AFP รายงานว่าเมื่อวานนี้ (จันทร์ที่ 21 กย.) เจ้าหน้าที่กัมพูชาได้เปิดอาณาจักรสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ราว 759 ไร่ ที่เมืองเปรยเวง ใกล้ชายแดนเวียดนามให้กับบรรดาผู้แทนจากชาติต่างๆ ก่อนเข้าร่วมการประชุมนานาชาติว่าด้วยการปราบปรามแก๊งฉ้อโกงออนไลน์ ที่กรุงพนมเปญ ระหว่างวันที่ 23-24 กันยายน
กัมพูชาเผยว่าศุนย์สแกมเมอร์แห่งนี้เคยมีคนทำงานอยู่ที่นี่ราว 20,000 คนเมื่อปีที่แล้วก่อนที่จะถูกปิดไป โดยนักข่าว AFP ได้พบบู๊ธโทรศัพท์เก็บเสียงตั้งเรียงรายอยู่หลายตู้ พร้อมด้วยธนบัตรดอลลาร์สหรัฐฉบับละ 100 ดอลลาร์ปลอมตกเกลื่อนพื้น
ขณะที่บนผนังมีข้อความปลุกใจภาษาจีนติดอยู่หลายข้อความรวมทั้ง “รวยทางลัดในชั่วข้ามคืน” นอกจากนี้ยังพบฉากหลังที่จำลองเป็นสถานีตำรวจสิงคโปร์
เฮย์ มาการ่า เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการต่อต้านการฉ้อโกงกัมพูชากล่าวว่าศูนย์สแกมเมอร์แห่งนี้บริหารงานร่วมกันโดยนายเฉิน จื้อ จากปรินส์กรุ๊ป และนายหลี่ สง จากฮุยวันกรุ๊ป ซึ่งทั้งสองคนถูกส่งตัวกลับไปยังประเทศจีนในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนแล้วในเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา
สำหรับการประชุมที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้จะมีผู้แทนราว 20 ประเทศรวมทั้งสหรัฐและจีนเข้าร่วมในประชุม โดยสหรัฐส่งเจ้าหน้าที่เอฟบีไออาวุโสขณะที่จีนส่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ และเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอีกหลายนายเข้าร่วมประชุม ขณะที่ฮุน มาเน็ต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาจะเป็นประธานในการประชุมโดยมุ่งเป้าไปที่การส่งเสริม “ความพยายามร่วมกัน” ของนานาชาติในการต่อต้านการฉ้อโกง
อย่างไรก็ตามจาคอบ ซิมส์ นักวิเคราะห์ด้านอาชญากรรมข้ามชาติไม่เชื่อว่าการประชุมครั้งนี้จะเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากนัก และไม่เชื่อว่าการปราบปรามสแกมเมอร์ของกัมพูชาจะต่อเนื่องและยั่งยืน แม้ว่ากัมพูชาจะปิดศูนย์ฉ้อโกงออนไลน์ไปแล้วหลายร้อยแห่งก็ตาม
ซิมส์กล่าวว่า ปราบไปแล้ววันนี้ เดี๋ยว “พวกเขาก็อาจกลับมาในวันพรุ่งนี้” และว่าเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐบาลกัมพูชาได้ใช้มาตรการปราบปรามก็จริง แต่เครือข่ายเหล่านี้ได้รับการปกป้องจากกลุ่มชนชั้นสูง, รวมทั้งสถาบันการเงินและองค์กรต่างๆ
แม้แต่รองนายกรัฐมนตรี เนธ ซาโวเอิน ซึ่งทำหน้าที่กล่าวปิดการประชุมในวันพรุ่งนี้ก็อยู่ในรายชื่อที่สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐหมายหัวเพื่อคว่ำบาตรเนื่องจากเชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์
คณะกรรมการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์กัมพูชาบอกกับ AFP ว่าทางการกัมพูชาได้ปิดศูนย์สแกมเมอร์ไปแล้ว 663 แห่ง และได้อายัดเงินรวม 300 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ(ราว 10,000 ล้านบาท) และว่าตอนนี้ไม่มีศูนย์สแกมเมอร์ขนาดใหญ่เปิดดำเนินการแล้ว แต่ยอมรับว่าสมาชิกสแกมเมอร์ได้มีการปรับตัวโดยโยกย้ายไปเปิดเป็นศูนย์ขนาดเล็กภายในบ้านเช่าบ้าง, ห้องพักตามโรงแรมบ้าง, หรือแม้แต่ในรถยนต์

