ถอดรหัส “13 คดีฉาว” วิกฤตศรัทธา การเมือง 69 หรือ “แผลเน่า” ที่รัฐบาลอนุทิน กล้าลุยปราบจริงจัง!

ถอดรหัส 13 คดีฉาว “Hall of Shame” วิกฤตศรัทธา หรือ “แผลเก่า” ที่รัฐบาลอนุทินเข้ามาเปิด

ถอดรหัส “13 คดีฉาว” วิกฤตศรัทธา การเมือง 69 หรือ “แผลเน่า” ที่รัฐบาลอนุทิน กล้าลุยปราบจริงจัง! – Top News รายงาน

 

 

กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองทันทีหลังองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT รวบรวม 13 คดีอื้อฉาวในรอบครึ่งปี 2569 บันทึกลงใน “บัญชีดำคอร์รัปชัน” (Hall of Shame) ตอกย้ำภาพความอ่อนแอของระบบหลักนิติธรรม กระบวนการยุติธรรมทางอาญา และกลไกการถ่วงดุลอำนาจรัฐจนเกิดกระแสพุ่งเป้าโจมตีว่า นี่คือสัญญาณอันตรายและจุดเริ่มต้นวิกฤตความเชื่อมั่นที่ รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่อาจเลี่ยงความรับผิดชอบ
ย้อนดู 13 คดีเขย่าเมือง
1.โกงสอบข้าราชการ อปท. สินบนสะพัด 4,500 ล้านบาท
2.กกร. แฉ 10 หน่วยงานรัฐ เรียกรับสินบนภาคเอกชน
3.ไอ้โม่งตุนน้ำมัน 57 ล้านลิตร มูลค่ากว่า 2,300 ล้านบาท
4.TH-Ai Passport โครงการฉาวกระทรวงดีอี 1,600 ล้านบาท
5.เครนถล่มไซต์ก่อสร้างทางด่วนพระราม 2 ดับ 2 เจ็บ 2
6.อธิบดีกรมฝนหลวงลาออก หลังปฏิเสธคำขอหลานรัฐมนตรี
7.สินบนทองคำ 246 บาท มูลค่า 16 ล้าน พัวพันกรรมการ ป.ป.ช. และบิ๊กโจ๊ก
8.มติ ป.ป.ช. ปัดตกคดีศักดิ์สยาม สวนทางคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
9.มาเฟียภูเก็ตใหญ่คับเมือง เด้งผู้ว่าฯ – รองผู้ว่าฯ ยกแพ็ก
10.สส. 888 ผงาดสภา แม้พัวพันเว็บพนันและฟอกเงิน
11.แจ้งเกิดเท็จ ใช้ “พ่อไทยทิพย์” สวมสิทธิสัญชาติ
12.ลอบยิง สส. นราธิวาส เจ้าหน้าที่รัฐพัวพันเพียบ
13. ตม. จัดฉาก พากลุ่มจีนเทาแหกคุก

 

ข่าวที่น่าสนใจ

 

การที่หยิบมาเป็นประเด็นเคลื่อนไหวขยายผล ด้วยความตั้งใจ หรือ ขาดการตรวจสอบข้อมูล อย่างครบถ้วน อาจเป็นเพียงการมองความจริงข้างเดียว เพราะหากเจาะลึกรายละเอียด จะพบว่าหลายคดีไม่ใช่เรื่องที่เกิดจากนโยบายรัฐบาล แต่เป็น “มะเร็งร้ายเรื้อรัง” ระดับบุคคลและองค์กรที่หมกเม็ดมานับสิบปีโดยเรื่องอื้อฉาวเหล่านี้ปรากฏสู่สายตาประชาชนได้ ไม่ใช่เพราะรัฐบาลสนับสนุนให้เกิด แต่เพราะกระบวนการตรวจสอบและสั่งการกวาดล้างอย่างเอาจริงเอาจังในยุคนี้ ข้อเท็จจริงคือ รัฐบาลอนุทินยึดหลัก “ไร้แดนบดบัง ไม่คุ้มครองคนโกง” ไฟเขียวให้องค์กรอิสระ ทั้ง ป.ป.ช., ป.ป.ท., ดีเอสไอ และตำรวจ เดินหน้าฟันไม่เลี้ยงโดยไร้การแทรกแซง สะท้อนผ่านการลุยแก้ปัญหาแบบ “เปิดแผลเพื่อรักษา” ในหลายคดีสำคัญไม่เว้นแต่ 13 คดีอื้อฉาว

 

