงจุดหมายได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องเสียเวลาในการรอหลีกขบวนรถ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งด้านโลจิสติกส์ ได้มหาศาล อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางเสมอระดับรถไฟ-รถยนต์ ที่สำคัญโครงการรถไฟทางคู่ยังช่วยสร้างการเติบโตของประเทศได้อีกหลายมิติ ซึ่งการรถไฟฯ มั่นใจว่าโครงการพัฒนารถไฟทางคู่ครั้งนี้จะมีส่วนช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ ยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย และพลิกโฉมระบบคมนาคมขนส่งของประเทศ ให้กลายเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมของภูมิภาคอาเซียนได้อย่างแท้จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ปะทะเดือดกลางดึก!! "ทหารพราน ฉก.44" ตั้งด่านมั่นคงโดน 4 คนร้ายยิงใส่ ลั่นสวนชุดใหญ่ โจรหนีซุกหมู่บ้านกาแระ!??
เย้ยกม.สุดๆ!!"พลพีร์" นำทีม “ปราบเซียนนครพิงค์” ทลาย 2 บ่อนกลางเมืองเชียงใหม่ โยงชื่อสท.เจ้าของ ลักลอบเปิด 2 ปี จับกว่า 100 ผีพนัน แถมใช้แรงงานเขมร!??
อำเภอแม่สะเรียง เปิดโครงการ D-HOPE บ้านแม่เหาะ ยกระดับท่องเที่ยวโดยชุมชน สร้างรายได้จากทุนท้องถิ่น
เร่งฟื้นฟู เยียวยา Rain Bomb ถล่มแม่ลาน้อยชั่วโมงเดียวอ่วม น้ำป่าซัดโครงสร้างพื้นฐาน 5 จุดพังยับ 30 ล้าน 3 หมู่บ้าน 50 หลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อน
น่านเดินหน้าส่งเสริม “ผู้สูงอายุอาสานำเที่ยว” เชื่อมภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การท่องเที่ยว สร้างคุณค่าเรื่องราวชุมชน เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และรายได้อย่างยั่งยืน
จังหวัดลำปางจัดพิธีบำเพ็ญกุศลครบ 100 วัน ถวายเป็นพระกุศลแด่ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”

ดู LIVE รายการ