“กรณ์” ชี้สภาพ “น้ำขึ้นตอผุด” แจง 5 ข้อสังเกต “การบินไทย”ล้มเหลว ปล่อยกระเป๋าผู้โดยสารตกค้างอื้อ จี้ AOT ลุยแก้ปัญหาจริงจัง!?

“กรณ์” ชี้สภาพ "น้ำขึ้นตอผุด" แจง 5 ข้อสังเกต “การบินไทย”ล้มเหลว ปล่อยกระเป๋าผู้โดยสารตกค้างอื้อ จี้ AOT ลุยแก้ปัญหาจริงจัง!?

วันนี้ 29 ก.ย.2569 นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และบริษัท การบินไทย กำลังประสบปัญหาสัมภาระของผู้โดยสารตกค้างและเที่ยวบินล่าช้าอย่างหนักว่า นํ้าขึ้น ตอผุด น้ำท่วมไม่ใช่ต้นเหตุ มันแค่เปิดให้เห็นปัญหาที่มีมานาน

นายกรณ์ ระบุต่อว่า ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ผู้โดยสารที่สนามบินมสุวรรณภูมิต้องยืนรอกระเป๋า 5-6 ชั่วโมง กระเป๋าตกค้างจาก 52 เที่ยวบิน การบินไทยต้องยกเลิกเที่ยวบินเพิ่มอีก 22 เที่ยว และสุดท้ายต้องขอให้ทหารมาช่วยยกกระเป๋า คำอธิบายที่ได้รับคือ “น้ำท่วม พนักงานมาทำงานไม่ได้ รถลำเลียงเสีย”

 

ข่าวที่น่าสนใจ

นายกรณ์ ยังตั้ง 5 ข้อสังเกตดังนี้ ข้อสังเกตที่ 1 ท่วมเหมือนกัน แต่เจ็บไม่เท่ากัน ผู้บริหาร AOT ยืนยันเองว่าปัญหาเกิดเฉพาะเที่ยวบินที่ใช้บริการภาคพื้นของการบินไทย ผู้ให้บริการรายอื่นไม่มีปัญหา และที่ดอนเมืองซึ่งการบินไทยไม่ได้ให้บริการภาคพื้นก็ไม่ได้รับผลกระทบ น้ำท่วมกรุงเทพฯ ครั้งนี้กระทบคนทำงานแทบทุกบริษัท คำถามคือ ทำไมรายหนึ่งรับมือได้ อีกรายรับมือไม่ได้?

ข้อสังเกตที่ 2 สัญญา 35 ปี ที่ไม่มีค่าปรับ AOT เปิดเผยว่าสัญญาภาคพื้นของการบินไทยทำไว้ราว 20 ปีก่อน อายุ 35 ปี ไปจนถึงประมาณปี 2578 และไม่มีเงื่อนไขค่าปรับหรือบทลงโทษกรณีบริการล่าช้าเลย มีรายงานว่าสายการบินอื่นที่ว่าจ้างการบินไทยลำเลียงกระเป๋ากลับได้รับผลกระทบน้อย เป็นเพราะสัญญากับเขามีค่าปรับกรณีลำเลียงล่าช้าหรือไม่?

ข้อสังเกตที่ 3 นี่ไม่ใช่ครั้งแรก AOT บอกว่านี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่เกิดปัญหากระเป๋าล่าช้าลักษณะนี้ ครั้งแรกคือช่วงโควิด และพยายามขอแก้สัญญาเพื่อใส่บทลงโทษมาตลอด แต่ทำไม่ได้ เพราะต้องผ่าน ครม. และต้องได้ความยินยอมจากคู่สัญญา ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีคู่สัญญาคนไหนอยากเซ็นให้ตัวเองโดนปรับ

ข้อสังเกตที่ 4 ผู้โดยสารถูกทิ้งไว้กับความไม่รู้ ผมได้รับรายงานโดยตรงจากผู้โดยสารว่า ระหว่างรอไม่มีใครให้ข้อมูลว่ากระเป๋าอยู่ไหน จะได้เมื่อไร QR code ที่ให้สแกนใช้งานไม่ได้ เบอร์โทรที่ให้ไว้ก็โทรไม่ติด ปัญหาหน้างานอาจเกิดจากเหตุสุดวิสัยได้ แต่การสื่อสารเป็นสิ่งที่เตรียมไว้ล่วงหน้าได้ และไม่ต้องใช้คนยกกระเป๋าแม้แต่คนเดียว ที่สำคัญ จนถึงวันนี้ผมยังไม่เห็นการเสนอชดเชยใดๆ ให้ผู้โดยสารที่ต้องรอกระเป๋าหลายชั่วโมงหรือหลายวัน นอกจากการยกเว้นค่าเปลี่ยนตั๋วและคืนเงินสำหรับเที่ยวบินที่ยกเลิก ทั้งที่ตามอนุสัญญามอนทรีออลซึ่งไทยเป็นภาคี ผู้โดยสารมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากกระเป๋าล่าช้าได้อยู่แล้ว แต่มีกี่คนที่รู้?