-คดีล้างบางโกงสอบ อปท. (4.5 พันล้าน) รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยสั่งกวาดล้างทันที รวมทั้งประสาน ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. ขยายผลดำเนินคดีข้าราชการระดับสูงและข้าราชการท้องถิ่น รวมถึงผู้เกี่ยวข้องกว่า 5,000 ราย พร้อมยกเลิกผลสอบเจ้าปัญหา และวางระบบการจัดสอบใหม่ทั้งหมด
-คดีโครงข่ายกักตุนน้ำมัน (57 ล้านลิตร): กระทรวงพลังงานผนึกกำลังฝ่ายความมั่นคง ตรวจค้น ยึดของกลาง และตั้งคณะกรรมการสอบสวนเส้นทางการการเงินผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดโดยไม่เว้นหน้าผู้มีอิทธิพล
-คดีมาเฟียภูเก็ต รัฐบาลถอดราดถอนโคลนด้วยการใช้อำนาจเด็ดขาดสั่งย้ายข้าราชการระดับสูงทันทีที่มีข้อสงสัยว่า ปล่อยปละละเลย พร้อมส่งกองปราบฯ ลงพื้นที่กวาดล้างกลุ่มทุนเทา และมาเฟียข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง
-คดี”พ่อไทยทิพย์” สวมสิทธิสัญชาติ รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื้อรังหลายสิบปีด้วยการตรวจค้นทะเบียนราษฎร์ เพิกถอนสัญชาติเท็จ ที่ถูกอนุมัติในอดีต รวมถึงการดำเนินฟ้องคดีอาญาข้าราชการปกครองที่ร่วมทุจริต
-คดีเครนถล่มพระราม 2 รัฐบาลเข้ามายกระดับความปลอดภัยไซต์ก่อสร้าง โดยกระทรวงคมนาคมสั่งระงับงานทันที และตรวจสอบมาตรฐานผู้รับเหมา ขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) บริษัทที่บกพร่อง พร้อมเร่งเยียวยาผู้สูญเสียทันท่วงที
-TH-Ai Passport 1.6 พันล้าน เมื่อสังคมตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า และทีโออาร์ที่ถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน และเอกชนที่ใกล้ชิดฝ่ายการเมือง โดยรัฐบาลเข้ามาอุดช่องโหว่ด้วยการสั่งปรับแก้เอกสารแนบท้ายสัญญาแทนการรื้อทีโออาร์ เพื่อหลีกเลี่ยงการฟ้องร้องจากเอกชน รวมทั้งเปลี่ยนระบบจ่ายเงินตามการใช้งานจริง (Pay-per-use) เพื่อเซฟงบแผ่นดิน พร้อมบังคับเก็บข้อมูลบน คลาวด์” (Cloud) ในประเทศ เพื่อป้องกันอธิปไตยทางข้อมูลอย่างเข้มงวด

 

 

 

ภาพสะท้อนความตั้งใจจริงของรัฐบาล ไม่ได้มีเพียงการปราบปรามรายคดี แต่ยังรวมถึง การยึดทรัพย์ขบวนการฟอกเงิน ยาเสพติด และทุนเทา ผ่านอำนาจ ปปง. รวมแล้วกว่า 40,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขการตัดวงจรอาชญากรรมที่สูงที่สุดยุคหนึ่ง

นอกจากนี้ รัฐบาลยังปฏิรูปเชิงโครงสร้างด้วยการตอบรับข้อเสนอของภาคเอกชน (กกร.) โดยเดินหน้านำระบบ Big Data, AI และ Open Data มาใช้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างและการอนุมัติใบอนุญาตภาครัฐ เพื่อสร้างระบบความโปร่งใส ปิดช่องโหว่การเรียกรับสินบนอย่างยั่งยืน
ดังนั้นข้อกล่าวหาที่ว่า 13 คดีอื้อฉาวคือ “จุดเริ่มต้นของวิกฤตความเชื่อมั่น” จึงเป็นเพียง เกมการเมืองที่เลือกมองข้ามความจริง เพราะในความเป็นจริง คดีเหล่านี้คือพยานหลักฐานที่ตอกย้ำว่า รัฐบาลกำลังทำหน้าที่ “ผู้บังคับใช้กฎหมาย” ที่พร้อมจะเปิดแผลเก่า และกวาดบ้านตัวเองอย่างตรงไปตรงมาที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ทำอะไรได้มั๊ยเนี่ย?? "UN"อ้างข้อเท็จจริง ควรเชื่อได้ "สหรัฐ" เป็นชาติก่ออาชญากรรมสงคราม เหตุโจมตีโรงเรียน-เขตที่อยู่อาศัย อิหร่าน พลเรือนเสียชีวิตกว่า 200 คน
เข้าทางพ่อค้าอาวุธ!!! "สหรัฐ" ไฟเขียวขายเครื่องบิน F-35 ล็อตใหญ่ 48 ลำ มูลค่ากว่า 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์ให้ซาอุฯ เพิ่มดุลกำลังรบเขตตะวันออกกลาง!???
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดกิจกรรม "CHUD THAI KNOWLEDGE, CRAFTSMANSHIP AND PRACTICES OF THE THAI NATIONAL COSTUME" ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
"กรมราชทัณฑ์" จับมือ "พิพิธภัณฑ์บ้านดำ-ไอคอนสยาม" เปิดพื้นที่โชว์ "พลังแห่งศิลป์เหนือพันธนาการ" The Power of Art Beyond Barriers
"กรมส่งเสริมวัฒนธรรม" ลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลประวัติผลงาน เตรียมงานเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2568

ดู LIVE รายการ