“อ.ธรณ์” ถอดบทเรียนน้ำท่วม ตอกย้ำภาวะโลกร้อน “ภัยธรรมชาติห้ามไม่ได้”ชี้ทุกคนต้องร่วมเรียนรู้ คิดใหม่ เลิก mindset”เอาอยู่”!??

"อ.ธรณ์" ถอดบทเรียนน้ำท่วม ตอกย้ำภาวะโลกร้อน “ภัยธรรมชาติห้ามไม่ได้”ชี้ทุกคนต้องร่วมเรียนรู้ คิดใหม่ เลิก mindset"เอาอยู่"!??

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว (Thon Thamrongnawasawat)  เผยว่า ถึงเวลาถอดบทเรียนน้ำท่วมฉบับประชาชนให้เพื่อนธรณ์
1. รู้ไว้ซะว่าโลกร้อนเป็นแบบนี้ !
จากหาดใหญ่ถึงกรุงเทพ เรายังคิดแบบเดิมๆ เหมือนสมัยก่อน เริ่มด้วย “เอาอยู่” ตามด้วย “คาดไม่ถึง” ปิดท้ายด้วย “ภัยธรรมชาติห้ามไม่ได้”
ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่จะเปลี่ยน mindset ทั้งที่ UN WMO หรือองค์กรยักษ์ๆ ของโลกต่างตะโกนว่าโลกร้อนจนเกินวิกฤตแล้ว
ข้อความนี้ไม่ใช่เฉพาะรัฐบาลหรือผู้รับผิดชอบโดยรวม ยังหมายถึงพวกเราด้วย
บางทีเราต้องคิดกันใหม่ตั้งแต่ต้น
คิดในแง่ร้ายที่สุด แล้วก็บวกเพิ่มไปเรื่อยๆ เพราะโลกร้อนไม่ยอมหยุด มีแต่ร้อนขึ้นแปรปรวนขึ้น

