เดอะ พนมเปญโพสต์รายงานว่าโทมัส พิกอตต์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ออกมากล่าวในวันนี้ (อังคารที่ 22 กันยายน) ว่าบุคคลทั้ง 32 คนมีความเชื่อมโยงกับ Prince Group ซึ่งถูกขึ้นบัญชีเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรมาแล้วหลายครั้งในข้อหาฉ้อโกงชาวอเมริกัน
แม้ว่ากระทรวงต่างประเทศสหรัฐไม่เปิดเผยรายชื่อบุคคลทั้ง 32 คน แต่แถลงการณ์ระบุว่า “วีซ่าที่ทั้ง 32 คนถืออยู่ได้ถูกเพิกถอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” ภายใต้กฎหมายคนเข้าเมือง มาตรา 212(a)(3)(C)
แถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า กลุ่มอาชญากรทางไซเบอร์ได้ก่อเหตุฉ้อโกงชาวอเมริกันเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในแต่ละปี แค่ปี 2568 ปีเดียว กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึง Prince Group ได้หลอกลวงเงินจากชาวอเมริกันไปไม่ต่ำกว่า 1.82 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 6 แสนล้านบาท)
และเตือนตุลาคม 2568 กระทรวงคลังสหรัฐได้คว่ำบาตรสมาชิกและผู้เกี่ยวข้องจำนวน 146 ราย ของ Prince Group พร้อมทั้งยึดทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน กระทรวงคลังยังได้เพิ่มรายชื่อบุคคล 9 รายและบริษัท 26 แห่งเข้าในบัญชีผู้ถูกคว่ำบาตรด้วย
พิกอตต์ย้ำว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะดำเนินทุกมาตรการเพื่อปกป้องชาวอเมริกัน รวมทั้งทลายเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์และคว่ำบาตรใครก็ตามที่ให้การสนับสนุน พร้อมประกาศว่า “ใครก็ตามมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำลายครอบครัวและชุมชนอเมริกันจะถูกห้ามไม่ให้เดินทางเข้าสหรัฐ”
มาตรการคว่ำบาตรล่าสุตต่อ Prince Group มีขึ้นเพียงวันเดียวก่อนกัมพูชาเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยการปรามปรามอาชญากรรมออนไลน์ระหว่างวันที่ 23-24 กันยายน ซึ่งจะมีตัวแทนจากประเทศต่างๆมากกว่า 20 ประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ รวมทั้งหน่วยเอฟบีไอของสหรัฐเข้าร่วมในการประชุม ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงพนมเปญ

