
สถานการณ์การเมืองไทยถูกจับตาอีกครั้ง หลังมีรายงานว่า “พรรคกล้าธรรม” จะถูกปรับออกจากการเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยความเห็นของคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ “วิปฝ่ายค้าน” ภายหลังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคกล้าธรรม ลงมติสนับสนุนร่างงบประมาณ 2570 ขัดกับมติของวิปฝ่ายค้าน จนเกิดกระแสตั้งข้อสังเกตถึงทิศทางทางการเมือง และความเป็นไปได้ที่พรรคกล้าธรรมอาจขยับเข้าใกล้ฝ่ายรัฐบาล
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นมาวิเคราะห์ทันที จากกรณี นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยถึงการทำงานร่วมกันของฝ่ายค้านว่า ที่ผ่านมายึดหลักการเคารพซึ่งกันและกัน แต่เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา สส.พรรคกล้าธรรม กลับลงมติเห็นชอบงบประมาณ 2570 ซึ่งขัดกับมติของวิปฝ่ายค้าน
จากนั้น “วิปฝ่ายค้าน” ได้มีการหารือกับตัวแทนพรรคกล้าธรรม และมีข้อตกลงร่วมกันให้ปรับพรรคกล้าธรรมออกจากองค์ประกอบของคณะกรรมการประสานงานฝ่ายค้าน โดยจะมีการเสนอรายชื่อวิปฝ่ายค้านชุดใหม่ ซึ่งประกอบด้วยพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยภักดี เสรีรวมไทย และพรรครวมพลัง โดยไม่มีพรรคกล้าธรรมร่วมอยู่ด้วย
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากพรรคกล้าธรรมมี สส.จำนวน 58 คน และถือเป็นพรรคที่มีจำนวน สส.มากเป็นลำดับต้น ๆ ในฝั่งฝ่ายค้าน การถูกปรับออกจากวิปฝ่ายค้านจึงนำไปสู่คำถามทันทีว่า พรรคจะเดินหน้าทางการเมืองในรูปแบบใดต่อไป


