สำหรับโครงการดังกล่าว มีแผนดำเนินการตั้งแต่ปี 2566 ถึงปี 2570 แบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกชื่อ “โครงการจัดสร้างตลาดศูนย์การค้าชุมชน Community Mall ยุคสุโขทัยกับยุคอยุธยา” งบประมาณ 200 ล้านบาท และช่วงที่ 2 “Community Mall ยุคอยุธยากับยุครัตนโกสินทร์” งบประมาณอีก 200 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 400 ล้านบาท โดยตามเอกสารแผนพัฒนาโครงการ ระบุวัตถุประสงค์เพื่อสร้างตลาดศูนย์การค้าชุมชนย้อนยุค กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน และสร้างสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เนื่องจากอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ
นายแดง กล่าวว่า ที่ผ่านมาในการประชุมสภา อบต. ตนเองตั้งกระทู้ถามถึงเหตุผลและความคุ้มค่าของโครงการมาโดยตลอด ทั้งประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ งบประมาณก่อสร้าง รวมถึงการขออนุญาตจากหน่วยงานที่กำกับดูแลพื้นที่ แต่ไม่ได้รับคำชี้แจงหรือเอกสารการขออนุญาตก่อสร้างมาแสดงต่อสมาชิกสภา รวมถึงไม่มีการทำประชาพิจารณ์ด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม จึงตั้งข้อสังเกตว่า โครงการและงบประมาณถูกกำหนดขึ้นมา ก่อนนำเข้าสู่สภาเพื่อขออนุมัติหรือไม่
นายแดง ยังมองว่า พื้นที่ก่อสร้างริมคลองลาดกระบัง ฝั่งตรงข้ามสนามบินสุวรรณภูมิ ไม่เหมาะสม เนื่องจากคลองดังกล่าวเป็นคลองระบายน้ำที่มีความสำคัญต่อการป้องกันน้ำท่วมพื้นที่สนามบิน จึงไม่ควรมีสิ่งปลูกสร้างที่อาจกีดขวางทางระบายน้ำ ขณะที่ทางเข้าโครงการเป็นซอยขนาดเล็ก และบางส่วนเป็นพื้นที่ของเอกชน ยังไม่มีทางเข้า-ออกที่ชัดเจน รวมถึงไม่มีพื้นที่จอดรถรองรับ
นายแดง กล่าวว่า แม้จะเป็นเสียงส่วนน้อยในสภา อบต.ราชาเทวะ แต่ไม่สามารถเอาชนะเสียงส่วนใหญ่ที่สนับสนุนโครงการได้ พร้อมตั้งคำถามว่า สมาชิกที่เห็นด้วยกับโครงการได้ศึกษาข้อมูล ทั้งข้อกฎหมาย ผลกระทบ และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับอย่างรอบด้านแล้วหรือไม่
โดยจากการลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชนที่อยู่ตามแนวก่อสร้าง ส่วนใหญ่ยังตั้งคำถามว่า หากโครงการ “แลนด์มาร์ค โลกสุวรรณภูมิ” ก่อสร้างแล้วเสร็จ ชาวบ้านในพื้นที่จะได้รับประโยชน์อะไรอย่างเป็นรูปธรรม
ส่วนงบประมาณในการก่อสร้าง นายแดง อธิบายว่า มาจากรายได้ภาษีในพื้นที่ ซึ่ง อบต.ราชาเทวะ สามารถจัดเก็บได้ปีละนับพันล้านบาท หากมีงบประมาณเหลือก็จะทบไปใช้ในปีต่อไป พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า นี่อาจเป็นที่มาของการจัดทำโครงการต่าง ๆ เพื่อนำงบประมาณออกมาใช้ให้ได้มากที่สุด
นายแดง ยังกล่าวถึงโครงการศึกษาดูงานนอกสถานที่ของ อบต.ราชาเทวะ ซึ่งพาประชาชนและเจ้าหน้าที่รวมประมาณ 1,600 คน ไปจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายนที่ผ่านมา ใช้งบประมาณกว่า 12 ล้านบาท โดยตนเองไม่ได้ร่วมเดินทาง เพราะไม่ต้องการใช้งบประมาณที่เห็นว่าเกินความจำเป็น
นายแดง ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่เดินทางส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ขณะที่คนหนุ่มสาวหรือกลุ่มที่สามารถนำความรู้จากการศึกษาดูงานมาต่อยอดมีไม่มาก พร้อมตั้งคำถามถึงความจำเป็นที่ต้องพาคนไปจำนวนมากถึง 1,600 คน และใช้รถบัสมากกว่า 35 คัน อีกทั้งยังอ้างว่าได้รับข้อมูลว่าผู้สูงอายุบางรายกลับจากการดูงานแล้วล้มป่วย
เท่าที่ทราบ การศึกษาดูงานนอกสถานที่ของ อบต.หลายแห่งทั่วประเทศ ส่วนใหญ่มีผู้เข้าร่วมไม่ถึง 500 คน และใช้งบประมาณเพียงหลักล้านต้น ๆ จึงมองว่าการใช้งบกว่า 12 ล้านบาทในครั้งนี้อาจไม่เกิดประโยชน์คุ้มค่า