ข่าวที่น่าสนใจ

2. ฝากความหวังไว้กับตัวเองให้เยอะๆ
ตอนเสียภาษี ทั้งภาษีส่วนบุคล (รัฐบาล) และภาษีที่ดิน (ท้องถิ่น) เราอาจต้องเผื่อใจไว้ว่าเสียไปก็อย่าหวังมาก
นอกจากเงินอาจหายไประหว่างทาง ระบบใหญ่ในการรับมือกับฝน 200-300 มม. คงไม่มีทางเกิดขึ้นง่ายๆ ในกรุงเทพ
ด้วยเหตุผลง่ายๆ ไม่มีตังค์ทำใหม่ทั้งหมด พออัปเกรดตรงนั้นตรงนี้ มันก็ไม่ทันกับโลกที่ร้อนขึ้น อากาศแปรปรวนมากขึ้น
ขนาดเมืองยักษ์ในประเทศที่รวยกว่าเรา ยังเจอน้ำท่วมถล่มเป็นประจำ
จงทำใจกับโลกยุคใหม่ที่มนุษย์ทำได้แค่กระเสือกกระสน
ผมจึงแทบไม่ฝากความหวังกับคนอื่น ต่อให้มีผู้ว่าฯ เป็นเพื่อนก็ยังไม่เชื่อเฟ้ย เมียยังไม่เชื่อเลย นับประสาอะไรกับผู้ว่า
เหตุการณ์ที่ผ่านมาเห็นชัด น้ำบนถนนเอกมัยหน้าบ้านตอนพีคสุดสูงถึงขาอ่อน ทั้งที่มีอุโมงค์ยักษ์อยู่ใต้ถนน ใช้เงินภาษีไปตั้งเป็นพันล้าน ทั้งที่เป็นเส้นทางสัญจรสายหลัก มันไม่ควรจะท่วม
หากคิดเช่นนี้ บ้านผมคงจมน้ำไปแล้ว แต่ธรณ์ไม่เชื่ออะไรเลย เราจึงลงทุน
3. รับมือด้วยการลงทุน
หลายพื้นที่เป็นจุดเสี่ยงต่อน้ำท่วม โดนประจำโดนหนักขึ้นเรื่อย หรือบางที่ไม่เคยโดนก็จะเริ่มโดน และจะบ่อยขึ้นอีก
อยู่บ้านนี้มา คุณปู่คุณย่าไม่เคยเจอ คุณพ่อคุณแม่ไม่เคยเห็น ก็ไม่ได้หมายความว่ารุ่นลูกจะปลอดภัยไร้น้ำไปตลอดกาล
ทางเลือกแรก ถ้ามันโหดร้าย ถ้ามันเจอบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ก็ย้ายไปซะ
หลายคนคงบอกว่าไม่มีเงิน ซึ่งนั่นก็จริง แต่นั่นคือความเศร้าของโลกร้อนที่ผมไม่รู้จะบอกยังไง
วิกฤตมา คนไม่มีทางเลือกจะซวยก่อนเสมอ
แต่ถ้าไม่ย้ายเพราะรักบ้านมาก ก็ต้องลงทุนสู้
ค่าใช้จ่ายในการสร้างระบบระบายน้ำในบ้านอาจารย์ธรณ์เป็นเงินหลายแสน แต่ผมสู้เพราะจะอยู่บ้านนี้ไปอีกนาน
อีกทั้งถามธราธรรธแล้ว ทั้งคู่จะอยู่ตลอดไป ลงทุนตอนนี้เพื่ออนาคตอีกหลายสิบปี ถือว่าคุ้ม
ในบ้านมีสนามช่วยดูดซับน้ำ ไม่พยายามสร้างอะไรลงไปทับ ฝนตกลงสนามมีท่อระบายน้ำพร้อมบ่อพัก เครื่องสูบขนาดยักษ์จะตกกี่มิลก็เอาอยู่ (ฮู่ๆ ใช้คำนี้แบบเต็มภาคภูมิ)
ปัญหาคือน้ำนอกบ้านไหลเข้ามา จึงมีปราการต้านน้ำตั้งแต่ต้น กระสอบทรายซ้อนเป็นตับไม่ต้องรอแจก ที่กั้นน้ำจากชอปปี้เรียงเป็นแถว อุดน้ำที่ทะลักมาจากถนน
ยังมีความเชื่อว่าเอกมัยท่วมยังไง 2-3 ชั่วโมงก็ลด ซึ่งความเชื่อนั้นพินาศไปแล้วในช่วงที่ผ่านมา (24 ชม.กว่าจะลด )
แต่หลายคนคงทำไม่ได้อย่างผม ย้ายบ้านไม่ได้ ไม่มีตังค์สร้างระบบสู้น้ำ เราก็ต้องกลัว
4.ไม่มีตังค์ต้องยิ่งกลัว
เมื่อเราไม่ค่อยมีทางเลือก ระบบป้องกันในบ้านก็ไม่มี พื้นที่ก็เสี่ยง ย้ายไปไหนก็ยาก เราก็ต้องกลัวให้มากกว่าคนอื่น
เมื่อมีคำเตือนว่าฝนหนัก จะจริงจะดราม่า กระต่ายที่ดีต้องตื่นตูมไว้ก่อน
ขนของขึ้นที่สูง ไม่เอารถออกไปเสี่ยงในท้องถนน จอดรถในที่สูงสุดเท่าที่ทำได้ หาทางห่อรถยกรถแบบไหนก็ทำไปเถิด
ในกรณีที่ผ่านมา ทุกฝ่ายบอกตรงกันว่าตกหนัก เราก็ควรเตรียมพร้อม ดูแอปวินดี้ประกอบอีกหน่อย จากนั้นก็เป็น 🐰
5. คิดในแง่ร้ายสุดๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียตังค์ทุกรูปแบบ
เย็นวันศุกร์ที่เกิดเหตุ ผมมีบรรยายที่ต้องไปเพราะได้ตังค์
ปรกติผมขับรถตัวเอง แค่หนนี้ไม่เอาออกจากบ้านสักคัน เนื่องจากเป็นรถยุโรป ลุยน้ำหน่อยเดียวก็สะดุ้งแล้วหยุดทำงาน
จากนั้นก็เสียตังค์ แถมไม่มีรถใช้ด้วย
ผมยืมรถ PPV น้องสาว รถสูงจมน้ำยากมาก หรือต่อให้จมก็ไม่ใช่รถตรูวุ้ย (ขออภัยน้องไว้ ณ ที่นี้ )
ยังขอคนรถมาด้วย เผื่อฉุกเฉินก็เดินกลับบ้าน ไม่ต้องห่วงรถ ยังใช้ทางด่วนให้มากที่สุด เผื่อลงมาจมน้ำจะได้จมใกล้บ้าน อยู่ในระยะเดิน
ระหว่างทางก็โพสต์เตือนเพื่อนธรณ์ กลับบ้านก่อน 3 ทุ่มนะจ๊ะ เผื่อเวลาไว้ยกของด้วย
6.เดินทางไปไหนต้องเผื่อใจล่วงหน้า
โลกร้อนฟ้าฝนแปรปรวน ผลกระทบที่เกิดมากสุดคือการเดินทางสัญจร
ไม่ใช่แค่เมืองไทย เราจะได้ยินญี่ปุ่นปิดสนามบินหรือรถไฟหยุดเป็นประจำ รวมถึงประเทศอื่นๆ
สำหรับเมืองไทย เรามีบทเรียนใหม่ ความโกลาหลที่สนามบิน เครื่องดีเลย์ คนบินไปแล้วกระเป๋าไม่ตามมา แล้วตรูจะเที่ยวต่อยังไง
หรือกลับมาแล้วกระเป๋ายังไม่มาที่รางเลื่อน เกิดปัญหาต่อเนื่องเป็นทอดๆ
การรับมือทำได้ยาก ยกเว้นถ้าเลื่อนได้ก็เลื่อน (แต่ไม่ง่ายหรอก) ไปในประเทศก็เอาของยัดกระเป๋าลากให้มากสุด ไม่พึ่งกระเป๋าใหญ่ ฯลฯ
เรื่องแบบนี้คงต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า จากนั้นก็ภาวนา อาศัยดวงเยอะๆ ครับ
สรุป – ผมอยากเน้นย้ำว่า ในโลกยุคเงินหายาก น้ำมันแพงเศรษฐกิจแย่ หวังพึ่งใครก็ไม่ค่อยได้ คนที่ไม่ค่อยมีตังค์ต้องเป็นคนที่รู้เรื่องโลกร้อนมากที่สุด
รู้จักปรับตัวให้ดีที่สุด คิดในแง่ร้ายให้เก่งที่สุด และเรียนรู้ในการใช้แอปพยากรณ์อากาศ
ทุกอย่างที่เราทำไป จะคุ้มค่าเมื่อเกิดภัยพิบัติ เราจะเสียตังค์น้อยลง ซึ่งนั่นคือสิ่งที่พึงปรารถนา
และอย่าคิดว่ามันจะไม่เกิดอีก เพราะโลกร้อนขึ้นทุกปี และปีนี้เป็นปีเอลนีโญ หากลานีญาวนกลับมา เราจะโดนอีกเยอะ
จงฝึกหัดเป็นน้อง  ตั้งแต่วันนี้ครับ
เป็นกำลังใจให้เพื่อนธรณ์ที่น้ำยังไม่ลด จดทุกอย่างไว้เป็นบทเรียนไว้ถอดเองพึ่งตัวเอง อย่าไปหวังพึ่งคนอื่นว่าจะทำให้ในภายหน้า ลำพังแค่เตือนภัยให้ทันยังทำไม่ได้เลย (ของผมดีเลย์ไป 12 ชม.)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