ข้อสังเกตที่ 5 ทางออกที่ถูกเสนอ ก็ต้องถูกตรวจสอบเช่นกัน ทางออกที่ AOT เสนอคือผู้ให้บริการรายที่ 3 คือ บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด หรือ AOTGA ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ AOT ซึ่ง ครม. เพิ่งอนุมัติเมื่อ 9 กันยายน เป็นสองสัญญา ภาคพื้นและคลังสินค้า อายุ 25 ปี มูลค่ารวมราว 6.7 หมื่นล้านบาท และกำลังจะลงนาม ผมเห็นด้วยว่าการแข่งขันเป็นเรื่องดี แต่ขอตั้งคำถามว่าสัญญาใหม่นี้มี KPI และค่าปรับที่ชัดเจนหรือไม่? เปิดเผยต่อสาธารณะได้หรือไม่ก่อนลงนาม เมื่อ AOT เป็นทั้งผู้ให้สัมปทาน คู่สัญญา และผู้ถือหุ้น 49% ใน AOTGA ใครจะเป็นคนลงโทษถ้ารายใหม่บริการไม่ดี? ถ้าเราแก้ปัญหาสัญญาที่ไม่มีบทลงโทษ ด้วยการเพิ่มผู้เล่นที่ก็ไม่มีบทลงโทษที่เข้มพอ เราก็แค่ย้ายปัญหา ไม่ได้แก้ปัญหา

 

 

นายกรณ์ ระบุอีกว่า สิ่งที่ผมอยากเห็น เปิดเผยสัญญาภาคพื้นทุกฉบับที่สุวรรณภูมิ โดยเฉพาะเงื่อนไขมาตรฐานบริการ สัญญาใหม่ทุกฉบับ รวมถึง AOTGA และการต่ออายุสัญญาของ BFS ที่เพิ่งหมดอายุเมื่อ 27 กันยายน ต้องมี KPI เวลาส่งกระเป๋า และค่าปรับที่มีผลจริง ผู้ให้บริการทุกรายต้องมีแผนรับมือภัยพิบัติที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่ขอทหารเมื่อเกิดเรื่อง ต้องมีมาตรฐานการสื่อสารกับผู้โดยสารในภาวะวิกฤต ช่องทางติดตามกระเป๋าต้องใช้งานได้จริง และต้องแจ้งสิทธิการชดเชยให้ผู้โดยสารทราบโดยไม่ต้องร้องขอ ประสบการณ์สาธารณภัยแต่ละครั้งทำให้เห็นทุกครั้งว่าเรายังขาดความเป็นมืออาชีพ โดยเฉพาะรัฐและรัฐวิสาหกิจ และต้นตอของหลายปัญหาคือเรื่องผลประโยชน์และการขาดธรรมาภิบาลที่ดี

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

เมืองกาญจน์อ่วม! "นอภ.สังขละบุรี" นำกำลังระดมช่วย "ผู้ประสบภัย" ตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว-แจกจ่ายอาหาร พร้อมเร่งเปิดเส้นทาง-ฟื้นฟูไฟฟ้า
"มูลนิธิยังมีเรา-ท็อปนิวส์" ร่วมใจโครงการ "น้ำท่วม แพ้น้ำใจ" ห่อข้าวไก่ทอด 800 ชุด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
"กทม." ประกาศสิ้นสุดภัยพิบัติ 21 เขต! เหลืออีก 29 เขตยังเป็นพื้นที่ประสบภัย ต้องเฝ้าระวังต่อ
"ครม.อนุทิน" ไฟเขียว "โครงการคลองระบายน้ำชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย" คาดแล้วเสร็จในปี 2577 ชี้จะลดผลกระทบ พื้นที่น้ำท่วม 3.48 ล้านไร่ ลดค่าเสียหาย 16,930 ล้านบาทต่อปี
ครม.ไฟเขียว เพิ่มงบ 1.5 พันล้านบาท เยียวยาชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ ขยายเวลาถึง 31 ธ.ค. 69
“พล.ต.ต.สุรินทร์” เปิดหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย-หญิง รพ.จะนะ อาคารใหม่ชั้น 4 พร้อมให้กำลังใจผู้ป่วย

ดู LIVE รายการ