(26 ก.ย. 69) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา หลังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา จนถึงช่วงบ่ายของวันนี้ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ซึ่งระดับน้ำเพิ่มสูงและเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ติดริมคลองทั้ง 2 ฝั่ง
บริเวณวัดขวัญสะอาด หมู่ 9 ตำบลคลองอุดมชลจร อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา พบว่าระดับน้ำในคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตเริ่มไหลเข้าท่วมบริเวณท่าน้ำของวัด ทางวัดจึงติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำที่เริ่มไหลเข้าพื้นที่ ทำให้พระสงฆ์และชาวบ้านต้องเร่งหาทางป้องกันไม่ให้น้ำทะลักเข้าพื้นที่วัดและบ้านเรือนโดยรอบ
พระธีรพันธ์ กิตติทะโร พร้อมด้วยพระสงฆ์ภายในวัด ได้ออกมาร่วมกับชาวบ้านตักทรายใส่กระสอบ ก่อนช่วยกันนำกระสอบทรายไปอุดบริเวณท่อระบายน้ำใต้สะพานข้ามคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ซึ่งเป็นจุดที่น้ำจากคลองสามารถไหลย้อนเข้าพื้นที่วัดได้อย่างรวดเร็ว
ชาวบ้านในพื้นที่หลายสิบคนต่างออกมาช่วยกันคนละไม้คนละมือ โดยนำกระสอบทรายลงไปอุดบริเวณท่อระบายน้ำทั้ง 2 ฝั่ง แต่ละฝั่งต้องใช้กระสอบทรายประมาณ 30-40 ใบ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ใบ เนื่องจากท่อมีความลึกและกว้าง หากอุดไม่แน่นหนา น้ำจากคลองอาจไหลซึมขึ้นมาบนถนนได้อย่างรวดเร็ว

หลวงตายศ อายุ 64 ปี เปิดเผยว่า หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำในคลองเริ่มสูงขึ้นและเข้าท่วมวัดบางส่วนแล้ว ช่วงเช้าชาวบ้านจึงประสานขอทรายจากองค์การบริหารส่วนตำบลคลองอุดมชลจร เพื่อนำมาใช้ทำกระสอบทราย จากนั้นพระสงฆ์จึงออกมาช่วยชาวบ้านตักทรายและนำไปอุดท่อระบายน้ำบริเวณใต้สะพานเป็นการชั่วคราว เพื่อชะลอน้ำไม่ให้ไหลเข้าวัด ขณะเดียวกันภายในวัดได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออก
สำหรับจุดดังกล่าว ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเคยเกิดน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่วัดขวัญสะอาด โดยระดับน้ำเคยสูงประมาณ 30-40 เซนติเมตร และไหลเข้าไปถึงบริเวณหน้าโบสถ์ ทำให้ครั้งนี้พระสงฆ์และชาวบ้านต้องเร่งช่วยกันป้องกันตั้งแต่ระดับน้ำยังไม่สูงมาก

ขณะที่บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่หมู่ 9 ตำบลคลองอุดมชลจร ซึ่งอยู่ติดริมคลองทั้ง 2 ฝั่ง พบว่าหลายหลังเริ่มมีน้ำไหลเข้าท่วมแล้ว โดยบางครอบครัวสามารถขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงได้ทัน ส่วนบ้านชั้นเดียวถูกน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ภายในบ้าน ชาวบ้านต้องนำกระสอบทรายมาทำเป็นทางเดิน เพื่อให้สามารถเข้าออกบ้านได้
เบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบแล้วหลายสิบหลังคาเรือน ขณะที่พระสงฆ์และชาวบ้านยังคงช่วยกันเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งอุดจุดเสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตไหลเข้าท่วมวัดและบ้านเรือนเพิ่มขึ้นอีก

ภาพ/ข่าว อาษา/ปรีญาภรณ์/จันทร์พิทักษ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ฉะเชิงเทรา