เมืองกาญจน์อ่วม! "นอภ.สังขละบุรี" นำกำลังระดมช่วย "ผู้ประสบภัย" ตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว-แจกจ่ายอาหาร พร้อมเร่งเปิดเส้นทาง-ฟื้นฟูไฟฟ้า
"มูลนิธิยังมีเรา-ท็อปนิวส์" ร่วมใจโครงการ "น้ำท่วม แพ้น้ำใจ" ห่อข้าวไก่ทอด 800 ชุด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
"กทม." ประกาศสิ้นสุดภัยพิบัติ 21 เขต! เหลืออีก 29 เขตยังเป็นพื้นที่ประสบภัย ต้องเฝ้าระวังต่อ
"ครม.อนุทิน" ไฟเขียว "โครงการคลองระบายน้ำชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย" คาดแล้วเสร็จในปี 2577 ชี้จะลดผลกระทบ พื้นที่น้ำท่วม 3.48 ล้านไร่ ลดค่าเสียหาย 16,930 ล้านบาทต่อปี
ครม.ไฟเขียว เพิ่มงบ 1.5 พันล้านบาท เยียวยาชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ ขยายเวลาถึง 31 ธ.ค. 69
“พล.ต.ต.สุรินทร์” เปิดหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย-หญิง รพ.จะนะ อาคารใหม่ชั้น 4 พร้อมให้กำลังใจผู้ป่วย

ดู LIVE รายการ