ขัดใจท่านผู้นำ!! “ทรัมป์” สั่งแบนสื่อระดับโลกเข้าทำเนียบขาว อ้างนำเสนอข่าวปลอม โดนโต้รัวๆนี่คือการละเมิดสิทธตามรัฐธรรมนูญ

ขัดใจท่านผู้นำ!! "ทรัมป์" สั่งแบนสื่อระดับโลกเข้าทำเนียบขาว อ้างนำเสนอข่าวปลอม โดนโต้รัวๆนี่คือการละเมิดสิทธตามรัฐธรรมนูญ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า จะห้ามสำนักข่าว CNN, MS NOW และ Politico เข้าทำเนียบขาว เนื่องจากสำนักข่าวทั้งสามแห่งรายงาน “ข่าวปลอม” เกี่ยวกับรัฐบาลของเขา สำนักข่าวไม่ควรสามารถเขียนหรือรายงานเรื่องแต่งและคำโกหก ในการรายงานข่าวเกี่ยวกับประธานาธิบดี, รัฐบาลของเขา, หรือสหรัฐ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะห้ามสำนักข่าวอื่นเพิ่มเติมอีกด้วย

โดยในการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ เมื่อนักข่าวถามว่า สำนักข่าวใดอาจถูกดำเนินการต่อ ทรัมป์ก็ได้เอ่ยถึงนิวยอร์กไทมส์ และวอชิงตันโพสต์ พร้อมเรียกสำนักข่าวเหล่านั้นว่า เป็นพวก “ข่าวปลอม” อย่างไรก็ดี ทรัมป์ไม่ได้ระบุว่า มีข่าวหรือเหตุการณ์ใดเป็นสาเหตุโดยตรง ที่ทำให้เขาประกาศมาตรการดังกล่าว ซึ่งเมื่อนักข่าวถามถึงเหตุผลที่แท้จริง ทรัมป์ก็ตอบว่า เรื่องนี้เป็นผลจากข่าวจำนวนมากที่สะสมมาตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้น ตนจึงไม่จำเป็นต้องอนุญาตให้สำนักข่าวเหล่านี้ เข้ามาใน “บ้านของประชาชน”

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ทางด้าน CNN ก็ได้ออกมาชี้แจงหลังประกาศของทรัมป์ว่า ทางองค์กรยืนหยัดสนับสนุนนักข่าวของตน ที่ทำหน้าที่รายงานข่าวจากทำเนียบขาว และสำนักข่าวก็มีสิทธิตามรัฐธรรมนูญสหรัฐ ในการทำหน้าที่รายงานข่าว โดยปราศจากการขัดขวางหรือแทรกแซงจากรัฐบาล หากคำสั่งห้ามที่ทรัมป์ประกาศถูกนำไปใช้จริง ก็จะเป็นการโจมตีสิทธิขั้นพื้นฐาน และสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ

ด้าน Politico ซึ่งเป็นสื่อทางด้านการเมืองของสหรัฐ ระบุผ่าน X ว่า ทางสำนักข่าวจะยังคงรายงานข่าวเกี่ยวกับทำเนียบขาวในปัจจุบัน และรัฐบาลในอนาคตอย่างเป็นธรรม พร้อมยืนยันว่า จะปกป้องสิทธิตามรัฐธรรมนูญภายใต้บทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 1 ของสหรัฐ อย่างเต็มที่ ส่วน MS NOW ไม่ได้ออกความเห็นต่อเรื่องดังกล่าวในทันที

ขณะเดียวกัน องค์กรที่ทำงานด้านเสรีภาพสื่อ ก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การประกาศดังกล่าว โดยเซธ สเติร์น ผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ของมูลนิธิเสรีภาพสื่อ ระบุว่า การที่ทรัมป์สั่งห้ามสำนักข่าวเข้าทำเนียบขาว เพียงเพราะวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ถือเป็นกรณีที่อาจเข้าข่ายละเมิดบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 1 อย่างชัดเจน ขณะที่จามีล จาฟเฟอร์ ผู้อำนวยการบริหารสถาบันแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 1 แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญไม่อนุญาตให้ประธานาธิบดีลงโทษนักข่าว เพียงเพราะไม่พอใจกับการรายงานข่าวของพวกเขา

 

ทั้งนี้ ในด้านกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญด้านเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพของสื่อมองว่า คำสั่งดังกล่าวมีแนวโน้มเผชิญการท้าทายในชั้นศาล โดยศาลเคยให้อำนาจประธานาธิบดี ในการกำหนดการเข้าถึงกิจกรรมบางประเภทที่มีพื้นที่จำกัด เช่น การประชุมในห้องทำงานรูปไข่ หรือกลุ่มผู้สื่อข่าวขนาดเล็ก แต่การกีดกันสื่อออกจากพื้นที่ข่าวของทำเนียบขาว ที่เปิดให้สื่อทั่วไปเข้าถึง หรือการเพิกถอนสิทธิของผู้สื่อข่าว อาจเผชิญข้อโต้แย้งตามรัฐธรรมนูญมากกว่า

ก่อนหน้านี้ ความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับสื่อมวลชน มีความขัดแย้งมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เขาก้าวเข้าสู่การเมืองในการเลือกตั้งปี 2559 โดยทรัมป์ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์สื่อเป็นระยะ และในสมัยที่สองของการดำรงตำแหน่ง ทรัมป์ก็เพิ่มการโจมตีต่อสำนักข่าวและรายการข่าวหรือรายการบันเทิง ที่ตัวเองไม่พอใจ รวมถึงเคยเรียกร้องให้คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสาร ดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตของสถานีโทรทัศน์ ที่เขาไม่พอใจอีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ปะทะเดือดกลางดึก!! "ทหารพราน ฉก.44" ตั้งด่านมั่นคงโดน 4 คนร้ายยิงใส่ ลั่นสวนชุดใหญ่ โจรหนีซุกหมู่บ้านกาแระ!??
เย้ยกม.สุดๆ!!"พลพีร์" นำทีม “ปราบเซียนนครพิงค์” ทลาย 2 บ่อนกลางเมืองเชียงใหม่ โยงชื่อสท.เจ้าของ ลักลอบเปิด 2 ปี จับกว่า 100 ผีพนัน แถมใช้แรงงานเขมร!??
อำเภอแม่สะเรียง เปิดโครงการ D-HOPE บ้านแม่เหาะ ยกระดับท่องเที่ยวโดยชุมชน สร้างรายได้จากทุนท้องถิ่น
เร่งฟื้นฟู เยียวยา Rain Bomb ถล่มแม่ลาน้อยชั่วโมงเดียวอ่วม น้ำป่าซัดโครงสร้างพื้นฐาน 5 จุดพังยับ 30 ล้าน 3 หมู่บ้าน 50 หลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อน
น่านเดินหน้าส่งเสริม “ผู้สูงอายุอาสานำเที่ยว” เชื่อมภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การท่องเที่ยว สร้างคุณค่าเรื่องราวชุมชน เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และรายได้อย่างยั่งยืน
จังหวัดลำปางจัดพิธีบำเพ็ญกุศลครบ 100 วัน ถวายเป็นพระกุศลแด่ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”

ดู LIVE รายการ