ฝ่ายค้านระส่ำ! “กล้าธรรม” ถูกปรับพ้นพรรคร่วมฯ ปมโหวตงบฯ 70 จับตาสถานะ “สีเขียว” เปลี่ยนขั้ว หรือ เป็นฝ่ายค้านอิสระ รอโอกาส??!

ฝ่ายค้านระส่ำ! “กล้าธรรม” ถูกปรับพ้นพรรคร่วมฯ ปมโหวตงบฯ 70 จับตาสถานะ "สีเขียว" เปลี่ยนขั้ว หรือ เป็นฝ่ายค้านอิสระ รอโอกาส??!

กล้าธรรม

สถานการณ์การเมืองไทยถูกจับตาอีกครั้ง หลังมีรายงานว่า “พรรคกล้าธรรม” จะถูกปรับออกจากการเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยความเห็นของคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ “วิปฝ่ายค้าน” ภายหลังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคกล้าธรรม ลงมติสนับสนุนร่างงบประมาณ 2570 ขัดกับมติของวิปฝ่ายค้าน จนเกิดกระแสตั้งข้อสังเกตถึงทิศทางทางการเมือง และความเป็นไปได้ที่พรรคกล้าธรรมอาจขยับเข้าใกล้ฝ่ายรัฐบาล

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นมาวิเคราะห์ทันที จากกรณี นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยถึงการทำงานร่วมกันของฝ่ายค้านว่า ที่ผ่านมายึดหลักการเคารพซึ่งกันและกัน แต่เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา สส.พรรคกล้าธรรม กลับลงมติเห็นชอบงบประมาณ 2570 ซึ่งขัดกับมติของวิปฝ่ายค้าน

จากนั้น “วิปฝ่ายค้าน” ได้มีการหารือกับตัวแทนพรรคกล้าธรรม และมีข้อตกลงร่วมกันให้ปรับพรรคกล้าธรรมออกจากองค์ประกอบของคณะกรรมการประสานงานฝ่ายค้าน โดยจะมีการเสนอรายชื่อวิปฝ่ายค้านชุดใหม่ ซึ่งประกอบด้วยพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยภักดี เสรีรวมไทย และพรรครวมพลัง โดยไม่มีพรรคกล้าธรรมร่วมอยู่ด้วย

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากพรรคกล้าธรรมมี สส.จำนวน 58 คน และถือเป็นพรรคที่มีจำนวน สส.มากเป็นลำดับต้น ๆ ในฝั่งฝ่ายค้าน การถูกปรับออกจากวิปฝ่ายค้านจึงนำไปสู่คำถามทันทีว่า พรรคจะเดินหน้าทางการเมืองในรูปแบบใดต่อไป

ข่าวที่น่าสนใจ

อย่างไรก็ตาม การถูกปรับออกจากวิปฝ่ายค้าน ยังไม่ใช่การยืนยันว่าพรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาลทันที เพราะการปรับพรรคกล้าธรรม ออกจากวิปเป็นเรื่องขององค์ประกอบภายในฝ่ายค้าน ขณะที่การจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้นยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ทั้งการจัดสรรกระทรวงและตำแหน่งทางการเมือง นโยบายที่จะสามารถเดินไปด้วยกันได้ ตลอดจนภาพลักษณ์และความเหมาะสมทางการเมือง

ดังนั้น ในระยะนี้พรรคกล้าธรรมอาจอยู่ในสถานะที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวิปฝ่ายค้าน แต่ก็ยังไม่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล ในทางปฏิบัติ สส.ของพรรคยังสามารถลงมติในสภาได้ตามการตัดสินใจของพรรค ไม่ว่าจะสนับสนุนรัฐบาลหรือมีจุดยืนแตกต่างจากมติของฝ่ายค้าน