นายแดง ยืนยันว่า การออกมาแสดงความเห็นและคัดค้านโครงการ ไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งส่วนตัวกับฝ่ายใด แต่ต้องการให้เงินภาษีถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนในพื้นที่ ไม่ใช่เป็นการใช้งบประมาณที่เกิดประโยชน์กับคนเพียงบางกลุ่ม
สำหรับโครงการดังกล่าว มีแผนดำเนินการตั้งแต่ปี 2566 ถึงปี 2570 แบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกชื่อ “โครงการจัดสร้างตลาดศูนย์การค้าชุมชน Community Mall ยุคสุโขทัยกับยุคอยุธยา” งบประมาณ 200 ล้านบาท และช่วงที่ 2 “Community Mall ยุคอยุธยากับยุครัตนโกสินทร์” งบประมาณอีก 200 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 400 ล้านบาท โดยตามเอกสารแผนพัฒนาโครงการ ระบุวัตถุประสงค์เพื่อสร้างตลาดศูนย์การค้าชุมชนย้อนยุค กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน และสร้างสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เนื่องจากอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ
นายแดง กล่าวว่า ที่ผ่านมาในการประชุมสภา อบต. ตนเองตั้งกระทู้ถามถึงเหตุผลและความคุ้มค่าของโครงการมาโดยตลอด ทั้งประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ งบประมาณก่อสร้าง รวมถึงการขออนุญาตจากหน่วยงานที่กำกับดูแลพื้นที่ แต่ไม่ได้รับคำชี้แจงหรือเอกสารการขออนุญาตก่อสร้างมาแสดงต่อสมาชิกสภา รวมถึงไม่มีการทำประชาพิจารณ์ด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม จึงตั้งข้อสังเกตว่า โครงการและงบประมาณถูกกำหนดขึ้นมา ก่อนนำเข้าสู่สภาเพื่อขออนุมัติหรือไม่
นายแดง ยังมองว่า พื้นที่ก่อสร้างริมคลองลาดกระบัง ฝั่งตรงข้ามสนามบินสุวรรณภูมิ ไม่เหมาะสม เนื่องจากคลองดังกล่าวเป็นคลองระบายน้ำที่มีความสำคัญต่อการป้องกันน้ำท่วมพื้นที่สนามบิน จึงไม่ควรมีสิ่งปลูกสร้างที่อาจกีดขวางทางระบายน้ำ ขณะที่ทางเข้าโครงการเป็นซอยขนาดเล็ก และบางส่วนเป็นพื้นที่ของเอกชน ยังไม่มีทางเข้า-ออกที่ชัดเจน รวมถึงไม่มีพื้นที่จอดรถรองรับ
นายแดง กล่าวว่า แม้จะเป็นเสียงส่วนน้อยในสภา อบต.ราชาเทวะ แต่ไม่สามารถเอาชนะเสียงส่วนใหญ่ที่สนับสนุนโครงการได้ พร้อมตั้งคำถามว่า สมาชิกที่เห็นด้วยกับโครงการได้ศึกษาข้อมูล ทั้งข้อกฎหมาย ผลกระทบ และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับอย่างรอบด้านแล้วหรือไม่

โดยจากการลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชนที่อยู่ตามแนวก่อสร้าง ส่วนใหญ่ยังตั้งคำถามว่า หากโครงการ “แลนด์มาร์ค โลกสุวรรณภูมิ” ก่อสร้างแล้วเสร็จ ชาวบ้านในพื้นที่จะได้รับประโยชน์อะไรอย่างเป็นรูปธรรม
ส่วนงบประมาณในการก่อสร้าง นายแดง อธิบายว่า มาจากรายได้ภาษีในพื้นที่ ซึ่ง อบต.ราชาเทวะ สามารถจัดเก็บได้ปีละนับพันล้านบาท หากมีงบประมาณเหลือก็จะทบไปใช้ในปีต่อไป พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า นี่อาจเป็นที่มาของการจัดทำโครงการต่าง ๆ เพื่อนำงบประมาณออกมาใช้ให้ได้มากที่สุด
นายแดง ยังกล่าวถึงโครงการศึกษาดูงานนอกสถานที่ของ อบต.ราชาเทวะ ซึ่งพาประชาชนและเจ้าหน้าที่รวมประมาณ 1,600 คน ไปจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายนที่ผ่านมา ใช้งบประมาณกว่า 12 ล้านบาท โดยตนเองไม่ได้ร่วมเดินทาง เพราะไม่ต้องการใช้งบประมาณที่เห็นว่าเกินความจำเป็น
นายแดง ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่เดินทางส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ขณะที่คนหนุ่มสาวหรือกลุ่มที่สามารถนำความรู้จากการศึกษาดูงานมาต่อยอดมีไม่มาก พร้อมตั้งคำถามถึงความจำเป็นที่ต้องพาคนไปจำนวนมากถึง 1,600 คน และใช้รถบัสมากกว่า 35 คัน อีกทั้งยังอ้างว่าได้รับข้อมูลว่าผู้สูงอายุบางรายกลับจากการดูงานแล้วล้มป่วย
