เช้าวันนี้ (24 กันยายน 2569 ตามเวลาประเทศไทย) เทอรี่ ครูส์ พิธีกรรายการได้ประกาศผลผู้ชนะระหว่างการถ่ายทอดสดรอบชิงชนะเลิศของซีซั่นที่ 21 ทางช่อง NBC เมื่อคืนวันพุธที่ 23 กันยายน (ซึ่งตรงกับช่วงเช้าวันพฤหัสบดีตามเวลาในประเทศไทย)
โดยได้ประกาศให้ ‘เนเน่ รอยัล’ (Nene Royal) ศิลปินไทยวัย 16 ปีจากจังหวัดภูเก็ต ชนะอันดับ 1 คว้าแชมป์รายการ America’s Got Talent (AGT) ซีซันที่ 21
เนเน่ หรือชื่อจริงคือ รัตติกาล “แพรว” อำลอย ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากผู้ชมชาวอเมริกัน โดยเธอสามารถคว้าชัยชนะเหนือผู้เข้าแข่งขันรอบชิงชนะเลิศอีก 9 คน และจะได้รับเงินรางวัลใหญ่ของรายการมูลค่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จอันน่าทึ่งของนักร้องและมือกีตาร์วัย 16 ปีจากภูเก็ต ซึ่งก้าวเข้าสู่การแข่งขันด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นศิลปินร็อกระดับสากล
เนเน่เริ่มเล่นกีตาร์ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ และสั่งสมทักษะผ่านการฝึกฝนและการแสดงสดมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่เวทีประกวด America’s Got Talent ของสหรัฐอเมริกา เธอเคยผ่านประสบการณ์การแสดงตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้งตลาดสด ในจังหวัดภูเก็ตโดยได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว
เส้นทางบนเวที AGT ของเธอเริ่มต้นจากการออดิชันด้วยเพลง “Zombie” ซึ่งเป็นเพลงต่อต้านสงครามจากปี 2537 ของวงร็อกสัญชาติไอริชอย่างเดอะ แครนเบอรี่ส์ ( The Cranberries) เนเน่สามารถครองใจผู้ชมได้อย่างรวดเร็ว และได้รับคะแนนโหวตจากคณะกรรมการทั้ง 4 ท่าน ได้แก่ไซมอน โคเวล, เมล บี, โซเฟีย เวอร์การ่า และฮาววี่ แมนเดล ให้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป
การแสดงดังกล่าวได้รับยอดรับชมทางออนไลน์หลายล้านครั้ง ทำให้ผู้ชมในวงกว้างทั่วโลกได้รู้จักกับนักดนตรีสาวชาวไทยผู้นี้
ในรอบก่อนรองชนะเลิศ เนเนเล่นเพลง Black Hole Sun ของวง Soundgarden จน เมล บี (Mel B) กรรมการ กดปุ่ม Golden Buzzer ส่งเธอเข้ารอบชิงโดยตรง และในรอบชิงชนะเลิศเมื่อวันที่ 22 กันยายน ตามเวลาสหรัฐฯ เธอขึ้นเวทีในชุดสีแดงสดกับเพลง Seven Nation Army ของวง The White Stripes กรรมการทั้งหมดลุกขึ้นยืนปรบมือ
ขณะที่เช้าวันนี้ เนเน่ ได้ขึ้นแสดงกับลิงกิน พาร์ก( LINKIN PARK) วงร็อกระดับโลกในเพลงดิเอ็มติเนส แมชชีน ( The Emptiness Machine) เรียกเสียงฮือฮาสนั่นห้องส่งเช่นเดียวกัน ซึ่งชัยชนะครั้งนี้ทำให้เนเน่กลายเป็นคนไทยคนแรกที่คว้าแชมป์ AGT
สำหรับเงินรางวัลมูลค่า 1 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ผู้ชนะสามารถเลือกรับได้ 2 แบบ คือ1. รับเป็นเงินรายปี 25,000 ดอลล่าร์ ต่อปี เป็นเวลา 40 ปีหรือ 2. รับเป็นเงินก้อนเดียวตามมูลค่าปัจจุบันของเงินรางวัล โดยทั้งสองรูปแบบเป็นจำนวนเงินก่อนหักภาษี นอกจากนี้ผุ้ชนะจะได้รับโอกาสขึ้นแสดงในโชว์ที่ลาสเวกัสของรายการอีกด้วย