กระนั้้น กระแสสูตรการเมือง “ส้ม-เขียว-แดง” ยังถูกจับตา โดยการเปลี่ยนสถานะของพรรคกล้าธรรม ยังถูกนำไปเชื่อมโยงกับกระแสสูตรจัดตั้งรัฐบาลและการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง โดยเฉพาะความเป็นไปได้ของการจับมือระหว่างพรรคการเมืองต่างขั้ว

รวมถึงการวิเคราะห์ทางการเมืองควรแยกออกจากข้อมูลที่ยืนยันได้ เนื่องจากความเป็นไปได้ทางการเมืองไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นจริงเสมอไป

ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การติดตามท่าทีของแต่ละพรรคและการตัดสินใจของฝ่ายรัฐบาลในระยะต่อไป มากกว่าการสรุปว่าการปรับออกจากวิปฝ่ายค้านหมายถึงการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองแล้ว

จากสถานการณ์ทั้งหมด การปรับพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้านถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่ทำให้โครงสร้างความร่วมมือในฝ่ายนิติบัญญัติเปลี่ยนแปลง และเปิดพื้นที่ให้เกิดการจับตาถึงทิศทางของพรรคในระยะต่อไป

อย่างไรก็ตาม การพ้นจากองค์ประกอบวิปฝ่ายค้านยังไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าพรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาลในทันที การตัดสินใจดังกล่าวยังต้องติดตามจากท่าทีของพรรคกล้าธรรม นายกรัฐมนตรี และพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงการเจรจาเรื่องนโยบายและตำแหน่งทางการเมืองต่อไป

ในภาพรวม จึงยังต้องจับตาว่า “กล้าธรรม” จะอยู่ในสถานะฝ่ายค้านอิสระ สนับสนุนรัฐบาลเป็นรายประเด็น หรือจะมีการเปลี่ยนสถานะไปสู่การร่วมรัฐบาลในอนาคต ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ นอกเหนือจากการที่พรรคกล้าธรรม โดนปรับออกจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเท่านั้น

 

ขณะที่เมื่อค้นย่้อนในระบบรัฐสภา พบว่า พรรคการเมืองที่ไม่สังกัดฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ มักมีสถานะเป็น “พรรคที่เป็นอิสระ” หรือ “พรรคอยู่นอกวิป” ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในหลายกรณี เช่น การงดออกเสียงหรือไม่เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพรรคร่วมรัฐบาล หรือ วิปฝ่ายค้าน ไม่ต้องปฏิบัติตามมติของวิปรัฐบาล (คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล) แต่ยังคงสามารถใช้ดุลพินิจและลงมติในแต่ละวาระตามจุดยืนของพรรคหรือเห็นชอบร่วมกับฝ่ายใดก็ได้ตามวาระสำคัญสิทธิในสภา ส่วนการทำหน้าที่ สส. ยังคงมีสิทธิและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เช่น การปรึกษาหารือปัญหาในพื้นที่ หรือการอภิปรายทั่วไปตามโควตาที่สภาจัดสรร

 

ด้านประวัติศาสตร์การเมืองไทย เคยมีพรรคการเมืองที่มีลักษณะและสถานะแบบนี้เกิดขึ้นจริง โดยในทางการเมืองมักเรียกกลุ่มนี้ว่า “ฝ่ายค้านอิสระ” หรือ “พรรคการเมืองอิสระ” ซึ่งหมายถึงพรรคที่ประกาศจุดยืนไม่ร่วมรัฐบาล และในขณะเดียวกันก็ไม่เข้าร่วมกิจกรรมหรืออยู่ภายใต้มติประสานงานของวิปฝ่ายค้านหลัก

เช่น ในปี พ.ศ. 2499 เคยมีการจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองชื่อ พรรคอิสระ ขึ้นมาจริงๆ โดยเน้นชูนโยบายเป็นกลางและมุ่งเน้นการทำงานเพื่อประโยชน์ท้องถิ่นโดยไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด

แต่โดยหลักเหตุผลส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้น มักเป็นกรณีต้องการต่อรองทางการเมือง โดยเฉพาะพรรคขนาดเล็กที่มักใช้สถานะนี้เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองกับพรรครัฐบาลหลักอุดมการณ์ขัดกัน คือ ไม่อยากสนับสนุนรัฐบาล แต่ก็ไม่สามารถทำงานร่วมกับพรรคแกนนำฝ่ายค้านบางพรรคได้ เนื่องจากจุดยืนไม่ตรงกัน จนมีถึงขั้นมีการขับหรือขอแยกตัวออกมาจากวิปฝ่ายค้าน เนื่องจากลงมติไม่เป็นไปตามข้อตกลงร่วมกัน

เช่นในปี 2562 ภายหลังจัดตั้งรัฐบาลจากการเลือกตั้ง พรรคไทยศรีวิไลย์ นำโดย นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์) ซึ่งเป็นพรรคเล็ก 1 เสียง ได้ประกาศถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อไปทำหน้าที่เป็น ฝ่ายค้านอิสระ โดยให้เหตุผลว่าจะลงมติสนับสนุนรัฐบาลเฉพาะเรื่องที่เป็นประโยชน์ และจะค้านในเรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างเป็นอิสระ

หรือกรณี กลุ่มพรรคเล็ก 5 พรรค ประกอบด้วย พรรคพลังไทยรักไทย , พรรคประชาธิปไตยใหม่ , พรรคประชาธรรมไทย และพรรคครูไทยเพื่อประชาชน ก็เคยออกเคลื่อนไหวขู่จะขยับสถานะไปเป็น “ฝ่ายค้านในรัฐบาล” หรือ “ฝ่ายค้านอิสระ” เพื่อต่อรองอำนาจทางการเมือง ก่อนมีการเคลียร์ใจและกลับเข้าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในที่สุด

กระทั่งล่าสุด เกิดกรณีพรรคกล้าธรรม ที่ถูกพรรคประชาชน ในฐานะแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน เสนอให้ขับชื่อออกจากการเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพราะลงมติเห็นชอบ กับ พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 ของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนไหวที่ขัดกับมติวิปฝ่ายค้าน ที่ระบุว่าการโหวตจะเกิดขึ้น ในรูปแบบ “ไม่เห็นชอบ” หรือ “งดออกเสียง” ตามมติของแต่ละพรรค

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"พรรคส้ม" เดิมเกมร้อนการเมือง!! "พริษฐ์" ยกเหตุ "กล้าธรรม" ขัดมติวิปฯโหวตงบฯ 2570 ชง "เท้ง" ตัดออกจากสารบบ "พรรคร่วมฝ่ายค้าน"
“ภราดร” จี้ กยศ.เร่งทวงหนี้ 2.6 ล้านคน ต้นเหตุ "โอนเงินมหาวิทยาลัย" สะดุด ชี้โจทย์สำคัญ ต้องแยกให้ชัดใครว่างงาน-ใครมีรายได้แต่เบี้ยว!!?
เดือดปุดๆ! "สื่อใหญ่สหรัฐ" รวมตัวบอยคอต "ทรัมป์" ระงับถ่ายทอดสดข่าว ตอบโต้ CNN โดนแบนเข้าทำเนียบขาว
ทีพีไอ โพลีน ร่วมพิธีเปิดทดลองเดินรถโครงการต้นแบบการขนส่งสินค้าทางราง หนุนยกระดับระบบโลจิสติกส์ไทย สู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ภูมิภาค
"ท็อปนิวส์" ทำหนังสือถึง “อสส.” ขอทราบข้อเท็จจริง สั่งไม่ฟ้อง “แทนไท” คดีฟอกเงินเว็บหนังเถื่อน พนันออนไลน์ เหตุสังคมเคลือบแคลงสงสัย
ครั้งแรก! กับมหกรรมพลังงานแห่งอนาคต MEA Fair 2026

ดู LIVE รายการ