“ศุภชัย” เปิดกม.หน้าที่กกต.เทียบภารกิจคดีฮั้วสว. ตั้งคำถามกลับ “สส.” ไล่บี้ข่มขู่เข้าข่ายผิดจริยธรรมฯหรือไม่


ข่าวที่น่าสนใจ
28 ก.ค. 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย สส. พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความโดยอ้างอิงเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถึงอำนาจหน้าที่ของ “ผู้ไต่สวน” กับ “ผู้มีอำนาจวินิจฉัย” ตามกฎหมาย โดยตั้งคำถามว่า มี สส. บางคนกล่าวหาข่มขู่ กกต. เป็นการผิดจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ โดยมีข้อความดังนี้
วันนี้มีข่าวประชาสัมพันธ์ กกต.ที่น่าสนใจและควรทำความเข้าใจให้กระจ่าง โดยเฉพาะตามข่าวย่อหน้าที่สองและย่อหน้าที่สาม จะไม่ได้ออกความเห็นพลาดผิดไป ตามกฎหมาย พนักงานไต่สวนของ กกต. เป็นเพียงผู้รวบรวมข้อเท็จจริง
หน้าที่หลักคือ
• รับคำร้อง
• รวบรวมพยานหลักฐาน
• สอบปากคำพยาน
• วิเคราะห์ข้อเท็จจริง
• จัดทำสำนวนพร้อมความเห็นเสนอ กกต.
พนักงานไต่สวนไม่มีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้ใดผิด ความเห็นของพนักงานไต่สวนเป็นเพียงข้อเสนอ
ผู้มีอำนาจวินิจฉัยคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
ถามว่า กกต. ผูกพันตามความเห็นของพนักงานไต่สวนหรือไม่
คำตอบคือไม่ผูกพัน
กกต. สามารถ
• เห็นชอบกับความเห็น
• ไม่เห็นชอบ
• สั่งไต่สวนเพิ่มเติม
• แต่งตั้งคณะไต่สวนใหม่
• ยุติเรื่อง หากเห็นว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอ
ถ้าคดีเป็นคดีอาญาในความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งหลายฐาน เช่น
• ซื้อเสียง
• ทุจริตเลือกตั้ง
• ให้ทรัพย์สินเพื่อจูงใจผู้สมัครหรือผู้เลือก
หาก กกต. เห็นว่ามีมูล ก็สามารถ
• ส่งฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจ หรือ
• ดำเนินการตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด ซึ่งในบางกรณีต้องประสานกับพนักงานอัยการ
ประเด็นทางกฎหมายที่น่าสนใจ มีข้อถกเถียงว่า หาก พนักงานไต่สวนของ กกต. เห็นว่าคดีไม่มีมูล แต่ กกต. เห็นต่าง จะสามารถสั่งดำเนินคดีได้หรือไม่
คำตอบคือ ได้ เพราะพนักงานไต่สวนเป็นเพียงผู้รวบรวมข้อเท็จจริงและเสนอความเห็น ส่วน อำนาจชี้ขาดเป็นของคณะกรรมการ กกต. ซึ่งอาจสั่งไต่สวนเพิ่มเติมหรือมีมติแตกต่างจากความเห็นของพนักงานไต่สวนได้ หากเห็นว่าพยานหลักฐานรองรับการวินิจฉัยนั้น
ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจบทบาทของ กกต. ในคดีที่เป็นที่สนใจของสาธารณะ เช่น คดีฮั้ว สว. และช่วยแยกให้ชัดเจนระหว่าง “ผู้ไต่สวน” กับ “ผู้มีอำนาจวินิจฉัย” ตามกฎหมาย
คณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นกว่าจะได้รับตำแหน่งต้องผ่านด่านแรกซึ่งสำคัญมากคือผู้สมัครจะเข้าสู่การพิจารณาของ คณะกรรมการสรรหา กกต. ซึ่งประกอบด้วยบุคคลจากหลายองค์กร ได้แก่
• ประธานศาลฎีกา (ประธาน)
• ประธานสภาผู้แทนราษฎร
• ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
• ประธานศาลปกครองสูงสุด
• ผู้แทนจากองค์กรอิสระตามที่กฎหมายกำหนด
คณะกรรมการสรรหาจะตรวจสอบคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริต และคัดเลือกผู้ที่เห็นว่าสมควรดำรงตำแหน่ง จึงจะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา
หลายวันที่ผ่านมามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางคนกล่าวหาข่มขู่คณะกรรมการการเลือกตั้ง น่าคิดว่าการกล่าวเช่นนั้นเป็นการผิดจริยธรรมของผู้ดำรงตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่

ก่อนหน้านั้น นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่าร่างคำฟ้องหมิ่นประมาทเรื่องฮั้ว สว. เสร็จแล้ว โดยปล่อยให้ฝ่ายค้านหาแสงไปก่อน ฝ่ายค้านจะมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
พร้อมระบุถ้าหากท้ายที่สุดหาก กกต. ยกฟ้องทั้ง 229 คน ที่ถูกกล่าวหา จะทำอย่างไร นายพริษฐ์ ระบุว่า แม้จะยกฟ้องบางคน สิ่งที่ต้องทำคือ ต้องดำเนินคดีกับ กกต. ฐานใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ “หากได้ตั้งคำถามไปแล้ว บุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ออกมาชี้แจง ทั้งนายอนุทินและคนอื่นๆ ฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งจะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประเด็นโกง สว. และยังมีกลไกของสภาในการตั้งกระทู้ และกรรมาธิการต่าง ๆ ที่เราสามารถใช้ได้”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุด
เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น